ปัจจุบันผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอายุต่ำกว่า 60 ปีมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นภัยเงียบที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย อายุจึงอาจไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้อีกต่อไป การสังเกตสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมองตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและรีบรักษาให้ทันช่วงเวลาทอง ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงพิการและเสียชีวิต ยังกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
BECAUSE TIME IS BRAIN รู้เร็ว รักษาเร็ว เลี่ยงอัมพาต
โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่คนทุกวัยควรระวัง เพราะแม้แต่ผู้สูงอายุ คนวัยทำงาน หรือวัยรุ่นก็อาจมีความเสี่ยงเกิดโรคนี้ด้วยสาเหตุที่ต่างกัน
80% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเกิดจาก
1) หลอดเลือดในสมองอุดตัน (Embolic) เกิดจากลิ่มเลือดที่ก่อตัวในเส้นเลือดนอกสมอง เช่น ที่หัวใจ ลอยตามกระแสเลือดไปอุดตันที่หลอดเลือดเล็ก ๆ ในสมอง
2) หลอดเลือดในสมองตีบตัน (Atherosclerosis) เกิดจากลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นจากผนังหลอดเลือดสมองซึ่งมีคราบไขมันเกาะจนแข็ง ทำให้หลอดเลือดสมองตีบแคบลงจนอุดตัน
20% ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเกิดจาก
เลือดออกในสมอง (Hemorrhagic) เกิดจากเลือดออกภายในสมอง ซึ่งเลือดที่ไหลออกมา ทำให้เกิดแรงกดเบียดต่อเนื้อสมองและทำลายเนื้อเยื่อสมอง
ผู้ที่มีความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง

B.E.F.A.S.T.
เมื่อพบอาการใดอาการหนึ่งควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
“เวลา” คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง
- B – Balance (Loss of Balance) เดินเซ เวียนศีรษะ บ้านหมุนฉับพลัน
- E – Eyes (Blurred Vision) ตามัว มองไม่เห็น เห็นภาพซ้อนฉับพลัน
- F – Face Dropping ปากเบี้ยว ยิ้มแล้วมุมปากตก ปวดศีรษะรุนแรง ล้มวูบไป
- A – Arm Weakness แขนขาอ่อนแรง เดินเซ
- S – Speech Difficulty พูดไม่ชัด พูดลำบาก
- T – Time To Call นาทีฉุกเฉิน โทรเรียกรถพยาบาล เพื่อนำส่งโดยเร็วที่สุด
หากสังเกตเห็นอาการ B.E.F.A.S.T. ควรรีบนำส่งผู้ป่วยให้ถึงมือแพทย์เฉพาะทางด้าน Stroke เพื่อรับการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย จะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตและลดความเสี่ยงในการเป็นอัมพาต
MAGIC NUMBER 4.5
เวลาทองของโรคหลอดเลือดสมอง
เวลาทองของโรคหลอดเลือดสมอง (Golden Time) หรือเมจิกนัมเบอร์ 4.5 (Magic Number 4.5) คือ ระยะเวลาที่ผู้ป่วยที่มีอาการโรคหลอดเลือดสมองควรถูกนำส่งโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมง หากผู้ป่วยได้รับการรักษาภายใน 4.5 ชั่วโมงจะช่วยเพิ่มโอกาสรอดและลดความเสี่ยงเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต
- ไม่เกิน 4.5 ชั่วโมงหลังมีอาการ ถ้าผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลภายในช่วงเวลานี้นับตั้งแต่สังเกตเห็นอาการ เบื้องต้นแพทย์จะทำ MRI เอกซเรย์สนามแม่เหล็กตรวจดูความเสียหายของเนื้อสมองและหลอดเลือดที่อุดตันว่ามีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ โดยแพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองขาดเลือดและไม่พบภาวะเลือดออกในสมองเพื่อช่วยให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้ทัน
- เกิน 4.5 ชั่วโมง แต่ไม่เกิน 24 ชั่วโมงหลังเกิดอาการ และตรวจวินิจฉัยแล้วว่าเซลล์สมองยังไม่ตายจากการอุดตันของลิ่มเลือดขนาดใหญ่ การให้ยาละลายลิ่มเลือดอาจไม่ทำให้อาการดีขึ้น ต้องอาศัยการใส่สายสวนหลอดเลือดสมอง โดยแพทย์รังสีร่วมรักษาจะเข้ามาช่วยดูแลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมของผู้ป่วยในการรักษาด้วยการลากลิ่มเลือดออกจากหลอดเลือดสมอง

Download: คู่มือการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง part 1 (.pdf)
Download: คู่มือการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง part 2 (.pdf)






