อาการปวดส้นเท้า (Plantar Fasciitis)

Copy

อาการปวดส้นเท้า (Plantar Fasciitis)

 

Plantar fasciitis หรือที่รู้จักกันในหมู่นักวิ่งว่า โรครองช้ำ คือโรคที่เกิดจากการอักเสบบริเวณพังผืดใต้ฝ่าเท้า ส่วนใหญ่มักเป็นบริเวณที่พังผืดยึดกับกระดูกส้นเท้า ผู้ป่วยมักมีการเจ็บปวดบริเวณส้นเท้าเวลาลงน้ำหนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกๆ ของการลงน้ำหนัก เช่น ตื่นนอนตอนเช้า หรือหลังจากการนั่งนานๆ แต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ อาการปวดจะดีขึ้น

ซึ่งในนักวิ่งก็เช่นกัน อาการปวดจะมีมากในช่วงแรกของการวิ่ง เมื่อวิ่งไปได้ระยะหนึ่ง อาการปวดจะค่อยๆ ดีขึ้น แต่จะกลับมาปวดอีกครั้งเมื่อหยุดวิ่ง เมื่อเป็นมากๆ จะมีอาการปวดตลอดเวลา

 

สาเหตุ และที่มาของโรคเกิดประกอบด้วยหลายปัจจัยดังนี้

  • การใช้งานที่มากเกินไปจนร่างกายทนไม่ไหว เช่น การฝึกวิ่งที่หักโหมจนเกินไป หรือการวิ่งในระยะทางที่ไกลเกินไป
  • การวิ่งกระแทกส้น สาเหตุนี้มักพบในคนที่ชอบวิ่งก้าวยาวๆ ทำให้จังหวะลงเท้ามีการกระแทก อย่างรุนแรงที่ส้นเท้า
  • การวิ่งบนพื้นแข็ง หรือใช้รองเท้าที่พื้นบางเกินไป จนไม่สามารถรับแรงกระแทกได้ดีพอ
  • น้ำหนักตัวที่มากเกินไป ในคนอ้วนมีโอกาสเกิดโรคนี้ได้มากกว่า เนื่องจากแรงกระแทก จะมีการแปรผันตามน้ำหนักตัวที่ลงไปบนส้นเท้า
  • โครงสร้างร่างกายผิดปกติ เช่น อุ้งเท้าสูง เท้าแบนและคว่ำ หรือส้นเท้าบิดออกด้านนอก


นอกจากอาการปวดเวลาลงน้ำหนักแล้ว อาจมีอาการกดเจ็บบริเวณกึ่งกลางของกระดูกส้นเท้าร่วมด้วย หากคลำที่กระดูกบริเวณนั้น จะพบว่ามีความนูนมากกว่าปกติ หรือในผู้ป่วยบางคนอาจมีเนื้อส้นเท้า บริเวณนั้นบางกว่าคนปกติ

 

อาการปวดส้นเท้า (Plantar Fasciitis)


การรักษาสามารถทำได้โดยยึดหลัก 3 ลด

 

ได้แก่ ลดการใช้ ลดการอักเสบ และที่สำคัญคือ ลดแรงกระแทกที่ส้นเท้า ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ดังนี้

  • เลือกรองเท้าที่มีเจลรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้าเป็นพิเศษ หรือเจาะรูที่พื้นรองเท้าให้เป็นวงกลม เพื่อไม่ให้เกิดแรงกดทับบริเวณที่อักเสบ
  • หากมีรูปเท้าที่ผิดปกติ ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับรูปร่างของเท้า ให้ความสำคัญกับพื้นรองเท้า จำเป็นต้องมีความหนานุ่มเพียงพอ เพื่อช่วยพยุงและรองรับฝ่าเท้าได้ดี
  • ปรับท่าวิ่งให้ก้าวสั้นลง และพยายามเปลี่ยนมาลงน้ำหนักให้เต็มฝ่าเท้า อย่างนุ่มนวล
  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็ง
  • บริหารด้วยการยืดพังผืดฝ่าเท้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พังผืดเกิดความยืดหยุ่น จะสามารถช่วยลดแรงกระชากบริเวณจุดเกาะที่กระดูกส้นเท้า ส่วนในรายที่พังผืดตึงมากๆ ให้แช่เท้าในน้ำอุ่นก่อนทำการยืดประมาณ 15 - 20 นาที เพื่อให้พังผืดอ่อนตัว และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น จะช่วยลดอาการเจ็บขณะบริหาร
  • ลดน้ำหนักตัว หากน้ำหนักตัวยังคงมากอยู่ ควรเปลี่ยนไปออกกำลังชนิดอื่น ที่ไม่มีการกระแทกบริเวณส้นเท้าก่อน เช่น การว่ายน้ำ หรือปั่นจักยาน
  • เมื่อกลับไปวิ่ง ควรเพิ่มระยะอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มต้นวิ่งบนพื้นที่นุ่มๆ ก่อน และหากมีอาการเจ็บ ควรหยุดวิ่งทันที อย่าฝืน


ในรายที่เป็นมาก จำเป็นต้องทานยาแก้อักเสบ และรักษาด้วยการกายภาพบำบัด เช่น การทำอัลตร้าซาวน์ หรือเลเซอร์ ร่วมด้วย หากยังไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา และหาสาเหตุอื่นๆ เช่น กระดูกร้าว หรือกระดูกงอกที่ใต้กระดูกส้นเท้า รวมทั้งแพทย์อาจให้การรักษาอื่นๆ ต่อไป เช่น การฉีดยาต้านการอักเสบแบบเฉพาะที่ การรักษาด้วยการฉีดเกล็ดเลือดความเข้มข้นสูงหรือ PRP หากยังไม่ดีขึ้นอาจจำเป็นต้องผ่าตัด


ทางที่ดี เราควรป้องกันไม่ให้เกิดอาการจะดีกว่า เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นแล้ว อาจทำให้ความสนุกจากการวิ่งของท่าน ลดลง และไม่สามารถฝึกซ้อมได้ไม่เต็มที่ครับ

 

บทความโดย นพ. กิตติศักดิ์ เชื้อพูล


สอบถามเพิ่มเติม สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ
เวลาทำการ    จันทร์ – อาทิตย์   07.00 – 17.00 .
โทร02-310-3979, 02-310-3980 หรือ โทร.1719
Email: info@bangkokhospital.com