โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    Robotic Surgery: หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด กับความละเอียดระดับมิลลิเมตร

    10 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 08 ต.ค. 2569
    แพ็กเกจแนะนำ
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม
    Robotic Surgery: หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด กับความละเอียดระดับมิลลิเมตร
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 08 ต.ค. 2569

    การผ่าตัดผ่านกล้องด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในการรักษาโรคมะเร็งและโรคที่ต้องผ่าตัดในตำแหน่งเข้าถึงยาก อาทิ เชิงกราน ช่องอก หรือบริเวณลึกในช่องท้อง 

    หุ่นยนต์ da Vinci Xi เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุนศัลยแพทย์ในการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก โดยช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการผ่าตัดและการมองเห็นบริเวณผ่าตัดด้วยภาพสามมิติความละเอียดสูง ทั้งนี้ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับโรคและภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย 

     

    Robotic Surgery หรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด คืออะไร

    Robotic Surgery หรือการผ่าตัดผ่านกล้องด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด คือเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery) โดยใช้แขนกลของหุ่นยนต์ทำงานแทนมือศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์ควบคุมการผ่าตัดจากคอนโซล (Surgeon Console) ผ่านจอภาพสามมิติที่มีการขยายภาพหลายเท่า แผลสำหรับสอดเครื่องมือผ่าตัดมีขนาดเล็กหลายตำแหน่ง โดยขนาดแผลขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด 

    เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery) การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการผ่าตัดแผลเล็ก ซึ่งอาจช่วยลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อข้างเคียงในผู้ป่วยบางราย ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับชนิดโรคและการประเมินของแพทย์

    เมื่อเทียบกับการผ่าตัดผ่านกล้องแบบทั่วไป (Laparoscopic Surgery) ระบบ da Vinci Xi ให้ความละเอียดของภาพและความคล่องตัวของข้อมือเชิงกล  เครื่องมือ EndoWrist® ที่มีความคล่องตัวสูงและเคลื่อนไหวได้หลายองศาอิสระ ช่วยให้การเย็บซ่อมเนื้อเยื่อในพื้นที่แคบทำได้ละเอียดอ่อน ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีรูปร่างอ้วน หรือมีพังผืดในช่องท้องจากการผ่าตัดในอดีต

    การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มีความจำเป็นอย่างยิ่งในกรณีที่ตำแหน่งของโรคเข้าถึงยาก เช่น มะเร็งบริเวณลึกในเชิงกราน หรือโรคที่ต้องอาศัยความละเอียดสูงในการเลาะเนื้อเยื่อโดยไม่ทำอันตรายต่อเส้นประสาทข้างเคียง อาทิ การผ่าตัดต่อมลูกหมากที่ต้องระมัดระวังเส้นประสาทซึ่งควบคุมการแข็งตัวของอวัยวะเพศเป็นพิเศษ

    ระบบอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์

    ความสามารถในการผ่าตัดของหุ่นยนต์ da Vinci Xi ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่ใช้รักษาโรคได้ครอบคลุมหลายระบบของร่างกาย ได้แก่

    • ระบบทางเดินอาหาร ตั้งแต่หลอดอาหารจนถึงลำไส้ใหญ่
    • ระบบตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี 
    • ระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ ไต
    • ระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เช่น มดลูก รังไข่
    • ระบบทรวงอก 
    • บริเวณศีรษะและลำคอ (Head and neck) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีเส้นเลือด เส้นประสาท และโครงสร้างสำคัญอยู่ใกล้เคียงกันเป็นจำนวนมาก

    ความสามารถของหุ่นยนต์ในการเข้าถึงพื้นที่แคบและซับซ้อนได้อย่างละเอียดอ่อนถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการศัลยกรรมยุคใหม่

    ประเภทของโรคที่รักษาได้ด้วย Robotic Surgery

    การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi ครอบคลุมโรคหลากหลายกลุ่ม โดยแบ่งตามระบบอวัยวะได้ดังนี้

    • กลุ่มโรคช่องท้องและตับ เช่น ตับอ่อน ท่อน้ำดี เช่น ไส้เลื่อน นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งถุงน้ำดี
    • กลุ่มโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง
    • กลุ่มโรคทรวงอก เช่น มะเร็งปอด มะเร็งผนังทรวงอก และโรคของต่อมไทมัส
    • กลุ่มโรคทางเดินปัสสาวะ เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต
    • กลุ่มโรคทางนรีเวช เช่น เนื้องอกมดลูกหรือมะเร็งมดลูก ก้อนเนื้อที่รังไข่ และภาวะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน
    • กลุ่มโรคหู คอ จมูก และศีรษะลำคอ เช่น เนื้องอกชนิดไม่ร้ายในลำคอ ก้อนที่คอ มะเร็งทอนซิล มะเร็งโคนลิ้น มะเร็งกล่องเสียง และมะเร็งโพรงหลังจมูก

    จะเห็นได้ว่าโรคในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็งหรือโรคที่ต้องผ่าตัดในบริเวณลึกและซับซ้อน ซึ่งการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ช่วยสนับสนุนการผ่าตัดในบริเวณที่ซับซ้อน และช่วยให้ศัลยแพทย์เข้าถึงตำแหน่งผ่าตัดได้สะดวกมากขึ้นในผู้ป่วยที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดควรต้องเป็นไปตามการประเมินและดุลยพินิจของ แพทย์เฉพาะทางเป็นสำคัญ เนื่องจากความเหมาะสมในการรักษาแตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละราย

    อาการที่บ่งชี้ว่าอาจต้องพิจารณาผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์

    เนื่องจาก Robotic Surgery เป็นวิธีการผ่าตัด ไม่ใช่การรักษาเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง อาการที่นำไปสู่การพิจารณาผ่าตัดจึงแตกต่างกันไปตามโรคต้นเหตุ และในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะมะเร็งบางชนิด อาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก แต่ตรวจพบได้จากการคัดกรอง

    อาการที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยที่อาจต้องเข้ารับการผ่าตัด ได้แก่

    • ปวดท้องเรื้อรัง หรือปวดเป็นๆ หายๆ โดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือท้องน้อย
    • คลำเจอก้อนที่ท้อง คอ หรือบริเวณอื่นของร่างกาย
    • ปัสสาวะผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน ปัสสาวะเป็นเลือด หรือปัสสาวะลำบาก
    • ประจำเดือนผิดปกติ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยในผู้หญิง
    • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับเบื่ออาหาร
    • เสียงแหบเรื้อรัง กลืนลำบาก หรือมีก้อนที่คอโตขึ้นเรื่อยๆ
    • ไอเรื้อรัง หรือไอมีเลือดปน ในกรณีที่สงสัยโรคปอดหรือทรวงอก
    • ตัวเหลือง ตาเหลือง ในกรณีสงสัยโรคของตับหรือท่อน้ำดี

    ผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อประเมินความจำเป็นในการรักษา การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หาย และเปิดทางเลือกให้สามารถผ่าตัดด้วยเทคนิคแผลเล็กได้มากขึ้น

    กลุ่มเสี่ยงที่ควรพิจารณาการรักษาด้วย Robotic Surgery

    ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ แต่มีกลุ่มผู้ป่วยบางลักษณะที่ได้ประโยชน์มากเป็นพิเศษจากเทคโนโลยีนี้

    • ผู้ป่วยโรคมะเร็งในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก เช่น มะเร็งต่อมลูกหมากที่อยู่ลึกในอุ้งเชิงกราน หรือมะเร็งโพรงหลังจมูกที่อยู่ใกล้เส้นประสาทสมองสำคัญ ความละเอียดเข้าถึงจุดที่ซับซ้อนได้ดีของแขนกลช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บของเส้นประสาทและอวัยวะข้างเคียง
    • ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักเกินหรือภาวะอ้วน เพราะไขมันหน้าท้องหนาทำให้การผ่าตัดแบบเปิดหรือผ่านกล้องธรรมดาทำได้ยากขึ้น ระบบช่วยให้ศัลยแพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในได้ชัดเจนขึ้นผ่านภาพสามมิติความละเอียดสูง
    • ผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดช่องท้องมาก่อนและมีพังผืด การมีพังผืดในช่องท้องทำให้การผ่าตัดซับซ้อนขึ้น ความละเอียดของภาพสามมิติช่วยให้ศัลยแพทย์แยกแยะโครงสร้างได้ชัดเจนกว่า
    • ผู้ป่วยที่ต้องการรักษาการทำงานของอวัยวะ เช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมากที่ต้องระมัดระวังเส้นประสาทควบคุมการแข็งตัวและการกลั้นปัสสาวะ
    • ผู้สูงอายุบางรายอาจได้รับประโยชน์จากการผ่าตัดแผลเล็ก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโรคประจำตัวและการประเมินโดยแพทย์
    • ผู้ป่วยที่ต้องผ่าตัดหลายอวัยวะในครั้งเดียว หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi สามารถเปลี่ยนมุมแขนกลได้คล่องตัวโดยไม่ต้องขยับตัวผู้ป่วยมาก ช่วยประหยัดเวลาผ่าตัดในเคสที่ซับซ้อน

    การวินิจฉัยก่อนตัดสินใจผ่าตัด

    แพทย์ต้องวินิจฉัยโรคให้ชัดเจนก่อนวางแผนการผ่าตัดเสมอ วิธีที่ใช้บ่อยได้แก่

    • การซักประวัติและตรวจร่างกาย (Physical examination) เพื่อประเมินอาการ ตำแหน่งของก้อนหรือความผิดปกติ
    • การตรวจเลือด (Blood test) รวมถึงสารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor markers) เช่น PSA สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือ CEA สำหรับมะเร็งลำไส้
    • การตรวจภาพถ่ายทางรังสี เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) หรือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูขนาด ตำแหน่ง และการลุกลามของก้อนเนื้อ
    • การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ในบางกรณี เช่น การตรวจถุงน้ำดีหรือมดลูก
    • การตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ (Biopsy) เพื่อยืนยันว่าเป็นเนื้อร้ายหรือเนื้อดี ก่อนวางแผนการผ่าตัด
    • การส่องกล้อง (Endoscopy) เช่น การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) ในกรณีสงสัยมะเร็งลำไส้ใหญ่

    เมื่อได้ผลตรวจครบถ้วน ทีมแพทย์หลายฝ่าย ทั้งศัลยแพทย์ อายุรแพทย์มะเร็ง และรังสีแพทย์ จะประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย

    แนวทางการผ่าตัดด้วย Robotic Surgery

    ปัจจุบันการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ช่วยมีให้เลือกหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของผู้ป่วยแต่ละราย

    1. การผ่าตัดด้วยระบบ da Vinci Xi (da Vinci Xi Robot-Assisted Surgery)
      เป็นเทคโนโลยีหลักของ Robotic Surgery ประกอบด้วยแขนกล 4 แขนที่ควบคุมโดยศัลยแพทย์ผ่านคอนโซล พร้อมกล้องสามมิติกำลังขยายสูงที่ให้ภาพชัดกว่าตาเปล่าถึง 10 เท่า จุดเด่นคือข้อมือเชิงกล (Patient-side Cart) ที่หมุนได้อิสระ 360 องศา ช่วยให้เย็บซ่อมเนื้อเยื่อในมุมที่มือมนุษย์ทำไม่ได้ นอกจากนี้ระบบยังมีฟังก์ชันกรองอาการมือสั่นตามธรรมชาติ (Tremor filtration) ทำให้การเคลื่อนไหวละเอียดระดับมิลลิเมตร
    2. การผ่าตัดผ่านกล้องแบบดั้งเดิม (Conventional Laparoscopic Surgery)
      ใช้ในเคสที่ไม่ซับซ้อนมาก เป็นการผ่าตัดแผลเล็กเช่นเดียวกัน แต่อุปกรณ์ไม่มีข้อมือหมุนได้เหมือนหุ่นยนต์ และภาพที่เห็นเป็นแบบสองมิติ จึงมีข้อจำกัดมากกว่าในพื้นที่แคบหรือซับซ้อนสูง
    3. การผ่าตัดแบบเปิด (Open Surgery)
      ยังมีความจำเป็นในบางกรณี เช่น เคสฉุกเฉินที่มีเลือดออกมาก หรือก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่ต้องเปิดแผลกว้างเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แม้ระยะฟื้นตัวจะนานกว่า แต่ในบางสถานการณ์ยังคงเป็นวิธีที่จำเป็น

    การเลือกวิธีผ่าตัดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ ร่วมกับการพูดคุยถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีกับผู้ป่วย เนื่องจากไม่มีวิธีใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกรายเสมอไป

    การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด

    ผู้ป่วยที่จะเข้ารับการผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์ควรเตรียมตัวดังนี้

    • งดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด โดยทั่วไปประมาณ 6-8 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
    • แจ้งประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร และยาที่รับประทานประจำให้แพทย์ทราบทั้งหมด รวมถึงยาละลายลิ่มเลือดหรือวิตามินเสริมบางชนิดที่อาจต้องหยุดก่อนผ่าตัดหลายวัน
    • ตรวจร่างกายและตรวจเลือดเพื่อประเมินความพร้อมของหัวใจ ปอด และการแข็งตัวของเลือด
    • หยุดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนทางปอดและแผลหายช้า
    • พักผ่อนให้เพียงพอในช่วงก่อนผ่าตัด
    • เตรียมของใช้ส่วนตัวสำหรับพักฟื้นในโรงพยาบาล และวางแผนเรื่องผู้ดูแลหลังผ่าตัด
    • สอบถามแพทย์ถึงขั้นตอน ระยะเวลา และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนเข้ารับการผ่าตัด

    การดูแลหลังผ่าตัด

    การผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถลุกเดินได้ภายในระยะเวลาสั้นหลังผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาพักรักษาตัวขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความซับซ้อนของการผ่าตัด แต่ยังจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างถูกต้องเพื่อให้แผลหายดีและลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

    • สังเกตแผลผ่าตัดทุกวัน หากพบรอยแดง บวม มีหนอง หรือมีไข้ ควรกลับมาพบแพทย์ทันที
    • หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด
    • ค่อยๆ เพิ่มกิจกรรมประจำวัน เริ่มจากเดินเบาๆ แล้วเพิ่มระยะทางตามคำแนะนำแพทย์
    • รับประทานอาหารที่ย่อยง่าย มีโปรตีนเพียงพอเพื่อช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
    • รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ควรหยุดยาเองแม้อาการดีขึ้น
    • มาตรวจติดตามผลตามนัดทุกครั้ง เพื่อประเมินการหายของแผลและผลทางพยาธิวิทยาในกรณีที่มีการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ
    • ผู้ป่วยมะเร็งควรติดตามผลการรักษาต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากบางรายอาจต้องได้รับการรักษาเสริมเพิ่มเติม เช่น เคมีบำบัดหรือรังสีรักษา

    การป้องกันโรคที่นำไปสู่การผ่าตัด 

    Robotic Surgery ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัด แต่การป้องกันไม่ให้เกิดโรคตั้งแต่ต้นทางยังคงเป็นแนวทางที่สำคัญที่สุด

    • ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการคัดกรองมะเร็งตามช่วงอายุ เช่น การตรวจ PSA ในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือการตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear) ในผู้หญิง
    • รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง ลดอาหารแปรรูปและเนื้อแดงปริมาณมาก เพื่อลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่
    • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เนื่องจากภาวะอ้วนเพิ่มความเสี่ยงโรคหลายชนิด รวมถึงมะเร็งบางประเภท
    • ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์
    • เลิกสูบบุหรี่และลดการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสาเหตุสำคัญของมะเร็งหลายชนิด รวมถึงมะเร็งปอดและมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ
    • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องเรื้อรัง คลำเจอก้อน หรือปัสสาวะผิดปกติ ควรเข้าพบแพทย์ทันทีโดยไม่ปล่อยทิ้งไว้จนอาการรุนแรง
    • ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการตรวจคัดกรองที่เข้มข้นกว่าคนทั่วไป

    FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Robotic Surgery

    Robotic Surgery ต่างจากการผ่าตัดผ่านกล้องแบบธรรมดาอย่างไร

    ความแตกต่างหลักคือความคล่องตัวของอุปกรณ์ ระบบหุ่นยนต์อย่าง da Vinci Xi มีข้อมือเชิงกลที่หมุนได้ 360 องศา ในขณะที่กล้องผ่าตัดแบบธรรมดามีข้อจำกัดในการหมุนมุม นอกจากนี้ภาพที่เห็นจากระบบหุ่นยนต์เป็นภาพสามมิติกำลังขยายสูง ทำให้มองเห็นรายละเอียดของเส้นเลือดและเส้นประสาทชัดเจนกว่า ส่งผลให้ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการผ่าตัดและการมองเห็นบริเวณผ่าตัดในพื้นที่แคบหรือซับซ้อน

    การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์เจ็บน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิมหรือไม่

    แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 1-2 เซนติเมตร เมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบเปิดที่แผลอาจยาวถึง 15-20 เซนติเมตร ความเจ็บปวดหลังผ่าตัดจึงน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ระดับความเจ็บยังขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและตำแหน่งที่ผ่าตัดด้วย

    ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์

    ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจหรือปอดรุนแรงจนไม่สามารถทนต่อการดมยาสลบเป็นเวลานาน หรือผู้ป่วยที่มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่มากจนหุ่นยนต์เข้าไม่ถึง อาจไม่เหมาะกับวิธีนี้ นอกจากนี้ในกรณีฉุกเฉินที่มีเลือดออกมากและจำเป็นต้องผ่าตัดด่วน การผ่าตัดแบบเปิดอาจปลอดภัยกว่าเพราะควบคุมสถานการณ์ได้เร็วกว่า ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

    ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดด้วยระบบ da Vinci Xi สูงกว่าการผ่าตัดแบบอื่นหรือไม่

    ค่าใช้จ่ายโดยทั่วไปสูงกว่าการผ่าตัดผ่านกล้องแบบธรรมดาหรือการผ่าตัดแบบเปิด เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะและมีค่าบำรุงรักษาสูง อย่างไรก็ตาม แม้ค่าใช้จ่ายในการรักษาอาจสูงกว่าวิธีการผ่าตัดบางประเภท แต่ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์และโรงพยาบาลเพื่อประเมินความเหมาะสมและค่าใช้จ่ายรายบุคคล

    ระยะเวลาพักฟื้นหลังผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์นานเท่าใด

    ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้ภายใน 2-4 วัน และกลับไปทำกิจกรรมเบาๆ ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนการกลับไปทำงานปกติหรือออกกำลังกายหนักอาจต้องรอ 3-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความซับซ้อนของการผ่าตัด ซึ่งเร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดที่อาจต้องพักฟื้นนานถึง 6-8 สัปดาห์

    หากเป็นมะเร็ง การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ตัดเนื้อร้ายได้หมดเหมือนวิธีเดิมหรือไม่

    ผลการศึกษาในหลายสถาบันทั่วโลกพบว่าอัตราการตัดเนื้อร้ายได้หมด (Complete resection rate) ของ Robotic Surgery ไม่แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเปิดหรือผ่านกล้องธรรมดาอย่างมีนัยสำคัญ ในบางกรณี เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก ความละเอียดของหุ่นยนต์ยังช่วยให้แพทย์เก็บเนื้อเยื่อรอบข้างและเส้นประสาทได้ดีขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยหลังผ่าตัด

    ต้องนอนโรงพยาบาลนานเท่าใดหลังผ่าตัดด้วยระบบนี้

    ระยะเวลานอนโรงพยาบาลขึ้นอยู่กับชนิดของโรคและความซับซ้อนของการผ่าตัด โดยเฉลี่ยผู้ป่วยที่ผ่าตัดด้วยระบบหุ่นยนต์นอนโรงพยาบาลสั้นกว่าการผ่าตัดแบบเปิดประมาณ 30-50% ในบางรายที่การผ่าตัดไม่ซับซ้อนอาจนอนเพียง 1-2 คืนเท่านั้น

    Bangkok Hospital พร้อมดูแลผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยี Robotic Surgery ระบบ da Vinci Xi ที่ทันสมัย โดยทีมศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางหลายสาขา ทั้งด้านศัลยกรรมทั่วไป มะเร็งวิทยา ทางเดินปัสสาวะ นรีเวช และหู คอ จมูก ที่ผ่านการฝึกอบรมการใช้ระบบหุ่นยนต์โดยตรงจากผู้ผลิต พร้อมทีมพยาบาลและวิสัญญีแพทย์ที่มีประสบการณ์ดูแลผู้ป่วยผ่าตัดซับซ้อนมาอย่างยาวนาน หากท่านหรือคนที่ท่านรักกำลังเผชิญกับโรคที่ต้องผ่าตัด อย่าปล่อยให้ความกังวลทำให้ตัดสินใจล่าช้า ปรึกษาทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับการประเมินอย่างเหมาะสม และร่วมวางแผนแนวทางการรักษาที่สอดคล้องกับภาวะสุขภาพของผู้ป่วยแต่ละราย

    Doctor recommendation

    ปรึกษาผู้ชำนาญการด้าน Robotic Surgery

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    Robotic Surgery Center

    ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น

    0 2310 3002

    0 2755 1002

    1719

    [email protected]

    @BHQSurgery

    ประหยัดเวลาค้นหาแพทย์ด้วยตัวเอง

    ให้ AI ช่วยประเมินอาการและแนะนำแพทย์ที่เหมาะสม

    AI เลือกแพทย์ให้

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหารแพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินอาหาร

    2,200 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจแพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ
    แพ็กเกจ Kid Smart Care สำหรับโรคทางเดินหายใจ

    2,500 บาท

    รายละเอียด
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านมตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม
    ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย 3D ดิจิทัลแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์เต้านม

    4,900 บาท

    7,170 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi Image
    ผ่าตัดไส้เลื่อนขาหนีบด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi
    ผ่าตัดมะเร็งตับอ่อน ด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi  Image
    ผ่าตัดมะเร็งตับอ่อน ด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi
    ผ่าตัดมะเร็งตับและทางเดินน้ำดี ด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi  Image
    ผ่าตัดมะเร็งตับและทางเดินน้ำดี ด้วยหุ่นยนต์ da Vinci Xi
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ