จะเลือกวิตามินชนิดไหนดี

Copy

จะเลือกวิตามินชนิดไหนดี


ปัจจุบันตลาดอาหารเสริมและวิตามินเพื่อสุขภาพได้ขยายตัวตามความตื่นตัวในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภค แต่เราจะแน่ใจในคุณภาพของวิตามินนั้นได้อย่างไรว่ามีประสิทธิภาพ (Effectiveness) จริงตามที่อ้าง


วิตามินหรืออาหารเสริมในท้องตลาดนั้นแบ่งได้สองประเภทคือ

  1. Food Grade คือ ใช้เกณฑ์ในการควบคุมคุณภาพเช่นเดียวกับอาหาร
  2. Pharmaceutical Grade/Medical Grade คือ ใช้เกณฑ์ในการควบคุมคุณภาพเดียวกับยารักษาโรค

 

วิตามินเกรดอาหาร (Food grade vitamins) ดูจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้ง่ายตามท้องตลาด ทั่วไป กระบวนการผลิตของวิตามินเกรดนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านการควบคุมของสำนักงานอาหารและยา (Food and Drug Administration) และไม่จำเป็นต้องบอกส่วนผสมทั้งหมดที่มีในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ทำให้มีโอกาสการปนเปื้อนจากสารเคมีอื่นๆ (Chemical contamination) อยู่มาก ยกตัวอย่างเช่น โลหะหนัก (Heavy metals)สีผมอาหาร (Food coloring) แป้ง น้ำตาลบางชนิด หรือสารเคมีอื่นๆ ที่สำคัญคือผู้บริโภคเองอาจจะไม่ทราบเลยถึงการมีสารปนเปื้อนเนื่องจากข้อกำหนดของอาหารนั้นไม่จำเป็นต้องระบุส่วนประกอบทั้งหมดในฉลาก อีกทั้งในส่วนคุณภาพวัตถุดิบ (Raw material)ของวิตามินเกรดอาหารนั้นก็ไม่มีการกำหนดอย่างชัดเจน ดังนั้นสารอาหารที่ได้รับอาจจะไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในฉลาก (Discrepancy) ยกตัวอย่างเช่น วิตามินซีเกรดอาหาร (Food grade vitamin C) 500 มิลลิกรัม เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายอาจได้รับวิตามินซีในปริมาณที่ไม่ถึง 500 มิลลิกรัม หรือ ซ้ำร้ายร่างกายอาจไม่สามารถดูดซึมเลย และถ่ายออกมาเป็นวิตามินซีในรูปแบบเดิม อีกทั้งยังเสี่ยงกับการได้รับสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลเสียกับสุขภาพอีกด้วย

วิตามินเกรดยา (Pharmaceutical grade or medical grade vitamin) นั้นกระบวนการการผลิตจะมีการควบคุมคุณภาพที่มากกว่า(Higher quality control) โดยจะต้องมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพแหล่งที่มาของวิตามินชนิดนั้น ต้องไม่มีสารปนเปื้อน (No chemical contamination) คุณภาพของวิตามินร่างกายที่ได้รับ การ ดูดซึมและออกฤทธิ์จะต้องได้มาตรฐานเช่นเดียวกับการผลิตยา ( High Bio-availability ) ปริมาณวิตามินที่ระบุในฉลากนั้นต้องครบถ้วน ถูกต้องและเชื่อถือ (Reliability)ได้ เรียกได้ว่าวิตามินเกรดนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากกว่าเกรดอาหารอย่างมาก แต่วิตามินเกรดนี้อาจจะหาได้ยากตามท้องตลาดอีกทั้งราคาสูงกว่าชนิดอื่น หากวิตามินนั้นมีคุณภาพเป็นเกรดยาก็จะมีการระบุไว้ในฉลากสินค้า 

ดังนั้นการอ่านและศึกษาข้องมูลของวิตามินก่อนตัดสินใจซื้อจึงมีความสำคัญมากกับผู้บริโภค การเลือกซื้อวิตามินจึงไม่อาจตัดสินกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาถึงคุณภาพ (Quality)และประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ วิตามินที่จะถูกจัดว่าแพงที่สุดคือวิตามินที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีกับสุขภาพ ร่างกายดูดซึมไม่ได้ (Poor absorption) หรือได้ของแถมเป็นสารพิษอีก (Heavy metal toxicity)เพราะนอกจากเราจะต้องเสียเงินในการซื้อหามารับประทานแล้ว เราต้องจ่ายเพิ่มในส่วนของสุขภาพที่เสียไปอีกด้วย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ 
ชั้น 6 อาคารบางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ

เวลาเปิดบริการ

วันจันทร์-พฤหัสบดี : 7.00 - 18.00 น.
วันศุกร์ : 7.00 - 17.00 น.
วันเสาร์-วันอาทิตย์ : 8.00 - 12.00 น.

โทร. 0 2308 7043 หรือ 0 2310 3000
อีเมล bmcroyallifeinfo@bangkokhospital.com