กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข

Copy

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุข

กลุ่มอาการขาอยู่ไม่สุขนั้น มักมีอาการกระตุกของขา หรือบางทีรวมถึงแขน ซึ่งอาการมักเกิดขึ้นเป็นพักๆตลอดทั้งคืน โดยทั่วไปแล้วมักเกิดขึ้นทุกๆ 20-40 วินาที แต่ละครั้งอาการกระตุกจะเกิดนานประมาน 0.5-5 วินาที อาการดังกล่าวนับเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้สูงอายุต้องตื่นกลางดึกอยู่บ่อยๆ

จำนวนครั้งที่เกิดขากระตุกต่อชั่วโมง เรียกว่า Periodic limb movement index  (PLMI)  หากมีค่ามากกว่า 5 จะถือว่าผิดปกติ  ผู้ป่วยจะได้รับการวินิฉัยว่าเป็นโรค Periodic limb movements in sleep (PLMS) ทันที

อีกโรคหนึ่งที่พบเจอได้เช่นกัน คือ Restless legs syndrome (RLS)โรคดังกล่าวมักเกิดร่วมกับ  Periodic limb movements in sleep ผู้ป่วยโรค RLS มักมีความรับรู้ของระบบประสาทบริเวณขาสองข้างที่ผิดปกติ ผู้สูงอายุมักอธิบายอาการว่ารู้สึกเหมือนมีอะไรมาไต่ขา หรือ รู้สึกเหมือนมีเข็มมาทิ่มบริเวณขาและเท้าทั้งสองข้าง พอสะบัดขาแรงๆ อาการดังกล่าวก็จะหายไป อาการแบบนี้มักเกิดขึ้นในตอนเย็น หรือเมื่อผู้ป่วยพักผ่อน

ประมาณ 90% ของผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค RLS มักมี PLMS ร่วมด้วย แต่จะมีเพียง 20% ของผู้ป่วย PLMS ที่มีอาการของ RLS

ความชุกของโรคนี้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเมื่ออายุมากขึ้น แต่ความรุนแรงของโรคดังกล่าวกลับไม่แตกต่างกันระหว่างคนสูงอายุกับคนหนุ่มสาว  เพศหญิงและชาย เกิดอาการดังกล่าวพอๆกัน  มีเพียงเฉพาะโรค RLS เท่านั้นที่เกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึงสองเท่าตัว

สาเหตุของการเกิดกลุ่มโรคดังกล่าวนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีการตั้งสมมติฐานว่าน่าจะเกิดจากการลดลงของสารโดพามีนในร่างกาย เหตุที่นักวิจัยเชื่อแบบนั้น เนื่องมาจากการลองให้ยาที่มีฤทธิ์เพิ่มสารโดพามีนในเลือดเพื่อรักษาภาวะดังกล่าวแล้วพบว่าอาการของผู้ป่วยดีขึ้น  ไม่นานมานี้ได้มีการศึกษาถึงสาเหตุของกลุ่มโรคเหล่านี้เพิ่มเติม พบว่า ระบบรักษาสมดุลของธาตุเหล็กในร่างกายที่ผิดปกติก็เป็นสาเหตุหนึ่ง หลักฐานยืนยันในเรื่องนี้ คือ  พบว่าในคนเหล่านี้มักจะมีระดับสาร ferritin ในน้ำไขสันหลังน้อยกว่าคนปกติ

               

แล้วส่วนใหญ่อาการที่ผู้ป่วยมักรู้สึกมีอะไรบ้าง ?

ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุที่มีกลุ่มอาการดังกล่าวแล้วมักมาเล่าให้แพทย์ฟังว่า มีอาการนอนหลับยากกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มจะเข้านอน และเมื่อเริ่มนอนหลับไปแล้วการนอนก็ไม่ราบรื่น นอนไม่หลับ เป็นผลทำให้ง่วงในเวลากลางวันมากกว่าปกติ โดยอาจไม่ได้สังเกตเลยว่าขณะหลับนั้นตนเองมีอาการขากระตุกอยู่ บางคนมีอาการขากระตุกร่วมกับมีประสาทรับรู้ที่ผิดปกติที่บริเวณขาทั้งสองข้าง เช่น รู้สึกเหมือนมีเข็มมาทิ่มที่ขา หรือเหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขา 2 ข้าง ต้องสะบัดขาแรงๆอาการจึงจะหายไป ซึ่งนั่นเป็นอาการของ RLS ที่เกิดร่วมกับ PMLS นั่นเอง  

อาการขากระตุก หรือ ขาอยู่ไม่สุขดังกล่าว เป็นอาการที่คนส่วนใหญ่อาจไม่ทันได้สังเกตตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่าคนที่นอนใกล้ๆเรากลับเป็นคนที่รู้ดีที่สุด บางคนอาการเป็นมากจนกระทั่งคนที่นอนด้วยต้อง “ย้ายเตียงหนี” ดังนั้นหากมาพบแพทย์ การนำคนที่นอนใกล้ๆกันมาให้ข้อมูลด้วย นับเป็นวิธีที่ดีที่สุด

               

แล้วต้องทำอย่างไรเมื่อมีอาการดังกล่าว ?


ผู้ป่วยควรมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจประเมินอาการและสาเหตุที่ทำให้เกิดกลุ่มอาการดังกล่าว โดยอันดับแรกผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยกลุ่มโรคดังกล่าวนี้ด้วยวิธี “Polysomnography”  เพื่อตรวจจับอาการขากระตุก และ การถูกปลุกจากอาการดังกล่าวระหว่างการนอนหลับ  และจะได้รับการประเมินภาวะซีด  ภาวะการขาดธาตุเหล็ก การทำงานของไต และ ระบบประสาท เพื่อหาสาเหตุก่อนเริ่มให้การรักษา

               

ต้องรับประทานยาอะไรเพื่อรักษาหากถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคจริงๆ ?

การรักษากลุ่มโรคเหล่านี้ ยาที่ดีที่สุด คือ ยาที่มีฤทธิ์เพิ่มสารโดพามีนในกระแสเลือด เนื่องจากสามารถลดทั้งอาการขากระตุก และ การถูกปลุกให้ตื่นได้ ยาในกลุ่มนี้ เช่น Ropinirole, Pramipexole  หรือ ยา Carbidopa/Levodopa ที่มักใช้เพื่อรักษาโรคพาร์กินสัน

มียาชนิดอื่นที่มีรายงานว่าใช้ได้ผลเช่นกัน เช่น ยากลุ่ม benzodiazepine ที่คนทั่วไปมักเรียกกันว่า “ยานอนหลับ”  เช่น clonazepam, temazepam  ยากลุ่มนี้แม้สามารถลดการถูกปลุกได้ แต่ก็ไม่ได้ลดจำนวนครั้งการเกิดขากระตุก  และแท้จริงแล้วการใช้ยากลุ่ม benzodiazepine นั้น หากเป็นชนิดที่ออกฤทธิ์ “ยาว” จะยิ่งส่งผลเสียต่อผู้ป่วยมากกว่า กล่าวคือ ผู้ป่วยจะนอนหลับไปตลอดทั้งวันทั้งคืน ทำให้นาฬิกาชีวิตที่เคย  “ดี”  กลับ  “แปรปรวน”ไปกว่าเดิม  ฉะนั้นยานอนหลับในกลุ่มนี้จึง “ไม่ควร” ใช้ในผู้สูงอายุที่มีกลุ่มอาการเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง

กลุ่มยา opioid ก็มีรายงานว่าช่วยลดจำนวนครั้งการเกิดขากระตุกได้ แต่ไม่ช่วยลดการถูกปลุก และนอกจากนั้นการใช้ยาประเภทเพิ่มสาร gabapentine หรือ การให้ยาเสริมธาตุเหล็กก็มีที่ใช้ในบางรายเช่นกัน  

จะเห็นได้ว่าเพียงแค่อาการขากระตุกตอนนอนซึ่งเราอาจไม่เคยสังเกตก็เป็นผลทำให้การนอนหลับนั้น “มีปัญหา” ได้ ดังนั้นการหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของตัวเราเองเป็นประจำนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และทุกครั้งที่มาพบแพทย์อย่าลืมพาคนที่นอนข้างๆเรามาพบแพทย์เพื่อให้ข้อมูลด้วย เพราะจะทำให้การรักษาแม่นยำมากขึ้น

 

บทความโดย: พญ.ชัญญา ชมเชย


สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลวัฒโนสถ
โทร. 0 2310 3755 หรือโทร. 1719 Fax. 0 2310 3335 
Email: BangkokLongevityCenter@bangkokhospital.com