ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ พร้อม 100 % รับมือช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว 2016

Copy

ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ พร้อม 100 % รับมือช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว 2016

ช่วงวันหยุดยาว หลายคนออกเดินทางท่องเที่ยว บ้างก็กลับภูมิลำเนาคงไม่อยากให้เกิดอุบัติเหตุกับคนในครอบครัว หรือแม้แต่คนรู้จัก เพราะอาจนำมาซึ่งการสูญเสียหรือความพิการ อุบัติเหตุทางท้องถนนถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญของประเทศไทย องค์การอนามัยโลกจัดให้ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคอาเซียน ข้อมูลล่าสุดจากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)ได้เปิดเผยสถิติความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน พบว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 10,000 คนต่อปี โดยในปีพ.ศ.2555 เพียงปีเดียวมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 14,059 คน ขณะเดียวกันยังพบสถิติผู้พิการรายใหม่จำนวนไม่ต่ำกว่าปีละ 5,000 คน โดยพบว่าส่วนใหญ่มีอาการบาดเจ็บทางสมองร่วมด้วย

นพ.เอกกิตติ์ สุรการ ผู้อำนวยการศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า เพราะเวลาเพียงเสี้ยววินาทีนั้นมีค่ามากสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือในช่วงเทศกาลมีอุบัติเหตุมากกว่าปกติ การช่วยเหลือทำได้ไม่ทั่วถึง ผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่งต้องเสียชีวิตเนื่องจากนำส่งโรงพยาบาลไม่ทันเวลา

เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุในช่วงเทศกาล โรงพยาบาลกรุงเทพในฐานะโรงพยาบาลเอกชนที่มีความพร้อมด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน ขอทำงานร่วมกับหน่วยบรรเทาสาธารณภัยผ่านศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ (Bangkok Trauma Center) ที่พร้อมให้คำแนะนำ และให้ความช่วยเหลือ ด้วยการเข้าถึงผู้บาดเจ็บทันเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เหตุเกิดเวลาใด โดยมุ่งหมายให้ผู้ประสบอุบัติเหตุทุกคนปลอดภัยที่สุด

“ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพ” มีศูนย์รับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมงเป็นศูนย์กลางในการประสานงาน และอำนวยความสะดวกในการช่วยเหลือ และการรับ-ส่งต่อผู้ป่วย ในรถพยาบาลโดยมีทีมแพทย์ และบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นผู้ดูแลรักษาตามมาตรฐานสากล ตลอดจนการมีทีมแพทย์เฉพาะทางเตรียมพร้อมให้การดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง ได้แก่ ศัลยแพทย์ทั่วไป, ศัลยแพทย์ประสาท และสมอง, ศัลยแพทย์กระดูก และข้อ, ศัลยแพทย์หัวใจ และทรวงอก, วิสัญญีแพทย์, แพทย์เวชบำบัดวิกฤติ, ศัลยแพทย์ตกแต่ง-กระดูกใบหน้า, ศัลยกรรมมือ และนิ้วมือ,รังสีแพทย์,สูติ-นรีแพทย์, กุมารศัลยแพทย์ และศัลยกรรมผู้ป่วยไฟไหม้ เพิ่มความพร้อมในการร่วมกันดูแลผู้ป่วยที่มีอาการบาดเจ็บในหลายระบบของร่างกาย เช่น สมอง กระดูก และอวัยวะภายในต่างๆ รวมถึงการเจ็บป่วยจากสาเหตุอื่นๆ

นายแพทย์นันทศักดิ์ ทิศาวิภาต ศัลยแพทย์ระบบประสาทและสมอง รพ.กรุงเทพ กล่าวว่าทุกปี มีผู้ป่วยได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะจำนวนไม่น้อย ทำให้เกิดการบาดเจ็บทางสมอง และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ผู้รอดชีวิตต้องกลายเป็นผู้พิการ เป็นภาระให้กับครอบครัว และสังคม “นอกจากบาดแผลภายนอกแล้ว การบาดเจ็บทางสมองจากการกระทบกระเทือนช้ำ อาจทำให้มีเลือดคั่งในกะโหลกศีรษะ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว อาการสำคัญที่ตามมาได้แก่ อาการแขนขาอ่อนแรง ตาพร่ามัว ปัญหาที่เกี่ยวกับความจำ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปหลังเกิดอุบัติเหตุ”

การรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการลดอัตราการเสียชีวิต และภาวะแทรกซ้อนจากการบาดเจ็บทางสมอง การบาดเจ็บที่ศีรษะแม้เพียงเล็กน้อยอาจมีเลือดออกในสมองตามมาในภายหลังทำให้เนื้อสมองถูกทำลาย โดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ ในกรณีนี้จำเป็นต้องวินิจฉัยด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ ซีทีสแกน  การวินิจฉัยอย่างรวดเร็วทำให้ทีมแพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม เช่น การผ่าตัดสมองเพื่อลดการกดทับเนื้อสมองจากเลือดคั่งในกระโหลกศีรษะ และการให้ยาควบคุมภาวะสมองบวม ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยวิกฤติใน Smart ICU เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของอาการทางสมอง สัญญาณชีพอย่างใกล้ชิดภายใต้การดูแลของทีมแพทย์สหสาขา และประสาทศัลยแพทย์

กรณีที่เกิดการบาดเจ็บหลายระบบ จำเป็นต้องวินิจฉัยการบาดเจ็บของอวัยวะสำคัญที่อาจเกิดร่วมกัน เช่น ตรวจการบาดเจ็บของหมอนรองกระดูกคอด้วยภาพคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เอ็มอาร์ไอ (MRI) 3 มิติ ที่มีความแม่นยำชัดเจน ช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสภาพร่างกายผู้ป่วยที่มีอาการทางสมอง การทำกายภาพบำบัดช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกาย และลดภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น รวมทั้งต้องให้การดูแลการเปลี่ยนแปลงทางจิต ความคิด และอารมณ์ที่เกิดตามมา

ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพเตรียมความพร้อมทั้งทีมแพทย์ พยาบาล และบุคลากรการแพทย์ที่มีประสบการณ์ และความสามารถสูง ช่วยเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการรับ-ส่งผู้ป่วย โดยจัดให้มีแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินประจำรถพยาบาลทุกคัน พร้อมด้วยอุปกรณ์ตามมาตรฐานการช่วยชีวิตขั้นสูง อาทิ เครื่องกระตุ้นหัวใจ และติดตามสัญญาณชีพ, เครื่องช่วยหายใจ, เครื่องควบคุมการให้สารน้ำ, เครื่องวัดความดันโลหิต และปริมาณออกซิเจนในเลือด,เครื่องดูดเสมหะ เป็นต้น “ความเพียบพร้อมของอุปกรณ์ทางการแพทย์ และทีมแพทย์ทำให้รถพยาบาลเป็นเหมือน ICU เคลื่อนที่ รถทุกคันติดตั้งระบบ GPS  ช่วยระบุพิกัด และนำทางไปยังจุดหมาย รวมทั้งสามารถติดตามตำแหน่งของรถพยาบาลขณะอยู่บนท้องถนน ทำให้สามารถเลือกเส้นทางที่สะดวกที่สุด และหลีกเลี่ยงจราจรที่ติดขัด เพื่อนำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว

โรงพยาบาลกรุงเทพจัดบริการให้สามารถรับ-ส่งผู้ป่วยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อการดูแลผู้ป่วยอุบัติเหตุอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีรถพยาบาลฉุกเฉิน, เฮลิคอปเตอร์การแพทย์ฉุกเฉิน (Sky ICU) และเครื่องบินการแพทย์ฉุกเฉิน Air ambulance รวมทั้ง เรือพยาบาลฉุกเฉิน Hydrolance และรถมอเตอร์ไซค์ฉุกเฉิน Motorlance ที่พร้อมบริการให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่

เครือรพ.กรุงเทพ เพิ่มช่องทางที่สะดวกขึ้นสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ ในการดาวน์โหลดระบบแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในรูปแบบแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ “ BES i lert u” เป็นนวัตกรรมซอฟต์แวร์สำหรับแจ้งขอความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ คลิกปั๊บรับความช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ได้ทันที  โดยส่งตำแหน่งพิกัด GPS จากดาวเทียมผ่านระบบสมาร์ทโฟน ซึ่งโรงพยาบาลในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพได้ติดตั้งระบบ  “ BES i lert u” ร่วมกัน สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายให้ทุกโรงพยาบาลเป็นหนึ่งเดียว สามารถรับแจ้งขอความช่วยเหลือ และค้นหาข้อมูลตำแหน่งของคนไข้ได้ทันที

ในช่วงเทศกาลและวันหยุดยาว อาจเกิดอุบัติเหตุที่คุณเองคาดไม่ถึง ศูนย์อุบัติเหตุกรุงเทพพร้อมให้การดูแลอย่างเต็มที่ เพื่อความไว้วางใจ และความปลอดภัยของทุกชีวิต โรงพยาบาลกรุงเทพ Contact Center โทร 1719