ภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุ

Copy

ภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุ


ภาวะเปราะบางไม่ใช่โรคแต่เป็นภาวะหนึ่งของร่างกายซึ่งอยู่ระหว่างกลางของความสามารถในการทำงานได้กับภาวะไร้ความสามารถและอยู่ระหว่างความมีสุขภาพดีกับความเป็นโรค มีอาการหรืออาการแสดงตั้งแต่  3  อย่างขึ้นไปจาก 5 อย่าง  คือ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่ทราบสาเหตุมากกว่า  3 กิโลกรัมหรือมากกว่า ร้อยละ 5 ของน้ำหนักตัวในระยะเวลา 1 ปี (weight  loss) มีความรู้สึกเหนื่อย  หมดแรง  (exhaustion) กล้ามเนื้ออ่อนแรง (weakness) เดินช้าลง (low  walking speed) และการออกแรงในชีวิตประจำวันลดลง (low  physical  activity) ให้ถือว่าผู้สูงอายุมีภาวะเปราะบาง

ภาวะเปราะบางเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและพบบ่อยในผู้สูงอายุที่เกี่ยวข้องกับการตายส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและทางด้านเศรษฐกิจ โดยผู้ที่มีภาวะเปราะบางจะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบทางด้านร่างกายต่อสุขภาพที่สำคัญ คือ ส่งผลให้ความสามารถทางกายภาพของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายลดลง  การทำหน้าที่ของร่างกายลดลง  เพิ่มความรุนแรงของความเจ็บป่วย  การบกพร่องทางความคิด เกิดการพลัดตกหกล้ม ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของร่างกายลดลง การเดินและการทรงตัวลดลงและเกิดภาวะพึ่งพา

ผลกระทบทางด้านจิตใจ ภาวะเปราะบางในผู้สูงอายุ จะส่งผลให้ผู้สูงอายุเกิดการบกพร่องทางความคิด ภาวะซึมเศร้า รู้สึกสิ้นหวัง หมดแรง ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ ต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นจากการเกิดภาวะเปราะบาง เนื่องจากส่งผลให้เพิ่มความรุนแรงของการเกิดโรคต่าง ๆ ทำให้เกิดภาวะสับสนเฉียบพลันจากการเจ็บป่วย เพิ่มการพลัดตกหกล้มจากการที่ผู้สูงอายุสูญเสียความสามารถในการเดินและการทรงตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง การทำงานของระบบต่าง ๆ ลดลง เกิดภาวะพึ่งพา ต้องการคนดูแล ต้องการการดูแลระยะยาว การเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ความพิการและเพิ่มอัตราการเสียชีวิตมากขึ้น

 

การป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันการเกิดภาวะเปราะบาง

การป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ ประกอบด้วย การออกกำลังกายแบบต้านทานความแรงของการเคลื่อนไหวทางกาย การเดินและความสมดุล การฝึกการออกกำลังกาย การบำรุงรักษาทางโภชนาการและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การบำรุงรักษาสุขภาพในช่องปาก การปรับเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อมและครอบครัว ความเป็นมืออาชีพของผู้ดูแล เป้าหมายของการ Interventions คือ การลดการสูญเสียน้ำหนัก การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดการพลัดตกหกล้ม ที่จะช่วยให้การรักษาสถานะของสภาวะสมดุล

1) การออกกำลังกายและการสนับสนุนรวมทั้งการออกกำลังกายต้านทานและการออกกำลังกายแอโรบิก

2) การฝึกออกกำลังกาย รวมถึงความต้านทานการยกน้ำหนัก การออกกำลังกายขนาดใหญ่ของกลุ่มกล้ามเนื้อโครงร่างที่จะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อในร่างกายและเพิ่มความแข็งแรงการออกกำลังกายความอดทนและความเร็วในการเดิน

3) ไทชิเป็นการออกกำลังกายที่ช้าและอ่อนโยนที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวทางกายภาพและการทำสมาธิที่จะปรับปรุงความสมดุลและการเดิน

4) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมรวมถึงการเพิ่มอาหารเสริมในระหว่างมื้ออาหารพร้อมกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น อาหารเสริมโปรตีนช่วยในการรักษามวลกล้ามเนื้อ นอกจากนี้อาจรวมถึงยาที่ใช้ในการเพิ่มความอยากอาหาร การประเมินภาวะโชนาการโดยใช้แบบประเมิน Mini nutritional exam สามารถใช้สำหรับการประเมินภาวะโภชนาการเพิ่มเติมได้ รวมถึงการรับประทานอาหารร่วมกันในครอบครัว

5) การบำรุงรักษาสุขภาพช่องปากอย่างเพียงพอรวมถึงการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยสองครั้งต่อวัน การจำกัดปริมาณของน้ำตาล เช่นโซดาและขนม รวมถึง การตรวจฟันอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

6) การประเมินด้านสิ่งแวดล้อมของบ้านหรือที่อยู่อาศัยในพื้นที่รวมถึงประเด็นความปลอดภัยและลดความต้องการงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดการพลัดตกหกล้ม การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อเพิ่มโอกาสในการเป็นอิสระและพึ่งพาตนเอง การ รวมถึงการสร้างราวจับในห้องอาบน้ำ ฝักบัวอาบน้ำที่มีที่นั่งปรับความสูงเคาน์เตอร์และตู้ประตูกว้างสีตัดกันของเคาน์เตอร์ พื้น ผนังและพื้นผิวไม่ลื่น ลาดเอียง แสงที่เหมาะสมและระบบกดเรียกฉุกเฉิน

7) คนในครอบครัวและผู้ดูแลผู้ป่วยควรมีความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของภาวะเปราะบาง


สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์กรุงเทพ (Bangkok Longevity Center) โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลวัฒโนสถ
โทร. 0 2310 3755 หรือโทร. 1719 Fax. 0 2310 3335 
Email: BangkokLongevityCenter@bangkokhospital.com