อาการปวดบริเวณชายโครงส่วนล่างมักทำให้หลายคนกังวล โดยส่วนใหญ่มักนึกถึงโรคเกี่ยวกับปอดหรือโรคบางชนิดของระบบทางเดินอาหาร อย่างไรก็ตามยังมีอีกภาวะหนึ่งที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก แต่สามารถทำให้เกิดอาการเจ็บชายโครง ปวดซี่โครง เสียงกึก ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก นั่นคือ Slipping Rib Syndrome (SRS) หรือภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ
ภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome) คืออะไร
ภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome – SRS) คือภาวะปวดที่เกิดจากการเคลื่อนไหวผิดปกติของซี่โครงส่วนล่าง แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มักถูกเข้าใจผิด วินิจฉัยได้ยาก และมักสับสนกับโรคอื่น ๆ ผู้ป่วยจำนวนมากต้องใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อซี่โครงส่วนล่างหนึ่งซี่หรือมากกว่า (โดยมักเป็นซี่ที่ 8, 9 หรือ 10) มีการเคลื่อนไหวมากผิดปกติจากหลายสาเหตุ ซี่โครงเหล่านี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับกระดูกหน้าอกโดยตรง แต่ยึดติดกันผ่านเนื้อเยื่อพังผืดและกระดูกอ่อน เมื่อเนื้อเยื่อเหล่านี้อ่อนแอหรือเสียหาย ซี่โครงที่ได้รับผลกระทบอาจเลื่อนซ้อนอยู่ใต้หรือเหนือซี่โครงข้างเคียงบางส่วน การเคลื่อนไหวที่มากผิดปกติอาจทำให้เกิดความผิดรูปที่มองเห็นได้หรือคลำได้บริเวณชายโครงส่วนล่าง นอกจากนี้ยังอาจระคายเคืองหรือกดทับเส้นประสาทระหว่างซี่โครง ทำให้เกิดอาการปวด เสียงกึก และการอักเสบได้
แม้ว่าภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome – SRS) จะไม่ใช่ภาวะที่อันตราย แต่หากมีอาการต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการรักษา อาจรบกวนการใช้ชีวิตและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้อย่างมาก นอกจากนี้ยังอาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียความมั่นใจ กังวลเรื่องรูปลักษณ์ของร่างกาย รู้สึกไม่สบายเมื่อต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่พอดีตัว และเกิดความวิตกกังวลเมื่อต้องเข้าสังคมหรือทำกิจกรรมทางกายต่าง ๆ ได้
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome)
- การบาดเจ็บโดยตรงต่อผนังทรวงอก
- การบิดตัวหรือยกของซ้ำ ๆ ซึ่งทำให้เกิดแรงกดหรือแรงเครียดต่อซี่โครง
- การบาดเจ็บจากกีฬา
- การไอซ้ำ ๆ หรือการหายใจที่ใช้แรงมาก
- ภายหลังการผ่าตัดเสริมความงาม เช่น การเสริมจมูกโดยใช้กระดูกอ่อนซี่โครง
- ภาวะข้อต่อเคลื่อนไหวมากผิดปกติ กระดูกอ่อนเสื่อม หรือโรคของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

อาการภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome) เป็นอย่างไร
- ซี่โครงไม่เท่ากันหรือผิดรูป โดยอาจไม่มีอาการปวด
- รู้สึกเหมือน “มีบางอย่างเคลื่อนไหว” อยู่ภายในชายโครง
- ปวดแปลบ ปวดแทง หรือปวดร้าวเป็น ๆ หาย ๆ บริเวณชายโครงส่วนล่างหรือท้องส่วนบน
- อาการปวดแย่ลงเมื่อบิดตัว ไอ จาม หายใจลึก หรือย่อตัว
- ปวดร้าวไปยังหลังหรือช่องท้อง
- รู้สึกหรือได้ยินเสียงกึก หรือรู้สึกเหมือนซี่โครงเลื่อนขณะขยับร่างกายส่วนบน
- กดเจ็บบริเวณชายโครงส่วนล่าง
ทำไมภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome) จึงตรวจวินิจฉัยได้ยาก
ภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome – SRS) มักถูกเรียกว่าเป็นภาวะที่วินิจฉัยได้ยาก เพราะอาการมีความคล้ายกับโรคอื่นหลายชนิด ผู้ป่วยมักได้รับการตรวจหาภาวะกระดูกอ่อนซี่โครงอักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบ โรคทางเดินอาหาร โรคหัวใจ หรือแม้แต่อาการปวดที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวล จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยจำนวนมากต้องพบแพทย์หลายคนและเข้ารับการตรวจหลายอย่างก่อนจะได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

ตรวจวินิจฉัยภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome) อย่างไร
การตรวจวินิจฉัยภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome – SRS) ใช้การซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดเป็นหลัก โดยแพทย์อาจใช้นิ้วสอดใต้ชายโครงส่วนล่างและยกขึ้นเบา ๆ เรียกว่า Hooking Maneuver หากการตรวจนี้กระตุ้นให้เกิดอาการปวดหรือเสียงกึกอาจช่วยบ่งชี้ภาวะ Slipping Rib Syndrome ได้
นอกจากนี้การตรวจภาพวินิจฉัยมีบทบาทช่วยในการวินิจฉัยมากขึ้น โดยการอัลตราซาวนด์แบบ Real – Time ขณะขยับตัวสามารถแสดงให้เห็นการเลื่อนของซี่โครงได้ อีกทั้งการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT Scan ร่วมกับการสร้างภาพกระดูกและกระดูกอ่อนของทรวงอกยังมีประโยชน์ในการประเมินกายวิภาคของโครงสร้างกระดูกทรวงอกเพื่อวางแผนในการรักษาต่อไปได้

วิธีรักษาภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome)
โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้รอดูอาการประมาณ 6 เดือนหลังการบาดเจ็บครั้งแรก เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมเพื่อให้การบาดเจ็บของกระดูกซี่โครงหรือกระดูกอ่อนหายเพื่อประเมินว่าอาการสามารถดีขึ้นได้ด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัดหรือไม่ ในช่วงนี้ผู้ป่วยจำนวนมากจะได้รับการรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้
- การพักและปรับกิจกรรม
- กายภาพบำบัด
- การประคบเย็น ประคบร้อน หรือการรักษาด้วยคลื่นเสียง
- ยาต้านการอักเสบและยาแก้ปวด
- การบล็อกเส้นประสาทระหว่างซี่โครงด้วยยาชาเฉพาะที่หรือใช้ความเย็นเพื่อลดอาการปวดของเส้นประสาท
ผู้ป่วยบางรายอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อการอักเสบลดลงและโครงสร้างซี่โครงกลับมามีความมั่นคงตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตามหากยังมีอาการปวดมาก มีเสียงกึก หรือมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิตต่อเนื่องหลายเดือนแม้ได้รับการรักษาแบบไม่ผ่าตัดแล้ว การประเมินเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาการผ่าตัดอาจเหมาะสม เพื่อช่วยให้อาการดีขึ้นในระยะยาว

ทำไมต้องผ่าตัดภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome)
การรักษาด้วยการผ่าตัดภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome – SRS) ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ลักษณะทางกายวิภาคของปัญหา และการระคายเคืองหรือกดทับเส้นประสาทระหว่างซี่โครง
1) ผู้ป่วยที่มีภาวะซี่โครงไม่ติดกัน ซี่โครงผิดรูป หรือผนังทรวงอกไม่มั่นคง โดยไม่มีการกดทับเส้นประสาท เป้าหมายหลักของการผ่าตัดคือการฟื้นฟูแนวเรียงตัวและความมั่นคงตามปกติของโครงสร้างซี่โครง
วิธีการผ่าตัดทำได้โดยการจัดแนวใหม่หรือการสร้างซ่อมแซมซี่โครงและกระดูกอ่อนซี่โครง โดยใช้การเย็บซ่อมด้วยไหมและใช้วัสดุตาข่ายทางการแพทย์ที่ดูดซึมได้ หรือวัสดุช่วยพยุงอื่น ๆ ในบางราย เพื่อช่วยเสริมความแข็งแรง อาจมีการพิจารณาการยึดตรึงซี่โครงที่มีปัญหาหรือการตัดกระดูกอ่อนส่วนที่ไม่มั่นคงออก เพื่อแก้ไขความผิดรูปและช่วยให้กลไกการเคลื่อนไหวของทรวงอกดีขึ้น
2) ผู้ป่วยที่มีอาการจากการกดทับเส้นประสาทระหว่างซี่โครง เป้าหมายหลักของการผ่าตัดคือการลดการกดทับเส้นประสาทและป้องกันการระคายเคืองซ้ำ
วิธีการผ่าตัดทำได้โดยขยายช่องว่างระหว่างซี่โครงให้กว้างขึ้นเพื่อลดโอกาสที่ซี่โครงจะกดหรือหนีบเส้นประสาทระหว่างซี่โครง ซึ่งการยึดตรึงซี่โครงอาจทำโดยใช้แผ่นโลหะขนาดเล็กที่เข้ากันได้กับร่างกาย โดยทั่วไปมักเป็นแผ่นไทเทเนียมเพื่อยึดซี่โครงที่เคลื่อนผิดปกติเข้ากับซี่โครงข้างเคียงที่มีความมั่นคง วิธีนี้ช่วยป้องกันการเคลื่อนไหวผิดปกติของซี่โครง ลดการเลื่อนของซี่โครงที่เป็นสาเหตุของอาการปวด เพิ่มความมั่นคงของโครงสร้าง และอาจลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำเมื่อเทียบกับการสร้างซ่อมแซมหรือเย็บซ่อมเพียงอย่างเดียว ในบางกรณีการใส่แผ่นยึดซี่โครงอาจทำร่วมกับการเย็บซ่อม เพื่อเพิ่มความมั่นคงและช่วยให้การฟื้นตัวของการทำงานของผนังทรวงอกเป็นไปอย่างคาดการณ์ได้มากขึ้น
อาการปวดเรื้อรังที่ไม่ทราบสาเหตุอาจสร้างความกังวลและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การตรวจเช็กความผิดปกติกับแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญย่อมช่วยให้ทราบความผิดปกติและทำการรักษาอย่างถูกต้อง ช่วยบรรเทาอาการและกลับไปมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
Reference:
- Gress K, Charipova K, Kassem H, Berger AA, Cornett EM, Hasoon J, Schwartz R, Kaye AD, Viswanath O, Urits I. A Comprehensive Review of Slipping Rib Syndrome: Treatment and Management. Psychopharmacol Bull. 2020 Oct 15;50(4 Suppl 1):189-196. doi: 10.64719/pb.4389. PMID: 33633425; PMCID: PMC7901126.
- Madeka I, Alaparthi S, Moreta M, Peterson S, Mojica JJ, Roedl J, Okusanya O. A Review of Slipping Rib Syndrome: Diagnostic and Treatment Updates to a Rare and Challenging Problem. J Clin Med. 2023 Dec 14;12(24):7671. doi: 10.3390/jcm12247671. PMID: 38137739; PMCID: PMC10743651.
- Turcios NL. Slipping Rib Syndrome: An elusive diagnosis. Paediatr Respir Rev. 2017 Mar;22:44-46. doi: 10.1016/j.prrv.2016.05.003. Epub 2016 May 12. PMID: 27245407.
- Fares MY, Dimassi Z, Baydoun H, Musharrafieh U. Slipping Rib Syndrome: Solving the Mystery of the Shooting Pain. Am J Med Sci. 2019 Feb;357(2):168-173. doi: 10.1016/j.amjms.2018.10.007. Epub 2018 Oct 23. PMID: 30509726.
โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ
โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลผู้ป่วยภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ (Slipping Rib Syndrome) ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากด้วยประสบการณ์ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ เนื่องจากเป็นภาวะที่ยากต่อการวินิจฉัย โดยทีมแพทย์และทีมสหสาขาทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินอาการและความรุนแรง โดยมีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ใช้เทคนิคการตรวจภาพวินิจฉัยที่เหมาะสม และการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อคืนคุณภาพชีวิตให้ผู้ป่วยมั่นใจได้อีกครั้ง
แพทย์ที่ชำนาญการรักษาภาวะซี่โครงเคลื่อนผิดปกติ
นพ.ผดุงเกียรติ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ศัลยแพทย์ทรวงอก ชำนาญทางด้านการผ่าตัดโรคปอดและโรคในช่องอกด้วยการส่องกล้องแผลเดียวและหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง









