โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    โรคลมชัก

    บริการ
    แพทย์
    โรคและการรักษา
    ติดต่อเรา

    ข้อมูลทั่วไป

    ติดต่อเรา

    Content Image

    การดูแลผู้ป่วยโรคลมชักครบวงจร 

    บริการดูแลผู้ป่วยโรคลมชักโดยทีมแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อการรักษาที่มีมาตรฐานและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย

    การบริการด้านคลินิก 

    บริการตรวจรักษาผู้ป่วยโรคลมชักด้วยแพทย์เฉพาะทางและบริการให้คำปรึกษาเมื่อมีอาการชักหรือสงสัยว่ามีอาการชัก เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมต่ออาการหรือปัญหา เพื่อลดความเสี่ยงต่ออันตรายที่เกิดขึ้นขณะชัก

    การตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคลมชัก 

    การตรวจหาจุดกำเนิดไฟฟ้าที่ทำให้เกิดการชัก (Epileptogenic Lesion) มีหลายวิธี เช่น

      • การตรวจคลื่นสมอง (EEG) โดยการติดสายไฟฟ้าไว้บนศีรษะในตำแหน่งต่าง ๆ ขณะที่ผู้ป่วยโรคลมชักนอนหลับตา ประมาณ 20 – 30 นาที เครื่องจะบันทึกคลื่นสมองและตรวจหาจุดบนผิวสมองที่ปล่อยไฟฟ้าผิดปกติซึ่งเป็นจุดกำเนิดของการชัก
      • การตรวจคลื่นสมองประกอบภาพวิดีทัศน์ (Video EEG Monitoring) ผู้ป่วยโรคลมชักจะเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์จะทำการบันทึกภาพวิดีทัศน์คลื่นสมองของผู้ป่วยด้วยคอมพิวเตอร์ขณะเกิดอาการชัก ทำให้ทราบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของสมองในขณะกำลังชัก การตรวจนี้ทำให้ตรวจหาจุดที่ก่อให้เกิดอาการชักได้ตรงจุดกว่าการตรวจการตรวจคลื่นสมองแบบธรรมดา (EEG)
      • การถ่ายภาพแม่เหล็กสมอง (MRI) เป็นการดูภาพอย่างละเอียดทันสมัยที่สุดในปัจจุบันเพื่อหาสาเหตุของการชัก แม้จะมีขนาดเล็กมาก เช่น แผลเป็น เนื้องอกขนาดเล็ก หรือเนื้อสมองที่พิการตั้งแต่กำเนิด อย่างไรก็ตามการเอกซเรย์สมองจะต้องมีการนำเทคนิคพิเศษมาเพื่อทำให้เครื่องมือที่มีอยู่เดิมตรวจพบความผิดปกติ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนด้วยการทำ MRI ธรรมดา
      • การตรวจภาพกัมมันตรังสี แพทย์จะทำการฉีดสารกัมมันตรังสีในขณะที่ผู้ป่วยเริ่มชักโดยสารกัมมันตรังสีจะไปจับตรงตำแหน่งของสมองที่ก่อให้เกิดอาการชัก ทำให้แพทย์สามารถหาตำแหน่งที่เป็นต้นเหตุของการชักซึ่งจะมีประโยชน์มากในการเตรียมการผ่าตัดรักษา
        • การตรวจ Interictal Spect เป็นการตรวจหาจุดกำเนิดของคลื่นไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดอาการชัก โดยเป็นการตรวจในขณะที่ผู้ป่วยโรคลมชักไม่มีอาการชักอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
        • การตรวจ Ictal Spect การตรวจหารจุดกำเนิดของคลื่นไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดอาการชัก ขณะที่ผู้ป่วยโรคลมชักเข้ารับการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมอง 24 ชั่วโมงพร้อมวิดีทัศน์ โดยจะฉีดสารกัมมันตรังสีเข้าในร่างกายผู้ป่วยทันทีที่มีอาการชัก สารจะเข้าไปจับตรงตำแหน่งของสมองที่ผิดปกติ ที่เป็นจุดกำเนิดของอาการชัก เพื่อผลในการเตรียมผู้ป่วยเพื่อการผ่าตัดรักษาโรคลมชัก
        • การตรวจ Interictal PET เป็นการตรวจโดยใช้สารกัมมันตรังสี ฉีดเข้าร่างกายผู้ป่วยโรคลมชักในขณะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการชัก มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองก่อนที่จะทำการตรวจ PET Scan จะทำให้ทราบตำแหน่งของจุดกำเนิดชักได้

    • การตรวจการทำงานของสมอง (Functional Mapping) การตรวจสมองด้วย Functional Mapping ทำให้ทราบว่าสมองส่วนไหนที่ควบคุมร่างกายหรือส่วนไหนที่ไม่มีความสำคัญต่อร่างกาย หากพบแผลเป็นในตำแหน่งที่ไม่อยู่ในส่วนที่สำคัญของร่างกายแพทย์สามารถผ่าตัดเอาส่วนนั้นออกได้เพื่อให้ผู้ป่วยหายโรคลมชักได้
    • การตรวจเรื่องความจำและภาษา (Neuropsychological และ Wada Test) โดยการทดสอบระดับเชาวน์ปัญญาการตรวจสภาพจิตอารมณ์และหน้าที่สมองด้วยเครื่องมือทางจิตวิทยา การตรวจตำแหน่งสมองที่ควบคุมเรื่องความจำและภาษา เพื่อป้องกันการสูญเสียหน้าที่ของสมองจาการผ่าตัดผิดตำแหน่ง Wada Test เป็นการทดสอบเรื่องของความจำและการพูด เพื่อศึกษาว่าสมองที่ควบคุมความจำและการพูดอยู่ในตำแหน่งเดียวกันหรือไม่ ตลอดจนสามารถรู้ได้ว่าแผลเป็นในสมองกับตำแหน่งที่ควบคุมร่างกายเป็นเรื่องของศูนย์ภาษาหรือศูนย์ความจำ เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาทำการผ่าตัดของแพทย์
    • การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองในผู้ป่วย ICU (ICU Monitoring) การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองในผู้ป่วยโรคลมชักที่อยู่ใน ICU, CCU ที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับการรู้สึกตัวตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยวิกฤติเทียบเท่าใน U.S.A. การศึกษาล่าสุดพบว่า มีผู้ป่วยโรคลมชักที่ป่วยอยู่ใน ICU ที่มีระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ จะมีอุบัติการณ์การเกิดคลื่นไฟฟ้าชักสูงด้วย 40% ซึ่งมีผลทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีผลแทรกซ้อนตามมา เนื่องจากสมองได้รับความกระทบกระเทือน ทำให้ไม่ตื่น หรือมีความพิกลพิการตามมา ผู้ป่วยเหล่านี้มักจะไม่มีอาการชักเกร็งกระตุกให้เห็น การวินิจฉัยจะต้องใช้ EEG Monitoring ซึ่งใน U.S.A มีการกำหนดผู้ป่วยโรคลมชักที่มีการเปลี่ยนแปลงของระดับความรู้สึกตัวดังนี้
      • ถ้าระดับการเปลิ่ยนแปลงของความรู้สึกตัว < 24 ชั่วโมง ให้มีการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองประมาณ 48 – 72 ชั่วโมง
      • ถ้าการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกตัว > 48 ชั่วโมงให้มีการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองอย่างน้อย 3 – 5 วัน

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ชั้น 1 และชั้น 2 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

    ทุกวัน

    จันทร์ - ศุกร์ 07:00 - 18:00 น.

    เสาร์ - อาทิตย์ 07:00 - 17.00 น.

    0 2310 3011

    1719

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    โรคและการรักษา

    ดูทั้งหมด