การกลั้นปัสสาวะลำบากในผู้สูงวัย

Copy

การกลั้นปัสสาวะลำบากในผู้สูงวัย


ภาวะการกลั้นปัสสาวะลำบาก หรือ ปัสสาวะเล็ดในผู้สูงวัยนั้น นับเป็นปัญหาที่พบมากขึ้นในสังคมปัจจุบัน โดยอาการที่เกิดขึ้นนั้นไม่สามารถควบคุมได้ ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน และก่อให้เกิดความกังวลใจในการเข้าสังคม

โดยความรุนแรงของอาการนั้นเริ่มตั้งแต่การมีปัสสาวะหยดมาเปื้อนกางเกงในปริมาณที่ไม่มากนัก ไปจนถึงมีอาการปัสสาวะเล็ดออกมาเป็นปริมาณมาก บางครั้งอาจมีอุจจาระเล็ดร่วมด้วย ผู้สูงวัยบางท่านแม้ยังไม่เริ่มมีอาการดังกล่าวแต่ก็อาจเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ เช่น ปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่สุด รู้สึกอยากปัสสาวะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนมีความสัมพันธ์ต่อการเกิดอาการปัสสาวะเล็ดได้ทั้งสิ้น

โดยปกติแล้วการควบคุมการปัสสาวะในมนุษย์นั้นต้องอาศัยปัจจัยดังต่อไปนี้ คือ

  1. ศูนย์สั่งการการปัสสาวะ และระบบประสาทบริเวณสมองและไขสันหลังที่ดี
  2. กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและหูรูดบริเวณท่อปัสสาวะที่แข็งแรง
  3. ลักษณะทางกายวิภาคและสรีระวิทยาของระบบทางเดินปัสสาวะที่ปกติ
  4. สภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการปัสสาวะ

หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งดังกล่าวขาดไปหรือเกิดความผิดปกติขึ้นก็จะก่อให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดได้

 

เกิดอะไรขึ้นเมื่อคนเราอายุมากขึ้น

เมื่ออายุเริ่มเพิ่มขึ้นสิ่งที่เกิดขึ้น คือ

  1. การทำงานของกระเพาะปัสสาวะเริ่มเสื่อมลง บางรายอาจมีการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะบ่อยเกินไปโดยไม่สามารถควบคุมได้ หรือในทางกลับกันอาจบีบตัวได้น้อยเกินไปก็เป็นได้
  2. กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและหูรูดเริ่มเสื่อมสภาพ ไม่สามารถหดตัวหรือคลายตัวได้ตามปกติ โดยเฉพาะในเพศหญิงที่ผ่านการคลอดบุตรมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการคลอดตามธรรมชาติหรือการผ่าตัดคลอดบุตรก็ตาม
  3. ปริมาณปัสสาวะที่เหลือค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหลังจากปัสสาวะไปแล้ว มีปริมาณมากกว่าคนปกติ
  4. ในเพศชาย ภาวะที่พบบ่อยคือ ต่อมลูกหมากโต ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปัสสาวะเล็ดได้
  5. มีการสร้างปัสสาวะในช่วงเวลากลางคืนมากขึ้น

 

ประเภทของอาการปัสสาวะเล็ด

  1. อาการปัสสาวะเล็ดเมื่อมีการไอ จาม เบ่ง (Stress incontinence)

  • อาการมักเกิดในผู้ที่มีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานและหูรูดลดลง แม้ความจุของกระเพาะปัสสาวะยังไม่เต็มที่ก็เกิดภาวะปัสสาวะเล็ดได้เพียงแค่ออกแรง เบ่ง ไอ จาม เพียงเล็กน้อย

  1. อาการปัสสาวะเล็ดช่วงที่มีอาการอยากปัสสาวะ (Urge incontinence)

  • สาเหตุมักเกิดจาก การที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวบ่อยครั้งเกินไปโดยควบคุมไม่ได้ ส่วนใหญ่เกิดจาก

    • ปัญหาของการเชื่อมโยงระบบประสาทสั่งการจากสมองและไขสันหลังมายังระบบปัสสาวะ เช่น ภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรือแตก พาร์กินสัน ภาวะสมองเสื่อม การได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลัง
    • ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบทางเดินปัสสาวะเอง เช่น การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ นิ่ว เนื้องอกในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

  1. อาการปัสสาวะเล็ดเมื่อมีการไอ จาม เบ่งและช่วงที่มีอาการอยากปัสสาวะ (Mixed incontinence)

  • สาเหตุเกิดจากโรคทางระบบประสาทและสมอง และ ภาวะความจำเสื่อมขั้นรุนแรง หรือปัญหาโรคทางจิตเวช

  1. อาการปัสสาวะเล็ดเมื่อความจุของกระเพาะปัสสาวะขยายเต็มที่แล้ว (Overflow incontinence)

  • สาเหตุเกิดจากปัญหาของลักษณะทางกายวิภาคและสรีระวิทยาของระบบทางเดินปัสสาวะที่ผิดปกติ เช่น ต่อมลูกหมากโต มีท่อปัสสาวะตีบ
  • การได้รับบาดเจ็บบริเวณไขสันหลัง โรคเบาหวาน
  • ปัญหาทางระบบประสาทอื่นๆ
  • ผลข้างเคียงจากยาที่รับประทานเป็นประจำ

 

หากมีอาการดังกล่าวควรทำอย่างไร  

  1. มาปรึกษาแพทย์พร้อมนำยาที่ใช้รับประทานเป็นประจำมาให้แพทย์ดู เนื่องจากภาวะปัสสาวะเล็ดในแต่ละแบบมีวิธีรักษาที่แตกต่างกัน
  2. ควรเขียนชื่อโรคประจำตัวเก็บไว้กับตัวผู้สูงอายุเสมอ และนำมาให้แพทย์ดูทุกครั้ง
  3. งดดื่มสุรา กาแฟ ซึ่งมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
  4. หากเป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียงตลอด แนะนำให้ผู้ดูแลจดบันทึกปริมาณปัสสาวะ ลักษณะ สี และ จำนวนครั้งที่ผู้ป่วยปัสสาวะไว้ทุกครั้ง รวมถึงปริมาณและความถี่ ของการสวนเก็บปัสสาวะด้วย
  5. หากเป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้ผู้ดูแล ให้พยายามทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก ให้สะอาดและแห้งทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดแผลกดทับ หรือ แผลติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณข้างเคียง
  6. หากเป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียงตลอด หลีกเลี่ยงการคาสายสวนปัสสาวะไว้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็น เนื่องจากจะเพิ่มโอกาสการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะมากขึ้น หากจำเป็นต้องใส่สายสวนปัสสาวะจริงๆ ควรสวนเก็บเป็นครั้งๆไปตามรอบในแต่ละวัน และควรใช้เทคนิคที่สะอาดปลอดเชื้อในการสวนเก็บปัสสาวะทุกครั้ง

สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์กรุงเทพ (Bangkok Longevity Center) โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลวัฒโนสถ
โทร. 0 2310 3755 หรือโทร. 1719 Fax. 0 2310 3335 
Email: BangkokLongevityCenter@bangkokhospital.com