โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    นิ่วในไต สังเกตอาการและรีบรักษาก่อนไตพัง

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 14 ต.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    นิ่วในไต สังเกตอาการและรีบรักษาก่อนไตพัง
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 14 ต.ค. 2569

    หลายคนอาจไม่รู้ว่าโรคนิ่วในไตสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะในผู้ชายมีโอกาสพบได้มากกว่าผู้หญิง และช่วงวัยที่พบส่วนใหญ่คืออายุ 30 – 40 ปี หากปล่อยทิ้งไว้นานไม่รีบรักษา อาจเกิดการติดเชื้อบ่อยจนเนื้อไตเสีย ไตเสื่อม และไตวายเรื้อรังได้ในอนาคต จึงควรรีบรักษาให้หายก่อนรุนแรง

     

    รู้จักนิ่วในไต

    นิ่วในไตเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุแข็งชนิดต่าง ๆ จนกลายเป็นก้อนแข็งที่มีชนิดและขนาดแตกต่างกัน โดยมักจะพบที่ไตบริเวณกรวยไตและระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นผลมาจากการปัสสาวะเข้มข้นมากและตกตะกอนเป็นนิ่ว ซึ่งนิ่วในไตมีโอกาสเป็นซ้ำได้

    สาเหตุนิ่วในไต

    การเกิดนิ่วในไตมีความเกี่ยวข้องกับการมีแคลเซียมในปัสสาวะมากผิดปกติจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

    • รับประทานอาหารแคลเซียม โปรตีน เกลือ และน้ำตาล สูงมากเกินไป
    • ดื่มน้ำน้อยเกินไป
    • ใส่น้ำตาลในเครื่องดื่มมากเกินไป
    • กินอาหารที่มีสารออกซาเลตยับยังการดูดซึมแคลเซียม อาทิ ถั่ว หน่อไม้ ช็อกโกแลต ผักปวยเล้ง มันเทศ ฯลฯ
    • กินวิตามินซีมากกว่าวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
    • ต่อมพาราไทรอยด์ทำงานมากเกินไป
    • โรคแทรกซ้อนจากการเป็นโรคเกาต์
    • โรคลำไส้อักเสบ เรื้อรัง
    • โรคอ้วนน้ำหนักมากเกินไป
    • โรคเบาหวาน

    อาการบอกโรค

    อาการที่กำลังบ่งบอกว่าเป็นนิ่วในไต ได้แก่

    • ปวดเอวข้างที่มีก้อนนิ่ว
    • ปวดหลังหรือช่องท้องช่วงล่างข้างใดข้างหนึ่ง
    • ปวดเสียด ปวดบิดเป็นพัก ๆ
    • มีไข้หนาว
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปัสสาวะขุ่นแดง
    • ปัสสาวะเป็นเม็ดทราย
    • ปัสสาวะแล้วเจ็บ
    • ปัสสาวะบ่อย
    • ปัสสาวะน้อย
    • ปัสสาวะไม่ออก
    • ปวดบิดในท้องรุนแรงถ้าก้อนนิ่วตกลงมาที่ท่อไต

    *ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการแสดง

    ผู้ที่มีนิ่วอาจไม่มีอาการ โดยเฉพาะนิ่วก้อนเล็กที่อยู่ในไตและไม่อุดกั้นทางเดินปัสสาวะ แต่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนติดตาม เพราะนิ่วอาจโต เคลื่อน อุดกั้น หรือติดเชื้อได้ในอนาคต

    อาการที่พบได้เมื่อนิ่วก่อการอุดกั้นหรือระคายเคือง ได้แก่

    • ปวดเอวหรือสีข้าง อาจปวดบิดเป็นพัก ๆ และร้าวลงท้องน้อยได้หากเกิดการอุดกั้นที่ท่อไต
      • ปัสสาวะมีเลือดปน สีชมพู แดง หรือน้ำตาล
      • ปัสสาวะแสบขัด, ปัสสาวะไม่ออก
      • ปัสสาวะเป็นเม็ดทรายหรือเศษนิ่ว
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปัสสาวะขุ่นหรือมีกลิ่นผิดปกติ โดยเฉพาะหากมีการติดเชื้อ
    • ไข้หรือหนาวสั่น ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ ไม่ควรรอดูอาการเอง

    ตรวจวินิจฉัยนิ่วในไต

    การตรวจวินิจฉัยนิ่วในไต 

    การตรวจวินิจฉัยนิ่วในไตต้องประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ มีหลายวิธี ได้แก่

    • ตรวจปัสสาวะ หากพบเม็ดเลือดแดงจำนวนมาก แพทย์อาจสันนิษฐานได้ว่าเป็นนิ่วในไต
    • ตรวจเลือด ผู้ป่วยนิ่วในไตมักมีปริมาณแคลเซียมหรือกรดยูริกในเลือดมากเกินไป
    • เอกซเรย์ช่องท้อง ช่วยให้แพทย์เห็นก้อนนิ่วบริเวณทางเดินปัสสาวะ
    • อัลตราซาวนด์ไต ช่วยตรวจหาก้อนนิ่วในไตและภาวะไตบวมหรืออุดตันได้
    • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan / non-contrast CT) ช่วยให้แพทย์ยืนยันตำแหน่ง ขนาด จำนวน ความหนาแน่นของนิ่ว และดูภาวะอุดกั้นเมื่อเหมาะสม

    *การตรวจวินิจฉัยอื่น ๆ เพิ่มเติมต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

    รักษานิ่วในไต

    การรักษานิ่วในไตส่วนใหญ่รักษาตามชนิดและสาเหตุ ได้แก่

    1. การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดหรือเฝ้าติดตาม หากนิ่วมีขนาดก้อนเล็กมากอาจหลุดออกมาได้เอง โดยการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อขับออกมาทางปัสสาวะ โดยแพทย์อาจพิจารณาสั่งยาช่วยขับก้อนนิ่วตามความเหมาะสม และ นัดติดตามอาการและภาพถ่ายทางการแพทย์เป็นระยะ
    2. การใช้เครื่องสลายนิ่ว (Extracorporeal Shock Wave Lithotripsy : ESWL) เป็นการสลายนิ่วขนาดไม่เกิน 2 เซนติเมตร โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวและขับออกมาทางปัสสาวะ ผู้ป่วยอาจเจ็บเล็กน้อย และมีผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา จึงควรทำการรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญอย่างใกล้ชิด
      โดยผลสำเร็จขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด ความแข็งของนิ่ว รูปร่างร่างกาย และการอุดกั้น บางคนจำเป็น ต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งหรือทำหัตถการอื่นต่อ
    3. ส่องกล้องรักษานิ่วในไต (Retrograde Intrarenal Surgery : RIRS, Flexible Ureterorenoscopy(URS))
      แพทย์สอดกล้องขนาดเล็กผ่านท่อปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ และท่อไตขึ้นไปในไต แล้วใช้เลเซอร์ สลายนิ่วและนำชิ้นนิ่วออก ไม่มีแผลผ่าตัดและ เหมาะกับนิ่วในไตหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อไม่เหมาะกับ SWL หรือผู้ป่วยต้องการโอกาสกำจัดนิ่วได้มากในการทำครั้งเดียว ข้อจำกัดคืออาศัยการดมยาสลบหรือยาระงับความรู้สึก และอาจต้องใส่สายค้ำท่อไตชั่วคราวหลังทำ(Double-J stent)
    4. การรักษาแบบผ่าตัด(PercutaneousNephrolithotomy : PCNL / mini-PCNL) เหมาะเป็นทางเลือกเมื่อนิ่วในไตมีขนาดใหญ่, รักษาวิธีอื่นไม่ได้ผล หรือเป็นนิ่วแบบซับซ้อน เช่น นิ่วกิ่งก้านขนาดใหญ่ (Staghorn stone) ข้อดีคือกำจัดปริมาณนิ่วได้มากในครั้งเดียว โดยแพทย์จะทำการเจาะแผลเล็กบริเวณหลังเข้าสู่ไต ใช้กล้องและเครื่องมือสลายนิ่ว แล้วนำชิ้นนิ่วออก 

    ป้องกันนิ่วในไต

    • ดื่มน้ำให้มากช่วยลดโอกาสการตกตะกอนของก้อนนิ่ว
    • กินแคลเซียมจากอาหารธรรมชาติให้เพียงพอ
    • เลี่ยงเค็ม ลดเกลือในมื้ออาหาร
    • ควบคุมการกินเนื้อสัตว์ นม เนย
    • ดื่มน้ำสม่ำเสมอ: ตั้งเป้าให้ปริมาณปัสสาวะตลอด 24 ชั่วโมงมากกว่า 2.5 ลิตร โดยน้ำเปล่าเป็นหลัก (หากมีโรคหัวใจ โรคไต หรือแพทย์จำกัดน้ำ ให้ถามปริมาณที่เหมาะกับตนเองก่อน)
    • ลดเค็ม: จำกัดเกลือแกง/โซเดียมคลอไรด์รวมไม่เกินประมาณ 4–5 กรัมต่อวัน และระวังอาหารแปรรูป น้ำซุปก้อน อาหารหมักดอง และเครื่องปรุงรส
    • ไม่งดแคลเซียมจากอาหารเอง:สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป ควรได้แคลเซียมจากอาหารอย่างพอเหมาะประมาณ 1,000–1,200 มก./วัน การงดแคลเซียมโดยไม่จำเป็นอาจทำให้ดูดซึมออกซาเลตจากลำไส้มากขึ้น– ไม่รับประทานโปรตีนจากสัตว์มากเกิน : โดยเฉพาะผู้ที่มีกรดยูริกในปัสสาวะสูงหรือนิ่วกรดยูริก ควรลดอาหารพิวรีนสูงตามคำแนะนำของแพทย์
    • ปรับอาหารออกซาเลตตามผลตรวจ : ไม่จำเป็นต้องงดผักทุกชนิด แต่หากพบออกซาเลตในปัสสาวะสูง แพทย์อาจแนะนำให้ลดอาหารออกซาเลตสูงและรับประทานแคลเซียมจากอาหารพร้อมมื้ออาหาร
    • ทบทวนอาหารเสริม : แจ้งแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งว่ากำลังรับประทานวิตามินซี อาหารเสริม หรือสมุนไพรใดอยู่ และหลีกเลี่ยงวิตามินซีเสริมขนาดสูงหากเคยเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลต เว้นแต่แพทย์ประเมินแล้วว่าจำเป็น
    • ควบคุมน้ำหนักและโรคประจำตัว: เช่น เบาหวาน ภาวะดื้อต่ออินซูลิน และโรคเกาต์

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโรคนิ่วในไต

    หากเป็นนิ่วในไตแต่ไม่มีอาการแสดงเลย จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาด้วยวิธีใด

    จำเป็นต้องรักษาหากแพทย์ประเมินว่าเสี่ยงต่อไตพัง โดยนิ่วก้อนเล็กมากอาจใช้ยาร่วมกับการดื่มน้ำเยอะ ๆ เพื่อให้หลุดเอง ส่วนก้อนใหญ่ต้องสลายนิ่วหรือผ่าตัดตามคำแนะนำของแพทย์

    พฤติกรรมการรับประทานอาหารแบบไหน ที่กระตุ้นให้ปัสสาวะตกตะกอนจนเกิดนิ่วในไต

    การดื่มน้ำน้อยเกินไป ร่วมกับการกินอาหารโปรตีน เกลือ และน้ำตาลสูง รวมถึงอาหารที่มีสารออกซาเลตสูง เช่น หน่อไม้ ช็อกโกแลต ผักปวยเล้ง และการกินวิตามินซีเกินวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม

    อาการปวดแบบไหนที่บ่งบอกว่าก้อนนิ่วตกลงมาอุดตันที่บริเวณท่อไตแล้ว

    ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบิดในท้องรุนแรง ปวดเสียดและปวดหลังหรือช่องท้องช่วงล่างข้างใดข้างหนึ่งเป็นพัก ๆ ร่วมกับปัสสาวะขุ่นแดง เจ็บเวลาขับถ่าย หรือปัสสาวะไม่ออก

    การใช้เครื่องสลายนิ่ว หรือ ESWL เหมาะกับนิ่วขนาดเท่าใดและมีหลักการทำงานอย่างไร

    เหมาะกับก้อนนิ่วที่มีขนาดไม่เกิน 1-2 เซนติเมตร โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงยิงจากภายนอกเข้าไปทำให้ก้อนนิ่วแตกตัวเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วขับหลุดออกมาพร้อมกับน้ำปัสสาวะ

    กรณีที่ก้อนนิ่วในไตมีขนาดใหญ่มาก มีวิธีผ่าตัดรักษาแบบแผลเล็กอย่างไรบ้าง

    แพทย์จะใช้วิธีผ่าตัดเจาะรูเล็ก ๆ บริเวณหลัง (PCNL) แล้วส่องกล้องสอดเครื่องมือเข้าไปสลายนิ่วให้แตกเป็นชิ้นเล็ก ก่อนจะทำการคีบก้อนนิ่วออกมาทางแผลเดิมโดยแพทย์เฉพาะทาง

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ

    ชั้น 3 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ
    วันจันทร์ - ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.
    วันเสาร์ - อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    0 2310 3009

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ

    1,200 บาท

    1,320 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก

    3,500 บาท

    5,180 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก

    2,500 บาท

    3,190 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร พาเข้าใจชนิดของนิ่วและอาหารที่ควรเลี่ยง Image
    เป็นนิ่วในไตห้ามกินอะไร พาเข้าใจชนิดของนิ่วและอาหารที่ควรเลี่ยง
    ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) เกิดจากอะไร เช็กอาการ สาเหตุ วิธีรักษา Image
    ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (UTI) เกิดจากอะไร เช็กอาการ สาเหตุ วิธีรักษา
    ปัสสาวะแล้วเจ็บ แสบ ขัด เกิดจากอะไร เป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไร Image
    ปัสสาวะแล้วเจ็บ แสบ ขัด เกิดจากอะไร เป็นสัญญาณเตือนของโรคอะไร
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ