อารมณ์โกรธ..สั่งได้

Copy

อารมณ์โกรธ..สั่งได้

สุดยอดพฤติกรรมลูกที่พ่อแม่พบบ่อยๆ ใจร้อนไม่ยอมรอ ร้องไห้ เอาแต่ใจ ขี้เบื่อ ไม่อดทน โวยวายตลอดเวลา ดื้อ ก้าวร้าว ขาดสมาธิ มีพัฒนาการช้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน แล้วจะเลี้ยงแบบไหนดี และจะดีไหมถ้าสามารถเข้าใจและค้นพบศักยภาพลูกน้อยได้ตั้งแต่วัยเด็ก

แพทย์หญิงมัณฑนา ชลานันต์ กุมารแพทย์ด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า ถ้าสงสัยในพฤติกรรมของลูกที่ผิดแปลกไปจากเด็กวัยเดียวกันควรจะพามาปรึกษาแพทย์ เพื่อรับการตรวจคัดกรองพัฒนาการด้วยเครื่องมือมาตรฐานต่างๆ

การตรวจพัฒนาการเบื้องต้นนี้เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่สงสัยในพฤติกรรมของลูกรวมถึงพ่อแม่ที่ต้องการรู้ว่าลูกมีทักษะความเป็นเลิศด้านไหน เพื่อนำไปสู่การวางแผนรักษาหรือเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน โดยเฉพาะเด็กที่พัฒนาการล่าช้าต้องรีบมาทันทีที่ผิดสังเกต ไม่ต้องรอให้ถึง 1 ขวบ

“คุณหมอมีเคสตัวอย่างเป็นเด็กที่ไม่สามารถต่อแผ่นจิ๊กซอว์แบบง่ายๆ เมื่อพามาทดสอบก็พบมีปัญหาทางสายตาและการใช้กล้ามเนื้อมือ เมื่อเทียบกับทักษะด้านภาษาโดยพบว่าเด็กพูดเก่ง เล่าเรื่องได้ดี พ่อแม่สามารถสังเกตได้จากสิ่งที่ลูกชอบเล่น ซึ่งจะสะท้อนถึงทักษะเด่นของเขา”

ยกตัวอย่างพ่อแม่ที่ต้องการส่งเสริมให้ลูกเล่นดนตรี จะต้องเปิดโอกาสให้เด็กค้นหาด้วยตนเองตามความชอบและความถนัด ขณะเดียวกันก็ต้องดูความพร้อมของลูกด้วย หากเด็กมีกล้ามเนื้อมือไม่แข็งแรงอาจจะไม่เหมาะกับเครื่องดนตรีที่ต้องใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น เปียโน อาจจะส่งเสริมให้เล่นเครื่องสาย เช่น ไวโอลีนหรือเครื่องตีอย่างกลอง เพราะใช้กล้ามเนื้อมือทั้งมือไม่ใช่แค่เพียงบางนิ้วเท่านั้น

คุณหมอยังอ้างอิงหลักฐานทางการแพทย์ว่า พันธุกรรมมีผลต่อพฤติกรรมของลูก 50% ที่เหลืออีก 50% มาจากการเลี้ยงดูหรือสภาพแวดล้อม ฉะนั้น พ่อแม่ที่ใจร้อนย่อมมีโอกาส 50% ที่ลูกจะมีนิสัยใจร้อนตามไปด้วย แต่ก็ไม่ใช่จุดด้อยแต่อย่างใด

 

“หมอเคยให้คำปรึกษาคุณแม่คนหนึ่งมีนิสัยใจร้อน ลูกก็ใจร้อน หงุดหงิด โมโหง่าย เวลาโมโหก็หยิบลวดเย็บกระดาษมาข่วนคุณแม่ พฤติกรรมเช่นนี้ถ้าไม่รีบแก้ไขตั้งแต่เด็กๆ ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมและอารมณ์รุนแรงมากขึ้น แต่ถ้าหากพ่อแม่ปรับวิธีการเลี้ยงดูใหม่ เด็กก็จะมีโอกาสอยู่ร่วมในสังคมได้ตามปกติ” คุณหมอกล่าว

อย่างไรก็ตาม นิสัยใจร้อนนี้ก็ถือว่าเป็นสไตล์ของเขา แต่จะทำอย่างไรให้สไตล์ที่ติดตัวมานี้สามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ปกติและมีความสุขที่สุด

คุณหมอมีทริคอยู่หลายอย่าง เช่น ต้องดูที่คุณแม่ก่อนว่าใจร้อนจากปัญหาทางจิตเวชหรือไม่ หากถึงขั้นควบคุมตนเองไม่ได้ก็ต้องรักษาคุณแม่ก่อนเพราะมีผลต่อลูก ถ้าไม่ใช่ปัญหาทางจิตเวชก็ต้องหามุมสงบสติอารมณ์ทั้งพ่อแม่ต้องเตือนลูกทุกครั้งที่เกิดอารมณ์โมโห เพื่อให้เขารู้ตัวว่าอยู่ในอารมณ์ใด

ขณะเดียวกันพ่อแม่ต้องย้ำว่า ไม่ชอบพฤติกรรมเช่นนี้และที่สำคัญห้ามแสดงความโกรธตอบ ในทางกลับกันต้องรีบชื่นชมว่าลูกเก่งที่สามารถระงับความโกรธได้ สุดท้ายแล้ว เด็กจะเรียนรู้ไปทีละเล็กละน้อยถึงวิธีระงับความโกรธ ทำให้สามารถปรับอารมณ์ได้ดีขึ้น

“ทุกคนโกรธได้ป็นธรรมดา เพียงแต่ว่าใครจะปรับพฤติกรรมที่แสดงออกมาได้อย่างเหมาะสม”

พญ.มัณฑนา กล่าวอีกว่า เด็กแต่ละคนมีพื้นฐานอารมณ์และตัวตนแตกต่างกันจึงตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นในรูปแบบที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การเข้าใจตัวตนของเด็กจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อพ่อแม่จะตอบสนองให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน แต่ละวัยให้มีพัฒนาการที่เป็นเลิศ

การส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการและได้รับการตอบสนองที่เหมาะสมตามช่วงวัยจะส่งผลให้มีพัฒนาการด้านสติปัญญา อารมณ์ ทักษะทางสังคม การแก้ไขปัญหาและความคิดสร้างสรรค์อันนำไปสู่ความสำเร็จในอนาคต

ทั้งนี้ พ่อแม่สามารถนำเด็กวัย 9 เดือน – 5 ปี มาตรวจวัดพัฒนาการ เพราะเป็นช่วงที่สมองมีพัฒนาการสูงสุด ซึ่งสามารถบอกความสามารถของเด็กในแต่ละด้าน ได้แก่ เชาวน์ปัญญา ความสามารถการใช้สายตา

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


สอบถามเพิ่มเติมที่: คลินิกพัฒนาการเด็ก ศูนย์กุมารเวชกรุงเทพ ชั้น 4 รพ.กรุงเทพ

เวลาทำการ: ทุกวัน  เวลา 8.00 – 18.00 .

โทร. 0-2755-1213 

Email: BMCPed@bgh.co.th