ภาวะลำไส้ตรงปลิ้นอาจไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก ทั้งที่พบได้ในทุกวัย โดยจะพบบ่อยในผู้ที่ท้องผูกเรื้อรังและผู้สูงวัย แต่มักเข้าใจผิดว่าเป็นริดสีดวงจึงละเลยการรักษาและปล่อยไว้จนรุนแรง ส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตอย่างมาก จึงควรหมั่นเช็กสัญญาณเตือนและรู้ทันการรักษาที่ถูกต้อง
ภาวะลำไส้ตรงปลิ้นคืออะไร
ภาวะลำไส้ตรงปลิ้น (Rectal Prolapse) คือ ภาวะที่ลำไส้ตรงหรือผนังลำไส้ส่วนปลายเคลื่อนตัวออกนอกทวารหนัก เกิดจากการที่อวัยวะหรือกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานหย่อน ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการขับถ่าย เช่น เบ่งนาน ท้องผูกเรื้อรัง กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือการอักเสบได้ ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว
ภาวะลำไส้ตรงปลิ้นมีกี่ระยะ
ภาวะลำไส้ตรงปลิ้นในระยะเริ่มต้นจะมีก้อนยื่นออกมาตอนขับถ่าย จากนั้นก้อนจะหดกลับเข้าเองได้ แต่เมื่อเป็นในระยะรุนแรงมากขึ้น ก้อนอาจจะยื่นออกมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดิน ลุกขึ้นยืน นั่ง ทำกิจกรรมอะไรนาน ๆ อาจมีก้อนโผล่ออกมาตลอดเวลา ยิ่งถ้าก้อนโผล่ออกมานาน บวมขึ้น อาจดันกลับไม่ได้ เสี่ยงต่อภาวะขาดเลือด ต้องรีบพบแพทย์เฉพาะทางทันที

อาการสัญญาณเตือนภาวะลำไส้ตรงปลิ้น
- คลำเจอก้อนที่ทวารหนัก
- ก้อนยื่นออกมาจากทวารหนักและดันกลับเข้าไปได้
- หลังขับถ่ายมักมีก้อนปลิ้นออกมา
- ขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ มีก้อนปลิ้นออกมา
- กลั้นอุจจาระลำบากหรือกลั้นไม่ได้
- ถ่ายลำบาก ถ่ายไม่สุด
- เลือดออก
- รู้สึกหน่วงในทวารหนัก
- ก้นแฉะหรือกางเกงเปื้อน
กลุ่มเสี่ยงภาวะลำไส้ตรงปลิ้น
ภาวะลำไส้ตรงปลิ้นพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้หญิงที่เคยคลอดบุตรหรือเคยผ่าตัดมดลูกร่วมด้วย ยิ่งมีความเสี่ยงภาวะลำไส้ตรงปลิ้นมากขึ้น นอกจากนี้มักพบในผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น เพราะกล้ามเนื้อและอวัยวะต่าง ๆ ในอุ้งเชิงกรานหย่อนกว่าในวัยหนุ่มสาว

วิธีรักษาภาวะลำไส้ตรงปลิ้นทำอย่างไร
การเลือกวิธีการรักษาภาวะลำไส้ตรงปลิ้นขึ้นอยู่กับลักษณะความรุนแรงและการวินิจฉัยของแพทย์เป็นสำคัญ
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ในกรณีที่ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง สามารถทานยาระบายอ่อน ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ รักษาท้องผูกเรื้อรังด้วยการรับประทานอาหารที่มีกากใย
- ผ่าตัดลำไส้ตรงปลิ้นผ่านกล้อง (Laparoscopic Rectopexy) แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กเพื่อนำเครื่องมือพิเศษเข้าไปเลาะและดึงลำไส้ตรงที่ยื่นออกมาให้กลับเข้าที่ไม่ให้กลับมาปลิ้นอีก ภาวะแทรกซ้อนน้อย ฟื้นตัวได้เร็ว
- ผ่าตัดลำไส้ตรงปลิ้นผ่านทวารหนัก (Transanal Surgery) เหมาะกับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเยอะ ผู้ป่วยที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดผ่านหน้าท้อง โดยใช้เครื่องมือขยายรูทวารหนักเพื่อตัดลำไส้ตรงส่วนที่ยื่นออกมาโดยไม่ต้องเปิดหน้าท้อง เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว
- ผ่าตัดลำไส้ตรงปลิ้นด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi แพทย์ควบคุมเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีลักษณะเป็นแขนกลเข้าไปผ่าตัดในตำแหน่งที่ต้องการ สามารถเข้าถึงบริเวณที่ลึกในช่องท้องได้ง่าย ลดโอกาสเกิดอันตรายต่ออวัยวะข้างเคียงได้ดี แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น
พฤติกรรมแบบไหนเพิ่มความเสี่ยงลำไส้ตรงปลิ้น
- เบ่งนาน
- นั่งห้องน้ำนาน
- ท้องผูกเรื้อรัง
- ผู้ที่เคยผ่าตัดอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหรือมีความผิดปกติของเส้นประสาทในอุ้งเชิงกรานร่วมด้วย

ภาวะฉุกเฉินลำไส้ตรงปลิ้นที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันที
ส่วนใหญ่ภาวะลำไส้ตรงปลิ้น (Rectal Prolapse) ไม่ได้เริ่มเป็นทันที แต่จะมีอาการต่าง ๆ เริ่มมาก่อน หากผู้ป่วยไม่ได้สังเกตจะไม่คิดว่าเป็นภาวะฉุกเฉินเฉียบพลัน เพราะฉะนั้นหากมีอาการดังต่อไปนี้ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
- เลือดออก
- ลำไส้ส่วนที่ยื่นออกมาบวมจนดันกลับไม่เข้า
- ลำไส้ขาดเลือด อักเสบติดเชื้อบริเวณลำไส้ บวมเจ็บในบริเวณที่มีปัญหา หรืออักเสบติดเชื้อรอบทวารหนัก
ภาวะลำไส้ตรงปลิ้นอันตรายแค่ไหน
ความอันตรายหรือความรุนแรงของภาวะลำไส้ตรงปลิ้นขึ้นอยู่กับระยะของโรค ในช่วงแรกจะมีอาการไม่มาก แต่อาจสร้างความรำคาญ หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาจะรุนแรงมากขึ้น อาจมีก้อนยื่นออกมาทางทวารหนักตลอดเวลา ถ้าบวมมากขึ้นจนดันกลับไม่เข้า เสี่ยงต่อภาวะลำไส้ขาดเลือด ทำให้มีเลือดออก เกิดการอักเสบติดเชื้อ เสี่ยงลำไส้เน่าได้ ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดลำไส้ส่วนที่ขาดเลือดหรือเน่าอักเสบติดเชื้อออกอย่างเร่งด่วน

ป้องกันภาวะลำไส้ตรงปลิ้น
- ดูแลตนเองไม่ให้ท้องผูก
- ดื่มน้ำและรับประทานอาหารที่มีกากใยให้เพียงพอในแต่ละวัน
- ไม่นั่งในห้องน้ำนาน ไม่เบ่งนาน ไม่เอามือถือหรือหนังสือเข้าไปอ่าน
- จัดท่าทางที่เหมาะสมในการขับถ่ายหาเก้าอี้รองขาโน้มตัวไปข้างหน้าเวลาขับถ่าย
- เลี่ยงกิจกรรมที่เพิ่มแรงดันในช่องท้องเยอะเช่นยกของหนัก
- หากท้องผูกรุนแรง รับประทานยาระบายอ่อน ๆ ตามที่แพทย์แนะนำ
- ถ้ามีภาวะไอเรื้อรังควรรักษาให้หายขาด เพราะทุกครั้งที่ไอเพิ่มความดันในช่อง

ออกกำลังกายช่วยป้องกันภาวะลำไส้ตรงปลิ้นได้ไหม
การออกกําลังกายคีเกล (Kegel Exercise) เป็นการบริหารกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกรานด้วยการขมิบและคลายกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ทั้งผู้ชายและผู้หญิงควรทำเป็นประจำโดยใช้ท่านั่งหรือนอนราบ จากนั้นเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคล้ายกำลังพยายามหยุดกลั้นอุจจาระ ปัสสาวะค้างไว้ประมาณ 5 – 10 วินาที ทำต่อเนื่องประมาณ 10 – 15 ครั้งต่อหนึ่งชุด ทำชุดละ 5 – 10 รอบต่อวัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและอวัยวะในอุ้งเชิงกรานทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยป้องกันอวัยวะอุ้งเชิงกรานหย่อนได้อีกด้วย
โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาภาวะลำไส้ตรงปลิ้น (Rectal Prolapse) ที่ไหนดี
คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาภาวะลำไส้ตรงปลิ้น (Rectal Prolapse) โดยแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ พยาบาล และหน่วยการเคลื่อนไหวระบบทางเดินอาหาร (GI Motility Unit) พร้อมอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน
แพทย์ที่ชำนาญการรักษาภาวะลำไส้ตรงปลิ้น (Rectal Prolapse)
พญ.สรินดา เลิศบรรณพงษ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง









