โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ - สาเหตุ วิธีป้องกันและการรักษา

    10 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    นพ. วีรยุทธ์ วิริยะบัณฑิตกุล
    นพ. วีรยุทธ์ วิริยะบัณฑิตกุล

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    อัปเดตเมื่อ: 01 ก.ย. 2569
    Dr. Weerayut Wiriyabanditkul
    นพ. วีรยุทธ์ วิริยะบัณฑิตกุล
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ - สาเหตุ วิธีป้องกันและการรักษา
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 01 ก.ย. 2569

    ปัญหาเรื่องเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรืออาการเสื่อมสมรรถภาพของผู้ชาย มักเป็นเรื่องที่ผู้ชายหลายคนรู้สึกกังวลและไม่กล้าปรึกษาใคร แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะเสื่อมสมรรถภาพเป็นความผิดปกติทางร่างกาย สภาวะหลอดเลือด และระบบประสาทที่พบได้บ่อยทางการแพทย์ (Burnett et al., 2018) ซึ่งสามารถวินิจฉัยและฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปกติได้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าโรค ed คืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร พร้อมแนวทางการเช็กอาการเบื้องต้น ตลอดจนวิธีรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณผู้ชายสามารถกลับมามีความมั่นใจและมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง

     

    โรค ED คืออะไร ทำความเข้าใจภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

    ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือ โรค ED คือ (Erectile Dysfunction) ภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้อย่างเพียงพอ หรือไม่สามารถคงความแข็งตัวไว้ได้นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์จนเสร็จสมบูรณ์ได้อย่างเรียบร้อย (Salonia et al., 2021) ซึ่งภาวะเซ็กส์เสื่อมนี้เกิดขึ้นได้กับผู้ชายทุกช่วงวัย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในผู้สูงอายุเท่านั้น

    เสื่อมสมรรถภาพเพศชาย สาเหตุเกิดจากอะไร

    ตรวจหาสาเหตุภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศและระดับฮอร์โมนเพศชาย

    เสื่อมสมรรถภาพ เพศชาย สาเหตุมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปัจจัยทางกายภาพ หลอดเลือด ระบบประสาท ฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาวะทางอารมณ์ การแยกแยะสาเหตุเบื้องต้นอย่างถูกต้องจะช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ตรงจุด โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้:

    • สาเหตุทางร่างกาย (Organic Causes):
      • หลอดเลือด (Vasogenic): เป็นสาเหตุทางร่างกายที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากการเยื่อบุผนังหลอดเลือดทำงานผิดปกติ (Endothelial Dysfunction) หรือภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis) ส่งผลให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่เนื้อเยื่อองคชาต (Corpora Cavernosa) ได้ไม่เพียงพอ มักพบในผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ
      • ระบบประสาท (Neurogenic): เกิดจากความผิดปกติของเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณการแข็งตัว เช่น ผู้ป่วยที่เคยผ่านการผ่าตัดต่อมลูกหมาก ผู้ป่วยผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงก้าน(Pelvis) ผู้ป่วยกระดูกสันหลังบาดเจ็บ หรือโรคระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน
      • ระบบต่อมไร้ท่อและฮอร์โมน (Endocrine): เกิดจากภาวะพร่องฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Late-Onset Hypogonadism / LOH) ซึ่งส่งผลต่อทั้งความต้องการทางเพศ (Libido) และการสร้างสาร Nitric Oxide ในหลอดเลือด (Onyeji & Clavijo, 2022)
      • โครงสร้างองคชาต (Anatomic/Structural): เช่น โรคพังผืดองคชาตหนาตัว (Peyronie’s Disease) ทำให้องคชาตโค้งงอหรือเจ็บปวดขณะแข็งตัว
    • สาเหตุทางจิตใจและความเหนื่อยล้า (Psychogenic Causes): เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือความกังวลต่อประสิทธิภาพทางเพศ (Performance Anxiety) รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น พักผ่อนไม่เพียงพอ สูบบุหรี่จัด และดื่มแอลกอฮอล์ อาการมักเกิดขึ้นแบบกะทันหัน หรือเกิดขึ้นเฉพาะบางสถานการณ์ แต่ในตอนเช้ายังคงมีการแข็งตัวตามปกติ หรือแข็งตัวได้ดีเมื่อสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง

    ตัวอย่างสถานการณ์ที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน คือ กลุ่มผู้ชายวัยทำงานที่เข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาอายุ 30 ไม่แข็ง หรืออวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่ เนื่องจากทำงานหนัก มีความเครียดสะสม และพักผ่อนน้อย เมื่อได้รับการตรวจประเมินทางกายภาพ ตรวจเลือดดูระดับน้ำตาล ไขมัน และฮอร์โมนอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลกรุงเทพ กลับพบว่าหลอดเลือดและร่างกายยังสมบูรณ์ดี ปัญหาหลักมาจากความเหนื่อยล้าและระบบประสาทอัตโนมัติทำงานล้มเหลวชั่วคราวจากความเครียด ซึ่งเมื่อได้รับการปรับพฤติกรรมและการดูแลที่ถูกต้อง อาการก็สามารถกลับมาสมบูรณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาในระยะยาว

    อาการเสื่อมสมรรถภาพของผู้ชายสามารถแสดงออกได้หลายระดับความรุนแรง โดยสามารถสังเกตความผิดปกติได้ดังนี้:

    • อวัยวะเพศไม่แข็งตัว: ไม่สามารถแข็งตัวได้เลยแม้จะได้รับการกระตุ้นทางเพศอย่างเหมาะสม
    • อวัยวะเพศแข็งตัวไม่เต็มที่: แข็งตัวได้บ้างแต่ความตึงตัวไม่เพียงพอสำหรับการสอดใส่ หรืออ่อนตัวลงกลางคันก่อนเสร็จกิจ
    • ความต้องการทางเพศลดลง: รู้สึกความสนใจในเรื่องเพศลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งอาจสัมพันธ์กับภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย

    วิธีเช็กอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศเบื้องต้นด้วยตนเอง

    เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือโรค ED  สังเกตอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัวเบื้องต้นด้วยตนเอง

    ก่อนเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ คุณผู้ชายสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นได้ดังนี้:

    • สังเกตการแข็งตัวในตอนเช้า (Nocturnal / Morning Erection): โดยปกติร่างกายจะมีการแข็งตัวขณะหลับและตอนตื่นนอน (ประมาณ 3-5 ครั้งต่อคืน) หากอาการนี้หายไปต่อเนื่องหลายสัปดาห์ อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติทางระบบหลอดเลือดหรือเส้นประสาท
    • ประเมินความตึงตัวขณะสอดใส่: สังเกตว่าระดับความแข็งตัวเพียงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ โดยอาจประเมินตาม Erection Hardness Score (EHS) ได้แก่:
      • EHS Level 1: องคชาตขยายตัวแต่ไม่แข็ง (คล้ายฟองน้ำ)
      • EHS Level 2: แข็งตัวแต่ไม่เพียงพอสำหรับการสอดใส่ (คล้ายกล้วยหอมปลอกเปลือก)
      • EHS Level 3: แข็งตัวพอสอดใส่ได้แต่ไม่แข็งเต็มที่ (คล้ายกล้วยหอมยังไม่ปลอกเปลือก)
      • EHS Level 4: แข็งตัวเต็มที่สมบูรณ์ (คล้ายแตงกวา)
    • สังเกตการตอบสนองเมื่อสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง: หากสามารถแข็งตัวได้ดีขณะทำด้วยตนเอง แต่มีปัญหาเฉพาะเมื่ออยู่กับคู่รัก มักบ่งชี้ถึงปัจจัยทางจิตใจและความกังวล

    แนวทางการรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศทางการแพทย์

    การรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศในปัจจุบันเน้นกระบวนการ Shared Decision-Making และวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) ตามสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งสหรัฐอเมริกา (AUA) และยุโรป (EAU) (Burnett et al., 2018; Salonia et al., 2021):

    การปรับพฤติกรรมและการให้คำปรึกษา (Lifestyle Modification & Counseling) 

    การปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยงด้านหลอดเลือดถือเป็นฐานรากสำคัญของการรักษา รวมถึงการออกกำลังกายแบบแอโรบิกระดับปานกลางถึงหนักอย่างน้อย 160 นาทีต่อสัปดาห์ การควบคุมน้ำหนัก การงดสูบบุหรี่ และการบำบัดทางจิตวิทยา/เพศบำบัด (Psychosexual Therapy) ในกลุ่มที่มีปัจจัยทางจิตใจร่วมด้วย

    การรักษาด้วยยารับประทาน (Oral PDE5 Inhibitors)

    ในคนไข้ที่อายุตั้งแต่ 50 – 60 ปีขึ้นไป กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่ฮอร์โมนเพศชายต่ำ มีเส้นเลือดตีบและเส้นประสาทเสื่อม แพทย์จะให้ทั้งฮอร์โมนเพศชายและยาช่วยเรื่องการแข็งตัวไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งยารับประทานนี้มีผลข้างเคียงค่อนข้างต่ำ คือ มีอาการปวดศีรษะและร้อนวูบวาบบ้าง โดยใช้ 1 เม็ดต่อการมีเซ็กส์ 1 ครั้ง ที่สำคัญห้ามรับประทานยาชนิดนี้ร่วมกับกลุ่มยาสำหรับโรคหัวใจขาดเลือด หรือยากลุ่มไนเตรท เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 

    การเสริมฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone Replacement Therapy – TRT)

    กรณีที่ตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการพบระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในเลือดต่ำ (Total Testosterone < 346 ng/dL หรือ ประมาณ 12 nmol/L) (EAU Guideline 2026, แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษา ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย TAMS) ร่วมกับมีอาการทางการแพทย์ แพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทน (เช่น ยาฉีดหรือ ยาทา) ซึ่งจะช่วยเพิ่มแรงขับทางเพศ และเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่อยารับประทานกลุ่ม PDE5i (Onyeji & Clavijo, 2022; Salonia et al., 2021,

    การใช้คลื่นช็อกเวฟฟื้นฟูหลอดเลือด(Low-Intensity Extracorporeal Shockwave Therapy – Li-ESWT)

    นวัตกรรมการใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำกระตุ้นเนื้อเยื่อองคชาต เพื่อส่งเสริมการปล่อยสาร growth factors กระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Neovascularization) และฟื้นฟูการทำงานของเยื่อบุหลอดเลือดเดิม ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้เองตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาหลอดเลือดเสื่อมสภาพในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง

    การใช้กระบอกสุญญากาศ (Vacuum Erection Device – VED)

    การใช้อุปกรณ์สุญญากาศครอบอวัยวะเพศเพื่อสร้างแรงดันลบ ดึงดูดเลือดเข้ามาเลี้ยงให้แข็งตัว แล้วใช้ห่วงยางรัดที่โคนอวัยวะเพศเพื่อคงสภาพความแข็งตัว (ไม่ควรรัดเกิน 30 นาที) เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่สามารถใช้ยาได้จากผลข้างเคียงที่ควรทราบ:

    อาการทางผิวหนัง: ผิวหนังองคชาตอาจมีสีคล้ำลง รู้สึกเย็นปลาย หรือชาชั่วคราวขณะใช้งาน

    รอยช้ำ: อาจเกิดจุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังหากใช้แรงดูดสูงเกินไป

    อสุจิไม่หลั่งขณะเสร็จกิจ (Dry Orgasm): เนื่องจากห่วงรัดโคนกดท่อปัสสาวะไว้ แต่ไม่อันตรายและจะไหลออกปกติหลังถอดห่วง

    ข้อควรระวังสำคัญ: ห้ามใส่ห่วงรัดโคนนานเกิน 30 นาทีเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อขาดเลือด และผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือดควรระวังเป็นพิเศษ

    การใช้ยาฉีดเข้าองคชาต (Intracavernosal Injection – ICI) หรือยาสอดท่อปัสสาวะ

    การใช้ยาขยายหลอดเลือด (เช่น Alprostadil/PGE1 หรือยาผสม BiMix/TriMix) ฉีดเข้าเนื้อเยื่อองคชาตโดยตรง หรือใช้เม็ดยาสอดเข้าทางท่อปัสสาวะก่อนมีเพศสัมพันธ์ ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นทางอารมณ์ เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ตอบสนองต่อยารับประทาน หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัดต่อมลูกหมาก

    ผลข้างเคียงที่ควรทราบ:

    อาการปวด/เคือง: อาจรู้สึกปวดหน่วงบริเวณองคชาต หรือแสบเคืองในท่อปัสสาวะ (กรณียาสอด)

    รอยช้ำและเลือดออก: อาจเกิดรอยช้ำหรือจุดเลือดออกเล็ก ๆ บริเวณตำแหน่งที่ฉียา

    การเกิดพังผืด (Fibrosis): การฉีดยาตำแหน่งเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนังหรือองคชาตโค้งงอได้

    ข้อควรระวังสำคัญ (ภาวะฉุกเฉิน): เสี่ยงเกิดภาวะองคชาตแข็งค้างรุนแรง (Priapism) หากแข็งตัวนานเกิน 4 ชั่วโมง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันเนื้อเยื่อเสียหายถาวร

    การผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศเทียม (Penile Prosthesis Implantation)

    การผ่าตัดฝังอุปกรณ์แกนอวัยวะเพศเทียมเข้าไปในแกนเนื้อเยื่อองคชาต (Corpora Cavernosa) ถือเป็นทางเลือกสุดท้ายที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น หรือมีโครงสร้างหลอดเลือดและเนื้อเยื่อเสียหายรุนแรง โดยแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก:

    ชนิดดัดได้ (Malleable / Semi-rigid Rods): เป็นแกนซิลิโคนดัดงอได้ ราคาเข้าถึงง่ายกว่า สามารถใช้มือดัดขึ้นเมื่อต้องการมีเพศสัมพันธ์ และดัดลงเพื่อซ่อนเก็บ

    ชนิดถุงลมปรับแรงดัน (3-Piece Inflatable Penile Prosthesis – IPP): ประกอบด้วยแกนถุงลม ปั๊มที่ถุงอัณฑะ และกระเปาะน้ำที่อุ้งเชิงก้าน ให้ความรู้สึกและรูปร่างเป็นธรรมชาติสูงสุด เมื่อต้องการใช้งานเพียงกดปั๊มเพื่อส่งน้ำเข้าแกนให้แข็งตัว และกดปล่อยน้ำกลับเมื่อเสร็จกิจ

    ข้อดีและข้อควรระวังที่ควรทราบ:

    ประสิทธิภาพสูง: อัตราความพึงพอใจของผู้ป่วยและคู่รักสูงถึงกว่า 90–95% สามารถควบคุมระยะเวลาการแข็งตัวได้ตามต้องการ

    การทำงานตามธรรมชาติ: ไม่กระทบต่อความรู้สึกสัมผัส การถึงจุดสุดยอด หรือการหลั่งอสุจิ

    ข้อควรระวังสำคัญ: เป็นการผ่าตัดถาวรที่ไม่สามารถเปลี่ยนกลับไปแข็งตัวตามธรรมชาติได้ เสี่ยงต่อการติดเชื้อบริเวณอุปกรณ์ (1–2%) และต้องอาศัยศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการผ่าตัด

    วิธีป้องกันภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

    เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หรือโรค ED

    การป้องกันภาวะ เสื่อมสมรรถภาพ ทำได้ด้วยการดูแลสุขภาพหลอดเลือดและร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ:

    • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง: งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก และลดอาหารที่มีไขมันสูง
    • ควบคุมโรคประจำตัว: ตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิต ไขมัน และน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เน้นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เพื่อช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตทำงานได้ดี
    • จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ: ทำจิตใจให้แจ่มใส และนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน

    ข้อควรรู้เกี่ยวกับการใช้ยาขยายหลอดเลือดองคชาต อย่างปลอดภัย

    ยาไวอากร้า (Sildenafil) หรือยากลุ่ม PDE5i อื่น ๆ เช่น Tadalafil และ Vardenafil เป็นยาควบคุมพิเศษที่มีข้อควรรู้สำคัญดังนี้:

    • ต้องได้รับการกระตุ้นทางเพศ ยาจึงจะออกฤทธิ์: ยาไม่ได้มีฤทธิ์ปลุกอารมณ์ทางเพศ แต่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวเมื่อมีแรงกระตุ้นทางอารมณ์และระบบประสาทเท่านั้น
    • ระยะเวลาการออกฤทธิ์แตกต่างกัน: Sildenafil และ Vardenafil ออกฤทธิ์เร็ว (กินก่อนมีเพศสัมพันธ์ 30-60 นาที) อยู่ได้นานประมาณ 4-8 ชั่วโมง ขณะที่ Tadalafil สามารถออกฤทธิ์ได้ยาวนานถึง 24-36 ชั่วโมง
    • ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามใช้ร่วมกับยากลุ่มไนเตรต (Nitrates) หรือยาอมใต้ลิ้นรักษาโรคหัวใจโดยเด็ดขาด
    • ผลข้างเคียงที่อาจพบได้: เช่น ปวดศีรษะ หน้าแดง ร้อนวูบวาบ คัดแน่นจมูก หรืออาหารไม่ย่อย หากมีอาการอวัยวะเพศแข็งตัวค้างนานเกิน 4 ชั่วโมง (Priapism) ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางเดินปัสสาวะที่ต้องรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันเนื้อเยื่อองคชาตเสียหายถาวร

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมดูแลสุขภาพเพศชาย

    ปัญหาสมรรถภาพทางเพศเป็นเรื่องสุขภาพที่รักษาได้ ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างตรงตำแหน่ง การทำ penile doppler ultrasound ร่วมกับการฉีด Intracavernous injection และดูแลรักษาปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ครอบคลุมทั้งการปรับฮอร์โมน เทคโนโลยี Shockwave ไปจนถึงการผ่าตัด โดยทีมศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะและแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์เจริญพันธุ์และสุขภาพเพศชาย (Andrologist) ภายใต้มาตรฐานการบริการที่เน้นความเป็นส่วนตัวของผู้รับบริการ เพื่อให้สามารถกลับมามีความมั่นใจในการใช้ชีวิตอีกครั้ง

    สรุปบทความ

    ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอารมณ์ แต่เป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพหลอดเลือดและร่างกายโดยรวม การสังเกตความผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือภาวะอายุ 30 ไม่แข็ง แล้วรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ปลอดภัย และกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

    1. อายุยังน้อยมีโอกาสเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือไม่

    มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ในกลุ่มคนวัยหนุ่มหรือวัยทำงาน (เช่น กลุ่มอายุ 30 ไม่แข็ง) ปัญหามักไม่ได้เกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดตามวัย แต่เกิดจากความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะกังวลต่อประสิทธิภาพทางเพศ หรือพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และขาดการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามอาจจะต้องตรวจเพิ่มเติมในบางกรณี แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม

    2. การช่วยตัวเองบ่อยทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศจริงไหม

    ในทางการแพทย์ การช่วยตัวเองไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้เกิดภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือทำให้หลอดเลือดเสียหาย แต่หากทำบ่อยจนร่างกายอ่อนเพลีย หรือเกิดความกังวลสะสม อาจส่งผลต่อความไวในการตอบสนองและอารมณ์ร่วมเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับคู่รัก

    3. ยารักษาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศสามารถซื้อรับประทานเองได้หรือไม่

    ไม่แนะนำให้ซื้อยารับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากยาในกลุ่มนี้มีข้อห้ามใช้ที่สำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือผู้ที่รับประทานยากลุ่มไนเตรต การใช้ยาโดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

    4. ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่

    สามารถรักษาให้กลับมาทำงานได้เป็นปกติหรือใกล้เคียงปกติได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากพฤติกรรม ความเครียด หรือฮอร์โมน การปรับพฤติกรรมและการรักษาเฉพาะทางจะช่วยให้หายเป็นปกติได้ แต่หากเกิดจากโรคหลอดเลือดเรื้อรัง การควบคุมโรคและใช้เทคโนโลยีฟื้นฟู เช่น Shockwave ร่วมกับการดูแลโดยแพทย์จะช่วยคืนสมรรถภาพได้อย่างปลอดภัย

    References

    • Burnett, A. L., Nehra, A., Breau, R. H., Culkin, D. J., Faraday, M. M., Hakim, L. S., Heidelbaugh, J., Khera, M., McVary, K. T., Miner, M. M., Nelson, C. J., Sadeghi-Nejad, H., Seftel, A. D., & Shindel, A. W. (2018). Erectile Dysfunction: AUA Guideline. Journal of Urology, 200(3), 633–641. https://doi.org/10.1016/j.juro.2018.05.004
    • Onyeji, I. C., & Clavijo, R. I. (2022). Testosterone replacement therapy and erectile dysfunction. International Journal of Impotence Research, 34(7), 698–703. https://doi.org/10.1038/s41443-021-00512-w
    • Salonia, A., Bettocchi, C., Boeri, L., Capogrosso, P., Carvalho, J., Cilesiz, N. C., Cocci, A., Corona, G., Dimitropoulos, K., Gül, M., Hatzichristodoulou, G., Jones, T. H., Kadioglu, A., Martínez Salamanca, J. I., Milenkovic, U., Modgil, V., Russo, G. I., Serefoglu, E. C., Tharakan, T., Verze, P., & Minhas, S. (2021). European Association of Urology Guidelines on Sexual and Reproductive Health—2021 Update: Male Sexual Dysfunction. European Urology, 80(3), 333–357. https://doi.org/10.1016/j.eururo.2021.06.007

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    นพ. วีรยุทธ์ วิริยะบัณฑิตกุล

    ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

    นพ. วีรยุทธ์ วิริยะบัณฑิตกุล

    ศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ

    ชั้น 3 อาคาร B โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ
    วันจันทร์ - ศุกร์ 08.00 - 19.00 น.
    วันเสาร์ - อาทิตย์ 08.00 - 16.00 น.

    0 2310 3009

    1719

    [email protected]

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ
    ตรวจคัดกรองการไหลของปัสสาวะ

    1,200 บาท

    1,320 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของมะเร็งต่อมลูกหมาก

    3,500 บาท

    5,180 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมากชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก
    ชุดตรวจหาความผิดปกติของต่อมลูกหมาก

    2,500 บาท

    3,190 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ Image
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับโรคระบบทางเดินปัสสาวะ
    ตรวจเช็กมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยเทคโนโลยีตัดชิ้นเนื้อ 3 มิติ Image
    ตรวจเช็กมะเร็งต่อมลูกหมาก ด้วยเทคโนโลยีตัดชิ้นเนื้อ 3 มิติ
    รักษาต่อมลูกหมากโตได้ด้วยไอน้ำ Image
    รักษาต่อมลูกหมากโตได้ด้วยไอน้ำ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ