โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 20 มี.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Female Check-up - (สำหรับผู้หญิง อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Male Check-up - (สำหรับผู้ชาย อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)
    Package Image
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 20 มี.ค. 2569

    โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรีย หรือที่รู้จักในชื่อ โรคไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคร้ายแรงที่อาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แม้ในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยโรคนี้เพียงปีละ 30 – 40 คน แต่การฉีดวัคซีนป้องกันในกลุ่มเสี่ยงถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรค

     

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) คืออะไร

    วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Vaccine) เป็นวัคซีนที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Meningitidis ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคนี้ติดต่อได้ง่ายผ่านละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย จากการสัมผัสใกล้ชิด หรือการอยู่รวมกันเป็นหมู่มากในพื้นที่แออัด

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) ในปัจจุบันมีกี่ชนิด

    ในประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น 2 ชนิดหลัก ได้แก่

    1. วัคซีน MenACWY (ชนิด 4 สายพันธุ์) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม A, C, W และ Y ฉีด 1 – 2 เข็ม (ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง) สามารถป้องกันโรคได้ 3 – 5 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ นักศึกษา หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
    2. วัคซีน MenB (สายพันธุ์ B) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ B ซึ่งพบบ่อยที่สุดในประเทศไทยและบางประเทศ ต้องฉีด 2 – 3 เข็ม เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนต่อในประเทศที่มีข้อกำหนด หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงทางสุขภาพ

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด

    ใครควรฉีดวัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น)

    กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยไม่ได้แนะนำให้วัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนพื้นฐานสำหรับคนไทยทั่วไป แต่แนะนำให้ฉีดเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงหลัก ดังนี้

    1) วัคซีน MenACWY (ป้องกัน 4 สายพันธุ์ A, C, W, Y) ข้อบ่งชี้และกลุ่มที่ควรฉีด แบ่งตามจำนวนเข็มดังนี้

    • กลุ่มที่ต้องฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 8 สัปดาห์):
      • ผู้ที่มีโรคประจำตัว/ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เช่น ไม่มีม้าม, ม้ามทำงานผิดปกติ, ผู้ติดเชื้อ HIV (ที่ CD4 < 200), หรือมีภาวะขาดภูมิคุ้มกันบางชนิด
      • การกระตุ้น: ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม ทุก 5 ปี หากยังมีความเสี่ยง
    • กลุ่มที่ต้องฉีด 1 เข็ม:
      • ผู้เดินทางไปแสวงบุญพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ (ต้องฉีดก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน)
      • ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาด เช่น ทวีปแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา
      • เจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่ต้องสัมผัสเชื้อโดยตรง
      • ผู้ที่เดินทางไปงานที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก เช่น งานคาร์นิวัล มหกรรมกีฬา
      • การกระตุ้น: 3 กลุ่มแรกด้านบน ให้ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม ทุก 5 ปี หากยังมีความเสี่ยง
    • กลุ่มนักเรียน / นักศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ (เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่หอพัก):
      • ฉีด 1 หรือ 2 เข็ม: ตามปกติแนะนำให้ฉีดเข็มแรกช่วงอายุ 11 – 12 ปี และกระตุ้นเข็มที่ 2 ตอนอายุ 16  ปี แต่หากเริ่มรับวัคซีนเข็มแรกหลังอายุ 16 ปีขึ้นไป ให้ฉีดเพียง 1 เข็มเท่านั้น

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด

    2) วัคซีน MenB (ป้องกันสายพันธุ์ B) ข้อบ่งชี้และกลุ่มที่ควรฉีด แบ่งตามจำนวนเข็มดังนี้

    • กลุ่มที่ต้องฉีด 3 เข็ม (ที่เดือน 0, 1 – 2, และ 6):
      • ผู้ที่มีโรคประจำตัว/ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ไม่มีม้าม ม้ามทำงานผิดปกติ หรือได้รับยากดภูมิบางชนิด
      • เจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่ต้องสัมผัสเชื้อโดยตรง
      • ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาด บริเวณที่มีการระบาดของสายพันธุ์ B
    • กลุ่มที่ต้องฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 1 – 6 เดือน)
      • นักเรียน/นักศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ: ฉีดในกรณีที่เป็นข้อกำหนดบังคับของพื้นที่หรือสถานศึกษานั้น ๆ

    *หมายเหตุ: สำหรับ MenB ทุกกลุ่มหากยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้น 1 เข็ม หลังจากฉีดครบไปแล้ว 1 ปี และกระตุ้นซ้ำทุก ๆ 2 – 3 ปี

    ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ผลข้างเคียงที่พบมักเป็นอาการทั่วไปและไม่รุนแรง เช่น

    • ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด
    • มีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่มากและสามารถหายได้เองใน 1 – 2 วัน

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) จำเป็นแค่ไหน

    สำหรับคนไทยทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและไม่ได้มีแผนเดินทางไปต่างประเทศไม่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนชนิดนี้ แต่จะมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับกลุ่มเสี่ยงข้างต้น เพื่อป้องกันการระบาดและลดความรุนแรงหากได้รับเชื้อในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จำเป็นแค่ไหน และใครควรฉีด

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนชนิดอื่นได้หรือไม่

    วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนอื่น ๆ ได้ในวันเดียวกัน แต่ควรฉีดคนละตำแหน่ง (เช่น แขนคนละข้าง) ยกเว้นการฉีดวัคซีน MenACWY (ชนิด MCV4-DT) แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดพร้อมกับวัคซีนไอพีดี (PCV) โดยควรเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์

    ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สามารถฉีดได้ไหม

    ผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สามารถฉีดได้หากคุณอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือมีแผนเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด โดยควรนำแผนการเดินทางหรือเอกสารข้อกำหนดของสถาบันการศึกษา (ถ้ามี) มาปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพื่อเลือกชนิดของวัคซีนที่เหมาะสมที่สุด

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) ที่ไหนดี

    คลินิกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การตรวจวินิจฉัย ดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) ตลอดจนให้คำปรึกษาและคำแนะนำที่ถูกต้อง รวมถึงประเมินความเสี่ยงและฉีดวัคซีนป้องกันโรคก่อนเดินทาง ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและทีมสหสาขาที่มีความชำนาญและมากด้วยประสบการณ์เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกวัน

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกโรคติดเชื้อ

    ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดบริการทุกวัน 06.00 - 20.00 น.

    0 2310 3003

    0 2755 1003

    1719

    0 2755 1061

    [email protected]

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Female Check-up - (สำหรับผู้หญิง อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Female Check-up - (สำหรับผู้หญิง อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Female Check-up - (สำหรับผู้หญิง อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)

    38,000 บาท

    63,085 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Male Check-up - (สำหรับผู้ชาย อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Male Check-up - (สำหรับผู้ชาย อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)
    แพ็กเกจตรวจสุขภาพ Wellness Prestige Male Check-up - (สำหรับผู้ชาย อายุ 40-50 ปีขึ้นไป)

    31,900 บาท

    56,095 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก

    3,500 บาท

    5,180 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    มีเซ็กส์ให้เซฟโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ Image
    มีเซ็กส์ให้เซฟโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
    เทียบให้ชัด โรคฝีดาษลิงกับโรคสุกใสต่างกันอย่างไร Image
    เทียบให้ชัด โรคฝีดาษลิงกับโรคสุกใสต่างกันอย่างไร
    ถาม - ตอบฝีดาษลิง รู้ระวังไม่ตื่นตระหนก Image
    ถาม - ตอบฝีดาษลิง รู้ระวังไม่ตื่นตระหนก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ