โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ซีเซียมอันตรายแค่ไหน

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    ดร. พญ. แสงดาว อุประ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2569
    Dr. Saengdao Oopara
    ดร. พญ. แสงดาว อุประ
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ซีเซียมอันตรายแค่ไหน
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 17 ม.ค. 2569

    รู้จักกับซีเซียม 

    ซีเซียม (Cesium : Cs-137) เป็นสารกัมมันตรังสี โดยเป็นไอโซโทปของซีเซียม ลักษณะเป็นของแข็งคล้ายผงเกลือ สามารถฟุ้งกระจายได้เมื่อแตกออกจากแคปซูลที่ห่อหุ้มไว้ มีค่าครึ่งชีวิต (Half Life) นาน โดยประมาณกว่า 30 ปี เมื่อสลายตัวจะปล่อยรังสีบีตา (Not Penetrate) ประมาณ 95% และรังสีแกมมา (Penetrate) แล้วกลายสภาพไปเป็นธาตุแบเรียม-137 (Ba-137)


    การใช้ประโยชน์ซีเซียม

    • ปริมาณเล็กน้อย ใช้สอบเทียบอุปกรณ์ตรวจจับรังสี เช่น เครื่อง Geiger-Muller counters
    • ปริมาณมาก ใช้รักษามะเร็ง ใช้วัดอัตราการไหลของของเหลวในท่อ ใช้ในภาคอุตสาหกรรมในการวัดความหนาของวัตถุ เช่น กระดาษ ฟิล์ม เหล็ก

    ความรุนแรงของซีเซียม

    ความรุนแรงของรังสีที่มีต่อร่างกายขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ได้รับสัมผัส

    1. ปริมาณของรังสี
    2. ระยะเวลา
    3. ส่วนของร่างกาย 

    ซีเซียมอันตรายแค่ไหน

    ซีเซียมกับผลต่อร่างกาย

    ผลต่อร่างกาย

    รายละเอียด

    ผลระยะสั้น

    1) ผลเฉพาะที่ (Local Radiation Injury/ Cutaneous Radiation Syndrome)

    สัมผัสทางผิวหนังทำให้เกิดผื่นแดง คัน บวม มีตุ่มน้ำหรือแผลเกิดขึ้น อาจมีคนหรือผมร่วงได้

    2) ผลต่อระบบอื่นในร่างกายที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันเมื่อได้รับปริมาณที่สูงมาก (Acute Radiation Syndrome)

    มีอาการนำ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย 

    หลังจากนั้นอาการจะหายไปชั่วคราวประมาณ 1-3 สัปดาห์ ต่อจากนั้นจะมีผลต่อ 3 ระบบหลัก ๆ ของร่างกาย

    1) ระบบโลหิต มีผลกดไขกระดูก ทำให้เม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือดต่ำลงได้

    2) ระบบทางเดินอาหาร มีผลทำให้คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ถ่ายเป็นเลือด

    3) ระบบประสาท ทำให้สับสน เดินเซ ซึมลง และชักได้โดยเฉพาะในรายที่รุนแรง

    ผลระยะยาว

    เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia) มะเร็งไทรอยด์ เป็นต้น


    เหตุการณ์สูญหายของซีเซียม

    จากเหตุการณ์การสูญหายของวัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม 137 จากโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี

    • ที่เกิดเหตุมีค่าความแรงรังสี (Activity) ปัจจุบันอยู่ที่ 41.4 mCi ซึ่งเมื่อเทียบกับความแรงรังสีเริ่มต้นวัดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2538 อยู่ที่ 80 mCi หรือถ้าคิดเป็นน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 0.000505 กรัม (505 ไมโครกรัม) ปริมาณรังสีที่ปล่อยออกมาจากแท่งเหล็กที่บรรจุ 129 mSv/hr จะมีผลทำให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย (2000 mGy) โดยเกิดผิวหนังอักเสบ ผื่น บวม แดง ต่อเมื่อกอดแท่งนี้เป็นเวลา 15 ชั่วโมงครึ่ง
    • ปริมาณรังสีซีเซียมในอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล (Chernobyl) เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2529 คาดว่ามีการปนเปื้อนซีเซียมอยู่ในสิ่งแวดล้อม 27 กิโลกรัม (2.35×109 mCi) เท่ากับปริมาณรังสีมากกว่ากรณีที่เกิดเหตุ 56.76 ล้านเท่า (http://large.stanford.edu/courses/2012/ph241/wessells1/)
    • ปริมาณรังสีเสื่อมในอุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมะ (Fukushima Daiichi) เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 คาดว่ามีการปนเปื้อนสีเสื่อมอยู่ในสิ่งแวดล้อม 17 PBq (4.60×108 mCi) เท่ากับปริมาณรังสีมากกว่ากรณีที่เกิดเหตุนี้ 11 ล้านเท่า (https://fukushima.jaea.go.jp/QA/en/q112.html#:~:text=JAEA’s%20research%20shows%20t hat%20the,directly%20released%20into%20the%20sea.)

    กลุ่มเสี่ยงจากเหตุการณ์การสูญหายของวัตถุกัมมันตรังสีซีเซียม 137 คือ ผู้ปฏิบัติงานอยู่ในบริเวณหรือช่วงเวลาที่หลอมวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นแท่งเหล็กบรรจุกัมมันตรังสีซีเซียม 137


    ซีเซียมอันตรายแค่ไหน 

    การรับสัมผัสรังสีซีเซียม

    ช่องทางการรับรังสี

    รายละเอียด

    การรับรังสีจากภายนอก

    (External Radiation Hazard) 

    ทางผิวหนัง (Skin)

    การป้องกัน ใช้หลัก (TDS Rules : Time, Distance and  Shielding)

    ● ใช้เวลาให้น้อยที่สุด (Time)

    ● อยู่ห่างจากต้นกำเนิดรังสีให้มากที่สุด (Distance)

    ● ใช้อุปกรณ์ในการกำบังรังสี (Shielding)

    การรับรังสีจากแหล่งกำเนิดในร่างกาย

    (Internal Radiation Hazard)

    1) การสูดหายใจ (Inhalation)

    2) การรับประทานสิ่งที่ปนเปื้อน (Ingestion)


    รักษาพิษซีเซียมระยะเฉียบพลัน

    การรักษาการเกิดพิษในระยะเฉียบพลัน

    • ไม่แนะนำการลดการดูดซึมจากทางเดินอาหาร (GI Decontaminate) โดยการให้ Activated Charcoal
    • รักษาตามอาการ โดยให้สารน้ำทดแทนและยาแก้อาเจียน
    • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพราะอาจทำให้เกิด QT Prolong 
    • ให้ยาต้านพิษ (Antidote) คือ ยา Prussian blue ขณะนี้ยังไม่มีในประเทศไทย แต่อยู่ระหว่างการประสานงานเพื่อนำเข้ามาใช้ในการรักษา มีข้อบ่งชี้เฉพาะผู้ป่วยที่มีการปนเปื้อนซีเซียมภายในร่างกาย (Internal Contamination) เท่านั้น ไม่ใช้รักษาหากได้รับทางผิวหนังหรือปนเปื้อนตามเสื้อผ้า

    ซีเซียมอันตรายแค่ไหน 

    เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยง 

    การเฝ้าระวังสุขภาพในประชากรกลุ่มเสี่ยง หมายถึง เจ้าหน้าที่หรือประชาชนที่ได้รับรังสีสะสมตั้งแต่ 0.2 Gy ขึ้นไปในเหตุการณ์นั้น ๆ โดยจัดการเฝ้าระวังอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ดังนี้

    1. ซักประวัติตรวจร่างกาย (History Taking and Physical Examination)
    2. ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่
      • ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete blood count (CBC))
      • ค่าการทำงานของไต (Creatinine, eGFR)
      • ค่าเอนไซม์ตับ (AST, ALT)
      • ตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ (Urine analysis (UA))
      • ค่าน้ำตาลในเลือด (FBS)
      • ค่าไขมันในเลือด (Lipid Profile)
    3. ตรวจทางรังสี (Imaging)
      • ถ่ายภาพฉายรังสีทรวงอก (Chest X-ray)
      • ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (Mammogram and Ultrasound Breasts)
      • ตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องทั้งหมด (Whole Abdominal Ultrasound)
    4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG)
    5. ตรวจพิเศษอื่น ๆ ตามความเหมาะสม


    หากพบวัตถุที่สงสัยไม่ควรไปนํามาส่งคืนหรือพยายามพิสูจน์ด้วยตนเอง
    สิ่งที่ควรทำคือ ปิดกั้นบริเวณและแจ้งสายด่วนทางนิวเคลียร์และรังสี 1296 สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เนื่องจากรังสีสามารถวัดได้ด้วยเครื่องวัดรังสีเท่านั้น

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    ดร. พญ. แสงดาว อุประ

    เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์

    ดร. พญ. แสงดาว อุประ

    เวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์อาชีวเวชศาสตร์ โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เฮลท์ดีไซน์เซ็นเตอร์ ชั้น 5 อาคาร R (Rehabilitation)

    เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 07.00 – 15.00 น.

    0 2310 3284

    0 2755 1591

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKGชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EKG

    7,500 บาท

    8,120 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Stress Echo

    12,500 บาท

    13,520 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจ Exclusive Echo plus EST

    11,900 บาท

    12,790 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    คุณภาพชีวิตที่ดี เลือกได้ แพทย์อาชีวอนามัย รพ.กรุงเทพ Image
    คุณภาพชีวิตที่ดี เลือกได้ แพทย์อาชีวอนามัย รพ.กรุงเทพ
    ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงด้านอาชีวเวชศาสตร์ Image
    ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยงด้านอาชีวเวชศาสตร์
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ