ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นปัญหาสุขภาพในคุณผู้ชายที่ไม่เพียงส่งผลต่อความสัมพันธ์ ความมั่นใจ และคุณภาพชีวิต แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคตได้ ดังนั้นหากมีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงควรรีบทำการรักษาโดยเร็วเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาว
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศคืออะไร
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction: ED) คือภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้นานเพียงพอหรือไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างมีความสุขเกิดความเครียดในการมีเพศสัมพันธ์จึงควรเข้ารับการรักษากับแพทย์เฉพาะทางโดยเร็วที่สุด
สังเกตอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้อย่างไร
- ใช้เวลานานในการทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว
- อวัยวะเพศแข็งตัวช้าแม้มีความต้องการทางเพศ
- อวัยวะเพศแข็งตัวไม่นาน
- ความต้องการทางเพศลดลงอย่างต่อเนื่อง
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศต่างจากปัญหาการแข็งตัวผิดปกติเป็นครั้งคราวอย่างไร
บางครั้งการที่องคชาตไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวผิดปกติเป็นครั้งคราวอาจไม่ได้บ่งบอกว่ามีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ เพราะอาจเกิดขึ้นจากความเครียด ความวิตกกังวล พักผ่อนไม่เพียงพอ เหนื่อยล้า การดื่มแอลกอฮอล์ แต่ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมักเกิดขึ้นยาวนานต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
|
การแข็งตัวผิดปกติเป็นครั้งคราว |
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ |
|
เกิดขึ้นนาน ๆ ครั้ง |
เกิดขึ้นซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง |
|
เกิดขึ้นจากปัจจัยกระตุ้นชั่วคราว เช่น เครียด นอนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์ |
อาจเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฮอร์โมน ยาบางชนิด ปัจจัยทางจิตใจ |
|
ปัจจัยกระตุ้นลดลงอาจกลับมาเป็นปกติ ไม่ต้องพบแพทย์ |
อาการคงอยู่นาน มีแนวโน้มแย่ลง ควรพบแพทย์โดยเร็ว |
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีความสัมพันธ์กับหลอดเลือดอย่างไร
การแข็งตัวขององคชาตเกี่ยวข้องกับการทำงานของหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือด เพราะเมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ หลอดเลือดบริเวณองคชาตจะขยายตัว เลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อนำไปสู่การแข็งตัว หากหลอดเลือดผิดปกติ หลอดเลือดตีบหรือแข็งตัว การไหลเวียนเลือดไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้เลือดไหลเข้าสู่องคชาตลดลง มีปัญหาอวัยวะเพศแข็งตัวยาก แข็งตัวได้ไม่เต็มที่ แข็งตัวได้ไม่นาน ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงอาจเป็นสัญญาณเตือนความผิดปกติของหลอดเลือดหัวใจที่คุณผู้ชายไม่ควรละเลย ทั้งนี้เนื่องจากหลอดเลือดที่องคชาตมีขนาดเล็กกว่าหลอดเลือดหัวใจมาก การอุดตันหรือความเสื่อมของเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด (Endothelial Dysfunction) จึงมักแสดงอาการที่องคชาตก่อน อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศจึงถือเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าที่อาจเกิดขึ้นก่อนภาวะฉุกเฉินทางหัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular Events) ถึง 3 – 5 ปี (Mei et al., 2024; Jackson, 2013)
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจจริงไหม
มีงานวิจัยและการทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review และ Meta – Analysis) ยืนยันว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นปัจจัยเสี่ยงอิสระ (Independent Predictor) ที่สามารถพยากรณ์การเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตได้ (Uddin et al., 2018) จากการรวบรวมข้อมูลทางสถิติพบว่า ผู้ชายที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ (Cardiovascular Disease: CVD) เพิ่มขึ้น 43 – 45% และมีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Heart Disease: CHD) เพิ่มขึ้นถึง 50 – 59% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีอาการ (Mostafaei et al., 2021; Zhao et al., 2019) ยิ่งไปกว่านั้น ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในระดับรุนแรงยังเชื่อมโยงกับอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (Zhao et al., 2019)
อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่าผู้ชายทุกคนที่มีภาวะนี้จะต้องเป็นโรคหัวใจทุกคน โดยโรคประจำตัวเรื้อรังอย่างเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน และการสูบบุหรี่ ล้วนเป็นตัวเร่งที่ทำลายสุขภาพหลอดเลือด ดังนั้นหากตรวจพบภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบโรคหลอดเลือดหัวใจที่ซ่อนอยู่จึงควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความเสี่ยงสุขภาพแต่เนิ่น ๆ
ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและโรคหัวใจและหลอดเลือดมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกันหรือไม่
งานวิจัยทางระบาดวิทยาพบว่า ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและโรคหลอดเลือดหัวใจมีกลไกการเกิดโรคที่ทับซ้อนกัน โดยเฉพาะ “ภาวะเยื่อบุหลอดเลือดทำงานผิดปกติ“ (Endothelial Dysfunction) และการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักถูกกระตุ้นจากปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน (Gandaglia et al., 2014) ได้แก่
- อายุที่เพิ่มขึ้น: หลอดเลือดเสื่อมลง เสี่ยงโรคเรื้อรังต่าง ๆ เพิ่มขึ้น
- ไขมันในเลือดสูงและโรคอ้วน: เกิดการสะสมคราบไขมันในผนังหลอดเลือด สัมพันธ์กับภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้หลอดเลือดตีบและอักเสบ
- ความดันโลหิตสูง: ทำลายผนังหลอดเลือด หลอดเลือดเสียความยืดหยุ่น
- เบาหวาน: ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานาน ทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาทบริเวณองคชาตอย่างรุนแรง
- การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์: สารพิษส่งผลโดยตรงต่อเยื่อบุหลอดเลือด เพิ่มความเสี่ยงหลอดเลือดตีบ
- ขาดการออกกำลังกาย: มีงานวิจัยแบบ Meta – Analysis ยืนยันว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Lifestyle Modifications) โดยเฉพาะการลดน้ำหนักและการออกกำลังกายแบบแอโรบิก สามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Gupta et al., 2011)
เมื่อมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศต้องตรวจอะไร
ผู้ที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศแต่ละคนอาการและความรุนแรงแตกต่างกัน ตามแนวทางฉันทามติพรินซ์ตัน ฉบับที่ 3 (The Princeton III Consensus Guidelines) ระบุไว้ชัดเจนว่า “ผู้ชายทุกคนที่มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ควรได้รับการประเมินความเสี่ยงด้านโรคหลอดเลือดหัวใจเสมอ“ (Nehra et al., 2012) แพทย์เฉพาะทางจะทำการประเมินอาการ ประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และพิจารณาการตรวจที่เหมาะสม ได้แก่
- ซักประวัติและประเมินลักษณะอาการอย่างละเอียด
- ตรวจร่างกาย ประเมินสุขภาพโดยรวม และความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์
- ตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด (Fasting Glucose & Lipid Profile) เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคทางเมตาบอลิก
- ตรวจระดับฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone)
- ตรวจความสมบูรณ์ของการทำงานของหัวใจ (เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG) ตามความเหมาะสม
- ตรวจการไหลเวียนเลือดด้วยอัลตราซาวนด์ (Penile Duplex Ultrasound) ในกรณีที่สงสัยความผิดปกติของหลอดเลือดเพื่อประเมินการทำงานของหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำบริเวณองคชาตโดยตรงอย่างชัดเจน
รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอย่างไร
- ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: ลดน้ำหนัก ออกกำลังกาย งดสูบบุหรี่ นอนหลับให้เพียงพอ ควบคุมโรคประจำตัว
- ยารับประทาน (กลุ่มยับยั้งเอนไซม์ PDE5): ตามที่แพทย์แนะนำ
- (ข้อควรระวัง: ผู้ป่วยโรคหัวใจที่กำลังใช้ยากลุ่มไนเตรต (Nitrates) ห้ามซื้อยามารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากยาจะเสริมฤทธิ์กัน ทำให้ความดันโลหิตตกอย่างรุนแรง)
- ใช้คลื่นพลังงานต่ำ (Low – Intensity Shockwave Therapy): เพื่อกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Angiogenesis) ไปเลี้ยงองคชาต ซึ่งมีงานวิจัยทบทวนวรรณกรรมยืนยันว่าช่วยเพิ่มคะแนนการแข็งตัวขององคชาต (IIEF – EF Score) ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว (Lu et al., 2017)
- ยาฉีดขยายหลอดเลือดเข้าองคชาต: หากเกิดผลข้างเคียงหรือไม่ตอบสนองจากยารับประทาน
- ผ่าตัดใส่แกนองคชาตเทียม (Penile Implant): ในผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล
หย่อนสมรรถภาพทางเพศแบบไหนต้องพบแพทย์ทันที
หากมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศสามารถพบแพทย์เฉพาะทางได้ทันที เพราะยิ่งพบแพทย์เร็ว ยิ่งรักษาเร็ว ย่อมช่วยให้หายจากความผิดปกติและสุขภาพเพศชายกลับมาแข็งแรงได้เร็ว ทั้งนี้หากมีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศร่วมกับเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก หน้ามืด ใจสั่น หมดสติ ควรต้องพบแพทย์ทันที เพราะอาจเกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง
Reference
- Gandaglia, G., Briganti, A., Jackson, G., et al. (2014). A systematic review of the association between erectile dysfunction and cardiovascular disease. European Urology, 65(5), 968-978. https://doi.org/10.1016/j.eururo.2013.08.023 (อ้างอิงเรื่องพยาธิสภาพและปัจจัยเสี่ยงร่วม)
- Gupta, B. P., Murad, M. H., Clifton, M. M., et al. (2011). The effect of lifestyle modification and cardiovascular risk factor reduction on erectile dysfunction: a systematic review and meta-analysis. Archives of Internal Medicine, 171(20), 1797-1803. https://doi.org/10.1001/archinternmed.2011.440 (อ้างอิงเรื่องการปรับพฤติกรรม)
- Jackson, G. (2013). Erectile dysfunction and cardiovascular disease. Arab Journal of Urology, 11(3), 212-216. https://doi.org/10.1016/j.aju.2013.03.003
- Lu, Z., Lin, G., Reed-Maldonado, A., Wang, C., Lee, Y. C., & Lue, T. F. (2017). Low-intensity Extracorporeal Shock Wave Treatment Improves Erectile Function: A Systematic Review and Meta-analysis. European Urology, 71(2), 223-233. https://doi.org/10.1016/j.eururo.2016.05.050 (อ้างอิงเรื่องประสิทธิภาพของ Shockwave)
- Mei, Y., Chen, Y., Wang, X., et al. (2024). Association between erectile dysfunction and the predicted 10-year risk for atherosclerosis cardiovascular disease among U.S. men. Frontiers in Endocrinology, 15. https://doi.org/10.3389/fendo.2024.1442904
- Nehra, A., Jackson, G., Miner, M., et al. (2012). The Princeton III Consensus recommendations for the management of erectile dysfunction and cardiovascular disease. Mayo Clinic Proceedings, 87(8), 766-778. https://doi.org/10.1016/j.mayocp.2012.06.015 (อ้างอิงเรื่อง Guideline การตรวจคัดกรองโรคหัวใจ)
- Zhao, B., Hong, Z., Wei, Y., et al. (2019). Erectile Dysfunction Predicts Cardiovascular Events as an Independent Risk Factor: A Systematic Review and Meta-Analysis. The Journal of Sexual Medicine, 16(6), 1005-1017. https://doi.org/10.1016/j.jsxm.2019.04.004
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นเรื่องปกติเมื่ออายุมากขึ้นจริงหรือไม่
A: แม้อายุมากขึ้นอาจต้องพบปัญหาการแข็งตัวของอวัยวะเพศและการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ แต่นอกจากอายุมากขึ้นยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ได้แก่ หลอดเลือด โครงสร้างอวัยวะเพศ เส้นประสาทหลักที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ อัณฑะอักเสบ ฮอร์โมน จิตใจ เป็นต้น
Q: หากไม่รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจะส่งผลกระทบอย่างไร
A: หากปล่อยไว้โดยไม่รักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศจะส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคู่ชีวิต เกิดความเครียดในความสัมพันธ์ ขาดความมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์ ไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ รวมถึงหากมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือ ED มีสาเหตุมาจากหลอดเลือด อาจซ่อนภัยเงียบอย่างโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่รุนแรงในอนาคต
Q: คุณผู้ชายสามารถป้องกันภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศได้หรือไม่
A: การป้องกันภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศทำได้โดยการดูแลสุขภาพองค์รวมออกกำลังกายเป็นประจำรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เลี่ยงอาหารแปรรูปและไขมันทรานส์นอนหลับให้เพียงพอเลิกสูบบุหรี่งดดื่มแอลกอฮอล์ดูแลจัดการความเครียดตรวจสุขภาพประจำปีตรวจสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดหากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์โดยเร็วเพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาไม่ควรซื้อยามารับประทานเองเพราะยารักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นยาควบคุมที่มีผลข้างเคียงต้องได้รับยาในปริมาณที่เหมาะสมสั่งยาและติดตามหลังรับประทานยาโดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
โรงพยาบาลที่ชำนาญการดูแลรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากด้วยประสบการณ์ เครื่องมือที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่พร้อมดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้กลับมามั่นใจในสุขภาพเพศชายในทุกวัน
แพทย์ที่ชำนาญการดูแลรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
นพ.วีรยุทธ์ วิริยะบัณฑิตกุล ศัลยแพทย์ชำนาญการระบบทางเดินปัสสาวะและสุขภาพเพศชาย ศูนย์โรคทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง












