โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    นิ่วในไต สังเกตอาการและรีบรักษาก่อนไตพัง

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 19 ส.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    นิ่วในไต สังเกตอาการและรีบรักษาก่อนไตพัง
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 19 ส.ค. 2569

    หลายคนอาจไม่รู้ว่าโรคนิ่วในไตสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ชายมีโอกาสพบได้มากกว่าผู้หญิง และช่วงวัยที่พบส่วนใหญ่คืออายุ 30 – 40 ปี หากปล่อยทิ้งไว้นานไม่รีบรักษา อาจเกิดการติดเชื้อบ่อยจนเนื้อไตเสีย ไตเสื่อม และไตวายเรื้อรังได้ในอนาคต จึงควรรีบรักษาให้หายก่อนรุนแรง

     

    รู้จักนิ่วในไต

    นิ่วในไตเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุแข็งชนิดต่าง ๆ จนกลายเป็นก้อนแข็งที่มีชนิดและขนาดแตกต่างกัน โดยมักจะพบที่ไตบริเวณกรวยไตและระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นผลมาจากการปัสสาวะเข้มข้นมากและตกตะกอนเป็นนิ่ว ซึ่งนิ่วในไตมีโอกาสเป็นซ้ำได้

    สาเหตุนิ่วในไต

    การเกิดนิ่วในไตมีความเกี่ยวข้องกับการมีแคลเซียมในปัสสาวะมากผิดปกติจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

    • รับประทานอาหารแคลเซียม โปรตีน เกลือ และน้ำตาล สูงมากเกินไป
    • ดื่มน้ำน้อยเกินไป
    • ใส่น้ำตาลในเครื่องดื่มมากเกินไป
    • กินอาหารที่มีสารออกซาเลตยับยังการดูดซึมแคลเซียม อาทิ ถั่ว หน่อไม้ ช็อกโกแลต ผักปวยเล้ง มันเทศ ฯลฯ
    • กินวิตามินซีมากกว่าวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
    • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
    • โรคแทรกซ้อนจากการเป็นโรคเกาต์
    • โรคลำไส้อักเสบ เรื้อรัง
    • โรคอ้วนน้ำหนักมากเกินไป
    • โรคเบาหวาน

    อาการบอกโรค

    อาการที่กำลังบ่งบอกว่าเป็นนิ่วในไต ได้แก่

    • ปวดเอวข้างที่มีก้อนนิ่ว
    • ปวดหลังหรือช่องท้องช่วงล่างข้างใดข้างหนึ่ง
    • ปวดเสียด ปวดบิดเป็นพัก ๆ
    • มีไข้หนาว
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปัสสาวะขุ่นแดง
    • ปัสสาวะเป็นเม็ดทราย
    • ปัสสาวะแล้วเจ็บ
    • ปัสสาวะบ่อย
    • ปัสสาวะน้อย
    • ปัสสาวะไม่ออก
    • ปวดบิดในท้องรุนแรงถ้าก้อนนิ่วตกลงมาที่ท่อไต

    *ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดง

    ผู้ที่มีนิ่วอาจไม่มีอาการ โดยเฉพาะนิ่วก้อนเล็กที่อยู่ในไตและไม่อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนติดตาม เพราะนิ่วอาจโต เคลื่อน อุดกั้น หรือติดเชื้อได้ในอนาคต

    อาการที่พบได้เมื่อนิ่วก่อการอุดกั้นหรือระคายเคือง ได้แก่

    • ปวดเอวหรือสีข้าง อาจปวดบิดเป็นพัก ๆ และร้าวลงท้องน้อยได้หากเกิดการอุดกั้นที่ท่อไต
      • ปัสสาวะมีเลือดปน สีชมพู แดง หรือน้ำตาล
      • ปัสสาวะแสบขัด, ปัสสาวะไม่ออก
      • ปัสสาวะเป็นเม็ดทรายหรือเศษนิ่ว
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ โดยเฉพาะหากมีการติดเชื้อ
    • ไข้หรือหนาวสั่น ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเอง

    ตรวจวินิจฉัยนิ่วในไต

    การตรวจวินิจฉัยนิ่วในไต 

    การตรวจวินิจฉัยนิ่วในไตต้องประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ มีหลายวิธี ได้แก่

    • ตรวจปัสสาวะ หากพบเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก แพทย์อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นนิ่วในไต
    • ตรวจเลือด ผู้ป่วยนิ่วในไตมักมีปริมาณแคลเซียมหรือกรดยูริกในเลือดมากเกินไป
    • เอกซเรย์ช่องท้อง ช่วยให้แพทย์เห็นก้อนนิ่วบริเวณทางเดินปัสสาวะ
    • อัลตราซาวนด์ไต ช่วยตรวจหาก้อนนิ่วในไตและภาวะไตบวมหรืออุดตันได้
    • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan / non-contrast CT) ช่วยให้แพทย์ยืนยันตำแหน่ง ขนาด จำนวน ความหนาแน่นของนิ่ว และดูภาวะอุดกั้นเมื่อเหมาะสม

    *การตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ เพิ่มเติมต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

    รักษานิ่วในไต

    การรักษานิ่วในไตส่วนใหญ่รักษาตามชนิดและสาเหตุ ได้แก่

    1. การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดหรือเฝ้าติดตาม หากนิ่วมีขนาดก้อนเล็กมากอาจหลุดออกมาได้เอง โดยการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อขับออกมาทางปัสสาวะ โดยแพทย์อาจพิจารณาสั่งยาช่วยขับก้อนนิ่วตามความเหมาะสม และ นัดติดตามอาการและภาพถ่ายทางการแพทย์เป็นระยะ
    2. การใช้เครื่องสลายนิ่ว (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy : ESWL) เป็นการสลายนิ่วขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวและขับออกมาทางปัสสาวะ ผู้ป่วยอาจเจ็บเล็กน้อย และมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา จึงควรทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญอย่างใกล้ชิด
      โดยผลสำเร็จขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด ความแข็งของนิ่ว รูปร่างร่างกาย และการอุดกั้น บางคนจำเป็น ต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งหรือทำหัตถการอื่นต่อ
    3. ส่องกล้องรักษานิ่วในไต (Retrograde Intrarenal Surgery : RIRS, Flexible Ureterorenoscopy(URS))
      แพทย์สอดกล้องขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และท่อไตขึ้นไปในไต แล้วใช้เลเซอร์ สลายนิ่วและนำชิ้นนิ่วออก ไม่มีแผลผ่าตัดและ เหมาะกับนิ่วในไตหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อไม่เหมาะกับ SWL หรือผู้ป่วยต้องการโอกาสกำจัดนิ่วได้มากในการทำครั้งเดียว ข้อจำกัดคืออาศัยการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก และอาจต้องใส่สายค้ำท่อไตชั่วคราวหลังทำ(Double-J stent)
    4. การรักษาแบบผ่าตัด(PercutaneousNephrolithotomy : PCNL / mini-PCNL) เหมาะเป็นทางเลือกเมื่อนิ่วในไตมีขนาดใหญ่, รักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือเป็นนิ่วแบบซับซ้อน เช่น นิ่วกิ่งก้านขนาดใหญ่ (Staghorn stone) ข้อดีคือกำจัดปริมาณนิ่วได้มากในครั้งเดียว โดยแพทย์จะทำการเจาะแผลเล็กบริเวณหลังเข้าสู่ไต ใช้กล้องและเครื่องมือสลายนิ่ว แล้วนำชิ้นนิ่วออก 

    ป้องกันนิ่วในไต

    • ดื่มน้ำให้มากช่วยลดโอกาสการตกตะกอนของก้อนนิ่ว
    • กินแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติให้เพียงพอ
    • เลี่ยงเค็ม ลดเกลือในมื้ออาหาร
    • ควบคุมการกินเนื้อสัตว์ นม เนย
    • ดื่มน้ำสม่ำเสมอ: ตั้งเป้าให้ปริมาณปัสสาวะตลอด 24 ชั่วโมงมากกว่า 2.5 ลิตร โดยน้ำเปล่าเป็นหลัก (หากมีโรคหัวใจ โรคไต หรือแพทย์จำกัดน้ำ ให้ถามปริมาณที่เหมาะกับตนเองก่อน)
    • ลดเค็ม: จำกัดเกลือแกง/โซเดียมคลอไรด์รวมไม่เกินประมาณ 4–5 กรัมต่อวัน และระวังอาหารแปรรูป น้ำซุปก้อน อาหารหมักดอง และเครื่องปรุงรส
    • ไม่งดแคลเซียมจากอาหารเอง:สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป ควรได้แคลเซียมจากอาหารอย่างพอเหมาะประมาณ 1,000–1,200 มก./วัน การงดแคลเซียมโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ดูดซึมออกซาเลตจากลำไส้มากขึ้น– ไม่รับประทานโปรตีนจากสัตว์มากเกิน : โดยเฉพาะผู้ที่มีกรดยูริกในปัสสาวะสูงหรือนิ่วกรดยูริก ควรลดอาหารพิวรีนสูงตามคำแนะนำของแพทย์
    • ปรับอาหารออกซาเลตตามผลตรวจ : ไม่จำเป็นต้องงดผักทุกชนิด แต่หากพบออกซาเลตในปัสสาวะสูง แพทย์อาจแนะนำให้ลดอาหารออกซาเลตสูงและรับประทานแคลเซียมจากอาหารพร้อมมื้ออาหาร
    • ทบทวนอาหารเสริม : แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่ากำลังรับประทานวิตามินซี อาหารเสริม หรือสมุนไพรใดอยู่ และหลีกเลี่ยงวิตามินซีเสริมขนาดสูงหากเคยเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต เว้นแต่แพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็น
    • ควบคุมน้ำหนักและโรคประจำตัว: เช่น เบาหวาน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และโรคเกาต์

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโรคนิ่วในไต

    หากเป็นนิ่วในไตแต่ไม่มีอาการแสดงเลย จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีใด

    จำเป็นต้องรักษาหากแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่อไตพัง โดยนิ่วก้อนเล็กมากอาจใช้ยาร่วมกับการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้หลุดเอง ส่วนก้อนใหญ่ต้องสลายนิ่วหรือผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์

    พฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบไหน ที่กระตุ้นให้ปัสสาวะตกตะกอนจนเกิดนิ่วในไต

    การดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่วมกับการกินอาหารโปรตีน เกลือ และน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น หน่อไม้ ช็อกโกแลต ผักปวยเล้ง และการกินวิตามินซีเกินวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม

    อาการปวดแบบไหนที่บ่งบอกว่าก้อนนิ่วตกลงมาอุดตันที่บริเวณท่อไตแล้ว

    ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบิดในท้องรุนแรง ปวดเสียดและปวดหลังหรือช่องท้องช่วงล่างข้างใดข้างหนึ่งเป็นพัก ๆ ร่วมกับปัสสาวะขุ่นแดง เจ็บเวลาขับถ่าย หรือปัสสาวะไม่ออก

    การใช้เครื่องสลายนิ่ว หรือ ESWL เหมาะกับนิ่วขนาดเท่าใดและมีหลักการทำงานอย่างไร

    เหมาะกับก้อนนิ่วที่มีขนาดไม่เกิน 1-2 เซนติเมตร โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงจากภายนอกเข้าไปทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วขับหลุดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะ

    กรณีที่ก้อนนิ่วในไตมีขนาดใหญ่มาก มีวิธีผ่าตัดรักษาแบบแผลเล็กอย่างไรบ้าง

    แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเจาะรูเล็ก ๆ บริเวณหลัง (PCNL) แล้วส่องกล้องสอดเครื่องมือเข้าไปสลายนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ก่อนจะทำการคีบก้อนนิ่วออกมาทางแผลเดิมโดยแพทย์เฉพาะทาง

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ

    ชั้น 3 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ
    วันจันทร์ - ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.
    วันเสาร์ - อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    0 2310 3009

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ

    1,200 บาท

    1,320 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก

    3,500 บาท

    5,180 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก

    2,500 บาท

    3,190 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ Image
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ
    ตรวจเช็กมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยเทคโนโลยีตัดชิ้นเนื้อ 3 มิติ Image
    ตรวจเช็กมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยเทคโนโลยีตัดชิ้นเนื้อ 3 มิติ
    รักษาต่อมลูกหมากโตได้ด้วยไอน้ำ Image
    รักษาต่อมลูกหมากโตได้ด้วยไอน้ำ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ