แผลเท้าเรื้อรัง โดยเฉพาะแผลที่ไม่หายหรือกลับมาเป็นซ้ำอาจไม่ได้เกิดจากปัญหาที่แผลเพียงอย่างเดียว แต่อาจ มีสัญญาณเตือนซ่อนอยู่ คือภาวะกระดูกติดเชื้อที่อาจลุกลามนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงหากไม่รีบรักษาอย่างทันท่วงทีการรู้เท่าทันและหมั่นสังเกตความผิดปกติจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
แผลเท้าเรื้อรังคืออะไร
แผลเท้าเรื้อรัง คือ แผลบริเวณเท้าที่ไม่สามารถสมานแผลได้ตามปกติ แผลไม่หายในเวลา 4 – 6 สัปดาห์ แผลที่ดีขึ้นแล้วกลับมาเป็นซ้ำ เนื้อเยื่อซ่อมแซมช้า แผลเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง เสี่ยงติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีภาวะประสาทส่วนปลายเสื่อม มีปัญหาการไหลเวียนเลือด ผู้ที่มีแผลเท้าเรื้อรังจึงควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด

แผลเท้าเรื้อรังเกิดจากอะไร
การรู้ต้นตอของแผลที่เท้าเรื้อรังช่วยให้แผลหาย ลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำและการสูญเสียเท้า โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเท้าเรื้อรัง ได้แก่
- แรงกดทับต่อเท้าที่ผิดปกติ เท้าที่มีการผิดรูปจากสาเหตุต่างๆ ทำให้เนื้อเยื่อรับแรงกดทับผิดปกติ จนเกิดแผล หากเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้รับการแก้ไข แผลจะมีโอกาสเรื้อรัง ไม่หาย
- ภาวะเส้นประสาทเสื่อม โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวานที่ความรู้สึกที่เท้าลดลง หรือไม่มีความเจ็บ อาจไม่ทันสังเกตแผลพุพอง หรือสิ่งของกดทับเท้า มักรู้ตัวเมื่อแผลรุนแรงแล้ว
- การไหลเวียนเลือดผิดปกติ เมื่อเลือดไปเลี้ยงที่เท้าไม่เพียงพอ จากภาวะหลอดเลือดแดงตีบตัน กระบวนการซ่อมแซมบาดแผลจึงทำงานได้ไม่ดี ทำให้แผลอาจหายช้าหรือเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น
- แผลเท้าเรื้อรังร่วมกับการติดเชื้อ แผลหายช้า เมื่อมีภาวะติดเชื้อร่วม สามารถลุกลามถึงเนื้อเยื่อชั้นลึก ส่งผลให้กระดูกติดเชื้อได้
- อุบัติเหตุ หากบาดเจ็บซ้ำบ่อย ๆ หรือต้องผ่าตัด อาจทำให้แผลหายช้าและเป็นแผลเรื้อรัง
แผลเท้าเรื้อรังไม่หายเพราะอะไร
- ปัจจัยที่ตัวแผล (Local Factors) ได้แก่
- ติดเชื้อ แบคทีเรียหรือสิ่งสกปรกในแผล ทำให้อักเสบเรื้อรังและทำลายเนื้อเยื่อที่กำลังสร้างใหม่
- ขาดเลือดไปเลี้ยงบริเวณแผล ทำให้ขาดออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นต่อการซ่อมแซม
- สิ่งแปลกปลอมหรือเนื้อเยื่อตาย เช่น เศษแก้ว เศษดิน เนื้อเยื่อตาย ขวางกั้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่
- ความชื้นไม่เหมาะสม แผลที่แห้งหรือแฉะเกินไป มีหนองหรือน้ำเหลือง เซลล์ผิวใหม่เคลื่อนปิดแผลได้ยาก
- การกดทับหรือบาดเจ็บซ้ำ เช่น การเสียดสี การรัดแน่นเกินไป หรือแผลกดทับจากการมีเท้าผิดรูป
- ปัจจัยจากสภาพร่างกาย (Systemic Factors)
- โรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน, โรคหลอดเลือด, โรคตับ/ไตเรื้อรัง
- ภาวะโภชนาการไม่ดี ขาดสารอาหารสำคัญ โดยเฉพาะโปรตีน วิตามินซี แร่ธาตุบางชนิด
- อายุเพิ่มขึ้น ผู้สูงอายุสร้างเนื้อเยื่อได้ช้า และมีการไหลเวียนเลือดช้าลง
- ใช้ยาบางชนิดเป็นเวลานาน เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาเคมีบำบัด ยากกดภูมิคุ้มกัน
- ภาวะเจ็บป่วยร่วมเรื้อรัง ส่งผลให้ความสามารถในการสมานของแผลลดลง
- การสูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดหดตัวและออกซิเจนไปเลี้ยงแผลลดลง
แผลเท้าเรื้อรังทำไมถึงเสี่ยงกระดูกติดเชื้อ
การมีแผลที่เท้าเรื้อรังเพิ่มความเสี่ยงกระดูกติดเชื้อ เนื่องจากเท้าเป็นอวัยวะที่มีเนื้อเยื่อห่อหุ้มบาง จึงง่ายต่อการลุกลามของแผลสู่เนื้อกระดูกและข้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วม เช่น สภาวะโรคร่วม ความแข็งแรงของผู้ป่วย ตำแหน่งของแผล การมีรูปเท้าผิดปกติ ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือมีแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน

กระดูกติดเชื้อคืออะไร
กระดูกติดเชื้อ (Osteomyelitis) คือ ภาวะการติดเชื้อบริเวณกระดูก โดยเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราเข้าสู่เนื้อเยื่อกระดูกหรือไขกระดูก ทำให้เกิดการอักเสบ ทำลายกระดูก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งในผู้ที่มีแผลเท้าเรื้อรังอาจติดเชื้อจากแผลลงไปถึงเนื้อเยื่อชั้นลึกและกระดูก การรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความรุนแรง ชนิดของเชื้อ สภาพกระดูกและเนื้อเยื่อโดยรอบ รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็ว เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และการสูญเสียเท้า
อาการแผลเท้าแบบไหนเสี่ยงกระดูกติดเชื้อ
- แผลไม่ดีขึ้นหรือขยายใหญ่ขึ้น
- แผลลึกมากขึ้น
- แผลมีหนองหรือสารคัดหลั่ง
- บวม แดง ร้อน บริเวณรอบแผล
- ปวดมากขึ้น ปวดผิดปกติ
- ผิวหนังรอบแผลเปลี่ยนสี
- เนื้อเยื่อตาย
- แผลกลับมาเป็นซ้ำที่เดิม
- ชาหรือความรู้สึกที่เท้าลดลง
- มีไข้หรือรู้สึกไม่สบาย
สิ่งที่ต้องระวังคือ ในผู้ป่วยที่ปลายประสาทเสื่อม ปวดไม่ชัดเจน หรือไม่มีอาการปวด ไม่ได้บ่งบอกว่าไม่มีการติดเชื้อ หรือไม่รุนแรง ควรรับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางอย่างละเอียด
ใครบ้างเสี่ยงกระดูกติดเชื้อจากแผลที่เท้า

ตรวจวินิจฉัยแผลเท้าเรื้อรังและกระดูกติดเชื้ออย่างไร
- ประเมินลักษณะของแผลอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทาง
- ประเมินภาวะปลายประสาทเสื่อม
- ประเมินการไหลเวียนเลือดที่เท้า
- ประเมินความผิดปกติของรูปเท้า โครงสร้างเท้า จุดกดทับ การใช้งานเท้า
- หากสงสัยการติดเชื้อ แพทย์จะทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการ โดยการตรวจเลือด หรือร่วมกับการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อเพื่อส่งตรวจหาเชื้อโรค
- ตรวจทางรังสี ด้วย X-ray บางกรณีอาจต้องตรวจ MRI หรือตรวจเพิ่มเติมบางชนิดเพื่อประเมินเนื้อเยื่อชั้นลึกและกระดูกอย่างละเอียด

แผลเท้าเรื้อรังทำให้สูญเสียเท้าได้อย่างไร
แผลเท้าเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจมีการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นลึก หรือกระดูกติดเชื้อ หากไม่ได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม หรือรักษาโดยเร็วตั้งแต่ระยะแรก จึงมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน และมีโอกาสสูญเสียเท้า
ป้องกันแผลเท้าเรื้อรังได้อย่างไร
การป้องกันสามารถทำได้ตั้งแต่ก่อนเกิดแผล โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานหรือมีความเสี่ยงแผลที่เท้า
- ตรวจเท้าเป็นประจำ
- สังเกตแผล ตุ่มพุพอง รอยแดง จุดกดทับ
- หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า
- เลือกรองเท้าที่เหมาะกับรูปเท้า
- ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
- รักษาการไหลเวียนของหลอดเลือด โรคร่วม
- ลดหรือควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดแรงกดทับ
- ไม่ควรแกะ ตัด หรือรักษาแผลเท้าเอง ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ความผิดปกติของรูปเท้า ทำให้เกิดแผลเรื้อรังได้อย่างไร
A: หากรูปเท้ามีความผิดปกติหรือมีจุดรับแรงกดไม่ปกติ ส่งผลให้การลงน้ำหนักขณะเดินไม่สมดุล เนื้อเยื่อบริเวณเดิมได้รับแรงกดซ้ำ ๆ นำไปสู่แผลเรื้อรังได้ อาทิ นิ้วเท้าผิดรูป ปุ่มกระดูกหรือกระดูกนูน โครงสร้างเท้าผิดปกติ กระดูกเท้าผิดรูปจากโรคเบาหวาน เป็นต้น
Q: กระดูกติดเชื้อรักษาหายไหม
A: ผู้ป่วยกระดูกติดเชื้อสามารถรักษาหายได้ แต่วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ความรุนแรง แนวทางการรักษาที่เหมาะสมควรได้รับการประเมินรอบด้านเป็นราย ๆ ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือการพบแพทย์โดยเร็วที่สุด ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งเพิ่มโอกาสหาย
Q: แผลเท้าเรื้อรังควรพบแพทย์เมื่อไร
A: หากแผลที่เท้าไม่ดีขึ้น ขนาดใหญ่ขึ้น ลึกขึ้น มีหนอง บวม แดง ร้อน หรือแผลที่เท้าในผู้ป่วยเบาหวาน ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางโดยเร็ว อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนเกิดภาวะแทรกซ้อน การติดเชื้อรุนแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียเท้าได้
โรงพยาบาลที่ชำนาญการรักษาแผลเท้าเรื้อรัง
ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล พร้อมให้บริการตรวจรักษาแผลที่เท้าเรื้อรังรวมถึงกระดูกติดเชื้อ โดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัย และทีมสหสาขาที่มากด้วยประสบการณ์ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ
แพทย์ที่ชำนาญการรักษาแผลเท้าเรื้อรัง
พญ.ซายน์ เมธาดิลกกุล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านข้อเท้า ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
สามารถคลิกที่นี่เพื่อทำนัดหมายได้ด้วยตนเอง









