วิตามินดี วิตามินที่ถูกลืม

Copy

วิตามินดี วิตามินที่ถูกลืม


ปัจจุบันกระแสการตื่นตัวทางสุขภาพมีมากขึ้น โดยเฉพาะการรับประทานอาหารและวิตามินเสริม วิตามินที่คนส่วนใหญ่มักจะหาซื้อมารับประทาน มักจะเป็น วิตามินซี ช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน วิตามินบี ช่วยเรื่องสมองและความจำ วิตามินอี เพื่อผิวสวย แต่วิตามินดี จะเป็นวิตามินที่คนส่วนน้อยจะนึกถึง เพราะคิดว่าอยู่เมืองร้อน เราได้รับเพียงพออยู่แล้วจากแสงแดด แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองส่วนใหญ่ มักนั่งทำงานในออฟฟิศ เมื่อออกแดดมักใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดร่างกาย รวมทั้งใช้ครีมกันแดด จึงเป็นผลให้คนเมืองส่วนใหญ่ขาดวิตามินดี โดยไม่รู้ตัว จากการวิจัยที่ได้รับตีพิมพ์ใน Bangkok Medical Journal ปี 2015 เก็บข้อมูลในพนักงานออฟฟิศ 211แห่งทั่วกรุงเทพ พบว่า 36.5% หรือทุก 1 ใน 3 คนของพนักงานออฟฟิศ ขาดวิตามินดี

นอกจากนี้ คนบางกลุ่มยังมีความเสี่ยงที่จะขาดวิตามินดีมากกว่าคนทั่วไป เช่น คนที่มีผิวสีเข้ม (Dark-colored skin) ผู้สูงอายุ (Elderly patients) ผู้ป่วยโรคไต (Kidney diseases) ผู้ป่วยโรคตับ (Liver diseases) และคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน (Obese patients)

 

วิตามินดีสำคัญอย่างไร

นอกจากหน้าที่หลักวิตามินดีที่ช่วยช่วยการดูดซึมแคลเซียม ช่วยให้กระดูกแข็งแรงและป้องกันโรคกระดูกบาง (Osteopenia) และกระดูกพรุน (Osteoporosis)แล้ว วิตามินดียังมีคุณสมบัติพิเศษอีกมากมายที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ วิตามินจากแสงแดดตัวนี้ เป็น’มากกว่า’วิตามิน เนื่องจาก วิตามินดี มีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมนเพศ จึงมีบทบาทสำคัญในการควบคุมกระบวนการสำคัญต่างๆในร่างกาย  เช่น ช่วยลดฮอร์โมนพาราไทรอยด์ (Parathyroid hormone) ป้องกันการสูญเสียแคลเซียมจากกระดูกเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคเบาหวาน จากการศึกษาพบว่า คนที่ขาดวิตามินดี มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 มากกว่าคนทั่วไปและการเสริมวิตามินดีช่วยให้ร่างกายเผาผลาญน้ำตาล (Glucose metabolism)ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ วิตามินดียังมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง (Hypertension) และโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Cardiovascular diseases) อีกด้วย

นอกจากนี้วิตามินดี ยังมีหน้าที่สำคัญในการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (Immune system) มีการค้นพบ Vitamin D Receptor หรือตัวรับที่จับกับวิตามินดี  บน T cell และ B cell ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ มีหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาคุกคามร่างกาย เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เซลล์มะเร็ง ณ ปัจจุบัน มีงานวิจัยมากมายที่สนับสนุนการให้วิตามินดีเสริมเพื่อช่วยต้านโรคมะเร็งต่างๆเช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colon cancer)มะเร็งเต้านม (Breast cancer) และมะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer) วิตามินดีช่วยให้สมองหลั่งสารซีโรโตนิน(Serotonin) มากขึ้น มีผลช่วยลดความเครียด (Stress)และ ภาวะซึมเศร้า (Depression) ได้อีกด้วย ในด้านผิวพรรณ วิตามินดีช่วยในการแบ่งเซลล์ (Cell proliferation) และการพัฒนาเซลล์เพื่อไปทำหน้าที่ซ่อมแซมส่วนสึกหรอต่างๆ ช่วยชะลอวัยของผิว  (Delay skin aging) วิตามินดี ยังมีผลต่อประสิทธิภาพต่อการออกกำลังกาย และการเล่นกีฬา โดยเฉพาะการเล่นกีฬาที่มีความหนักและต่อเนื่องเป็นเวลานาน ที่เรียกว่า Endurance sport เช่น การวิ่งระยะไกล  (Long-distance running) การปั่นจักรยาน (Cycling) ไตรกีฬา (Triathlons) จากการวิจัย วิตามินดีมีส่วนช่วยให้เพิ่มศักยภาพดังต่อไปนี้

  • นำออกซิเจนจากเลือดส่งไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ได้ดีขึ้น ขณะออกกำลังกาย
  • ลดอาการเมื่อล้าและอักเสบของกล้ามเนื้อ
  • เพิ่มความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อ สามารถรับแรงกระแทกได้ดีขึ้น

 

แหล่งของวิตามินดี

ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีเองได้ใต้ชั้นผิวหนังผ่านการกระตุ้นจาก รังสียูวีบี  (Ultraviolet B ray) เพื่อป้องกันการขาดวิตามินดี แนะนำให้ออกมาสัมผัสแสงแดดบ้าง โดยเฉพาะแสงแดดตอนเช้า ในอาหาร พบมากในปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู ปลาซาร์ดีน ไข่ และ นมที่มีการเติมวิตามินดี แต่ถ้าหากเราไม่สามารถปรับไลฟ์สไตล์ การรับประทานวิตามินดีในรูปของอาหารเสริม  (Vitamin D supplementation) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง และเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและผลลัพท์ที่ดีที่สุดควรปรึกษาแพทย์และตรวจระดับวิตามินดีในเลือดก่อนเสริมวิตามิน


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ 
ชั้น 6 อาคารบางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ

เวลาเปิดบริการ

วันจันทร์-พฤหัสบดี : 7.00 - 18.00 น.
วันศุกร์ : 7.00 - 17.00 น.
วันเสาร์-วันอาทิตย์ : 8.00 - 12.00 น.

โทร. 0 2308 7043 หรือ 0 2310 3000
อีเมล bmcroyallifeinfo@bangkokhospital.com