โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ฟิตพิชิตโรคหลอดเลือดหัวใจ

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    Package Image
    พญ. สุภัค กาญจนาภรณ์

    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ

    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568
    Dr. Supak Kanchanaporn
    พญ. สุภัค กาญจนาภรณ์
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจยีนเช็กโอกาสก่อนเกิดโรค
    ฟิตพิชิตโรคหลอดเลือดหัวใจ
    โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ
    อัปเดตเมื่อ: 11 ธ.ค. 2568

    ใครที่เคยเข้าใจว่าเป็นโรคหัวใจแล้วออกกำลังกายไม่ได้นั้นคิดผิด ยิ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ หากขาดการออกกำลังกายจะส่งผลให้กล้ามเนื้อลีบ ร่างกายอ่อนแอ  และมีปัญหาเรื่องการฟื้นตัว

    หัวใจกับการออกกำลังกาย

    คนไข้โรคหัวใจบางคนกลัวว่าถ้าออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจวาย ซึ่งอุบัติการณ์แบบนี้มักจะเกิดจากภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ แต่ในกลุ่มที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอพบว่า การออกกำลังกายมีประโยชน์ ทำให้การหดตัวของเส้นเลือดหัวใจน้อยลง เพิ่มแขนงหลอดเลือดฝอยในหัวใจ สามารถคุมความดันไขมันและน้ำหนักตัวได้ ในทางอ้อมทำให้การตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น การออกกำลังกายจึงเป็นประโยชน์กับคนไข้โรคหัวใจในกลุ่มอาการคงที่ สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่า  ควรออกกำลังกายแบบไหน มีความเสี่ยงอะไรบ้าง อันไหนทำได้ อันไหนทำไม่ได้

    การที่คนไข้หลอดเลือดหัวใจจะออกกำลังกายได้หรือไม่ต้องดูว่า เป็นโรคหัวใจหรือยังและมีความเสี่ยงที่จะเป็นหรือไม่ กลุ่มที่เป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์อายุรกรรมหัวใจหรือแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูหัวใจก่อนว่าสามารถออกกำลังกายได้แล้วหรือยัง ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงหลาย ๆ อย่างที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นความดัน เบาหวาน ไขมัน หรือมีประวัติในครอบครัวเป็นโรคหัวใจ  ควรสังเกตว่ามีความผิดปกติทางโรคหัวใจร่วมด้วยหรือไม่ หากตรวจเช็กแล้วอาการปกติสามารถออกกำลังกายได้ เพราะการออกกำลังกายถือเป็นยาตัวหนึ่งที่ป้องกันการเกิดโรคซ้ำและช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางตรงและทางอ้อม

    แอโรบิกกับผู้ป่วยโรคหัวใจ

    คนไข้ในกลุ่มหลอดเลือดหัวใจควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก เป็นการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรง แต่มีความต่อเนื่อง โดยใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น เดินหรือวิ่งเหยาะ ๆ ถีบจักรยานมากกว่า 30 นาทีขึ้นไป และเสริมด้วยการเพิ่มกำลังกล้ามเนื้อ เช่น ยกน้ำหนักหรือการออกกำลังกายแบบวงจรที่เรียกว่าเซอกิตเทรนนิ่ง มากกว่า 30 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 5 – 7 วัน เป็นการออกกำลังกายระดับปานกลาง โดยจะมีอาการเหนื่อยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังสามารถพูดคุยเป็นประโยคได้ 

    ผู้ป่วยหลังผ่าตัดหัวใจกับการออกกำลังกาย

    สำหรับคนไข้ที่เพิ่งผ่าตัดหัวใจ แนะนำว่าควรมีผู้ดูแลจากแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักกายภาพ เพราะ 

    • ระยะที่ 1 อาจมีโอกาสเกิดภาวะความเสี่ยงระหว่างการออกกำลังกายได้ ซึ่งต้องประเมินความเสี่ยงเป็นราย ๆ ไปว่า คนนี้มีอาการเสี่ยงที่เกิดจากการผิดปกติจากการออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหนเพียงใด เช่น การเต้นของหัวใจผิดจังหวะหรือหลอดเลือดตีบซ้ำ หากมีความเสี่ยงมากอาจต้องใช้ตัวช่วยในการมอนิเตอร์ระหว่างการออกกำลังกาย เช่น การติดคลื่นหัวใจระหว่างการออกกำลังกาย การวัดออกซิเจนปลายนิ้ว การวัดชีพจร การวัดความดัน เป็นต้น
    • ระยะที่ 2 อยู่ในระหว่าง 1 – 3 เดือนแรก หลังการผ่าตัดหัวใจกลับไปอยู่ที่บ้านใช้ชีวิตตามปกติ แต่ยังต้องมาตรวจตามนัด หรือมีการมาออกกำลังกายที่โรงพยาบาลบ้าง ในกรณีที่คนไข้มีความเสี่ยงเยอะ แต่ถ้าคนไข้ปกติแนะนำให้คนไข้ออกกำลังกายทุกวัน
    • ระยะที่ 3 หลัง 3 เดือนไปแล้ว คนไข้ไม่ค่อยมีปัญหาอะไร แต่ต้องระมัดระวังภาวะแทรกซ้อน

    การออกกำลังกายเหมือนเป็นยา แต่ยังต้องทำต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลระยะยาว และเป็นการป้องกันโรคด้วย ในกลุ่มคนไข้สูงอายุที่ยังไม่สามารถเดินได้นาน แนะนำให้ออกกำลังกายแบบ Interval Training หากร่างกายแข็งแรงขึ้นจะค่อย ๆ ปรับระยะเวลาให้เป็นแบบ Continuous Training

    “หลังจากออกกำลังกายคนไข้จะเริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยน้อยลง ในช่วงแรก ๆ อาจมีอาการเหนื่อยบ้าง เพราะช่วงแรกหลังจากซ่อมแซม สมรรถนะอาจจะถดถอย แต่พอเราฟื้นฟูสมรรถภาพจะทำให้สมรรถภาพของแขนขาเพิ่มขึ้นก่อน คือความทนทานของกล้ามเนื้อจะเพิ่มขึ้นจากเดิม การเดินจะไม่ค่อยเหนื่อย ทำให้เดินได้มากขึ้น จากนั้นสมรรถภาพปอดและหัวใจจะเพิ่มขึ้นมา แต่ถ้าออกกำลังกายแล้วมีอาการผิดปกติ เช่น เจ็บแน่นหน้าอก ใจสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ควรรีบมาพบแพทย์”


    การออกกำลังกายเสมือนเป็นการป้องกันโรคได้อีกทางหนึ่งไม่ให้เป็นซ้ำ เพราะการรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดโรคซ้ำ การออกกำลังกายจึงเหมือนยาที่ช่วยป้องกันโรค  นอกเหนือจากการควบคุมอาหาร และปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ให้เกิดโรค ทำให้สามารถลดปริมาณการบริโภคยาลงได้ ลดการทำงานของตับและไต การออกกำลังกายจึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นสำหรับทุกคนที่อยากมีสุขภาพดีไม่ว่าจะอยู่ในวัยใดคนไข้โรคหลอดเลือดหัวใจก็เช่นเดียวกัน


    คนไข้ที่เป็นโรคหัวใจตีบเฉียบพลันอายุ 50 ปีหลังทำการผ่าตัดหัวใจแล้วกลัวไม่กล้าออกกำลังกาย นอนเฉย ๆ นาน 2 เดือนจนทำอะไรได้น้อยลง เพราะปกติคนเราเวลาที่นอนเฉย ๆ จะมีภาวะถดถอย กำลังกล้ามเนื้อจะฝ่อลง พอกลับไปยืนหรือเดินจะรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่สดชื่น เดินไม่ไหว  แต่หลังจากที่เริ่มต้นกระบวนการฟื้นฟูเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่มสปีดให้เดินเร็วขึ้น เพิ่มระยะเวลามากขึ้น ทำให้คนไข้ดีขึ้น ผ่านไป 1 – 2 เดือน เขารู้สึกว่าสมรรถภาพทางกายดีขึ้นสามารถเดินได้ไกลขึ้น” 

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    พญ. สุภัค กาญจนาภรณ์

    เวชศาสตร์ฟื้นฟู

    พญ. สุภัค กาญจนาภรณ์

    เวชศาสตร์ฟื้นฟู

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกฟื้นฟูและส่งเสริมสมรรถภาพหัวใจ

    0 2310 3031

    0 2755 1031

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    แพ็กเกจตรวจยีนเช็กโอกาสก่อนเกิดโรคแพ็กเกจตรวจยีนเช็กโอกาสก่อนเกิดโรค
    แพ็กเกจตรวจยีนเช็กโอกาสก่อนเกิดโรค

    16,000 บาท

    21,000 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening ESTชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพาน Superior Heart Screening EST

    8,900 บาท

    16,650 บาท

    รายละเอียด
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echoชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo
    ชุดตรวจสุขภาพหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Superior Heart Screening Echo

    8,900 บาท

    16,910 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ