เส้นทางสุขภาพดี หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม

Copy

เส้นทางสุขภาพดี หุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

การเป็นคนสุขภาพดีไม่ลงพุง ไม่มีไขมันส่วนเกิน มีมัดกล้ามและซิกแพ็คคือสิ่งที่ผู้ชายหลายคนยุคนี้ปรารถนากัน ทว่าหลายปัจจัยในการใช้ชีวิตมักเป็นสาเหตุทำให้สิ่งที่ตั้งใจไว้ไม่เป็นไปตามที่คิดเอาไว้ นพ.สุริยา ธีรธรรมากุล แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ชะลอวัย Bangkok Royal Life Anti-Aging Center บอกว่าการจะมีสุขภาพดีได้หรือไม่นั้น ทุกอย่างต้องเริ่มต้นจากตัวเราก่อน คุณหมอจะมาบอกเล่าเคล็ดลับการมีสุขภาพดีและเส้นทางสู่รูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์ม

 

การลดน้ำหนักที่ถูกต้อง

รูปร่างที่ดีคือรูปร่างที่แข็งแรง มีกล้ามเนื้อสมส่วน ใบหน้าสดใส ปกติแล้วผู้ชายควรจะมีไขมันไม่เกิน 28 เปอร์เซ็นต์ ผู้หญิงไม่ควรเกิน 30 เปอร์เซ็นต์ คนที่มีสุขภาพไม่ดีคือคนที่ลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร เนื่องจากว่าพออดอาหารไปนานๆ เข้า จะส่งผลให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายแย่ลง การลดน้ำหนักก็คือการลดไขมัน การลดน้ำหนักที่ดีต้องทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ซึ่งไม่ควรจะหักโหม

 

การรับมือกับการมีไขมันส่วนเกิน

ต้องเริ่มจากการกินให้ถูกต้อง หลักการง่ายๆ อย่างเช่น การลดแป้งในมื้อเย็นก็ช่วยได้มากทีเดียว เพราะจะช่วยลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่จะเปลี่ยนเป็นไขมันในร่างกายให้ลดน้อยลง การลดแป้งมื้อเย็นจัดเป็นวิธีการง่ายๆ ทุกวันนี้อาหารที่เรากินเข้าไป แทบทุกอย่างมักมีแป้งเป็นส่วนผสมทั้งสิ้น ถ้าเราจะลดแป้งซัก 1 มื้อคือตอนเย็น ซึ่งเป็นมื้อที่มักรับประทานกันหนักสุด แป้งในร่างกายของเราจะลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

 

ซิกแพ็คสร้างได้

หลักสำคัญในการสร้างซิกแพค ใน 100 เปอร์เซ็นต์จะแบ่งออกเป็น 80 เปอร์เซ็นต์คือเราต้องเอาไขมันออก อีก 20 เปอร์เซ็นต์คือการสร้างกล้ามเนื้อท้องให้แข็งแรง คนที่อยากมีซิกแพ็คต้องเล่นทั้งเวต และคาร์ดิโอ สำหรับคนที่ไม่เคยเล่นอะไรมาเลย แต่อยากมีซิกแพ็ค แนะนำให้เล่นอก หลังส่วนบน หลังส่วนล่าง ต้นขา เน้นหนักที่เป็น large muscle groups จนฟิตแอนด์เฟิร์มก่อน จากนั้นค่อยมาเบิร์น ตอนที่เบิร์นเราจะเน้นเล่นหน้าท้องซิตอัพ และออกกำลังกายแบบ abdominal crunch ทำแค่ 2 สัปดาห์ กล้ามเนื้อจะเริ่มตึงและเริ่มแข็งแรงแล้ว พอผ่านไปสัก 1 เดือน ซิกแพ็คจะปรากฎเห็นเด่นชัดมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้การเบิร์นยังทำได้ด้วยการปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ วิ่ง เพื่อเอาไขมันออก และทำให้กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น รวมทั้งระบบเผาผลาญดีขึ้น

 

Sport Medicine กับเรื่องสุขภาพ

Sport Medicine คือแนวคิดที่จะช่วยบอกได้ว่าคนที่เจ็บป่วยต่างๆ เช่น เป็นความดัน เบาหวาน จะออกกำลังกายอย่างไรจะทำให้อินซูลิน (หรือตัวรักษาเบาหวาน) ในร่างกายเพิ่มขึ้น Sport Medicine จะบอกเราว่าถ้าคุณอายุเยอะ ต้องหาเวลาเล่น weight training บ้าง เพราะช่วยกระตุ้นฮอร์โมน อีกทั้งช่วยกระตุ้นอินซูลินและยังทำให้ร่างกายแข็งแรง มีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น บางคนไม่รู้ว่าพออายุเพิ่มมากขึ้น แถมมีโรคประจำตัวอีกต่างหากจะออกกำลังกายแบบไหนดี หมอจะแนะนำให้ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีต่อวัน แนะนำด้วยว่าท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ควรจะหลีกเลี่ยง เนื่องจากบางคนเป็นโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

 

ความสำคัญของวิตามินและเกลือแร่

เราต้องรู้ว่าร่างกายเราขาดอะไร ขาดวิตามินตัวไหน ก็เสริมตัวนั้นเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรากำลังลดน้ำหนักและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เป้าหมายของเราคือการลดไขมันในร่างกาย ดังนั้นเราควรรับประทานวิตามินที่ช่วยให้การเผาผลาญน้ำตาลทำงานได้ดีขึ้น เช่น วิตามินบี 2 บี 3 บี 12 หรือถ้าพบว่าปริมาณไขมันในร่างกายเยอะไป เราก็ต้องเลือกวิตามินที่ช่วยให้การเผาผลาญไขมันได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งหมอจะแนะนำให้รับประทานแอลคาร์นิทีน (L- Carnitine) เป็นต้น หรือกรณีที่กลุ่มคนไข้เบาหวานมาหา ผมจะแนะนำให้คนไข้รับประทานโคเมียม เพราะว่าโคเมียมช่วยให้การเผาผลาญน้ำตาลเป็นปกติ ถ้าขาดโครเมียม (Chromium) การเผาผลาญน้ำตาลจะไม่ดี พอน้ำตาลเหลือเยอะ เบาหวานจะไม่ดีขึ้น คนที่รับประทานอาหารได้ไม่ครบตามหลักโภชนาการที่ถูกต้อง จำเป็นต้องหาวิตามินเสริม วิตามินของที่นี่ผลิตเอง ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ คุณหมอจะให้วิตามินในปริมาณที่เหมาะสม

 

ข้อมูลโดย: นพ.สุริยา ธีรธรรมากุล แพทย์เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬาและเวชศาสตร์ชะลอวัย (Bangkok Royal Life Anti-Aging Center)


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ 
ชั้น 6 อาคารบางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ

เวลาเปิดบริการ

วันจันทร์-พฤหัสบดี : 7.00 - 18.00 น.
วันศุกร์ : 7.00 - 17.00 น.
วันเสาร์-วันอาทิตย์ : 8.00 - 12.00 น.

โทร. 0 2308 7043 หรือ 0 2310 3000
อีเมล bmcroyallifeinfo@bangkokhospital.com