ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ

 

Total Knee Replacement

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
เจ็บน้อย ฟื้นไว เดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง
*

โทรปรึกษา 1719 หรือสอบถามผ่าน FB@Bangkokhospital

* ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ ให้บริการตรวจรักษาผู้ที่มีอาการ หรือความผิดปกติของข้อสะโพก ข้อเข่า หรือขาส่วนล่าง อาทิ

 

  • โรคข้อเข่าเสื่อม โรคข้อสะบ้าเสื่อม โรคข้อสะโพกเสื่อม
  • โรคข้อเสื่อม และหรือข้อถูกทำลายจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคข้ออักเสบติดแข็ง
    ข้อเสื่อมที่เกิดหลังจากอุบัติเหตุ เส้นเอ็นฉีกขาดหรือกระดูกหัก ข้อเคลื่อน ข้อที่ถูกทำลายจากการติดเชื้อ
  • โรคหัวกระดูกสะโพกตายจากการขาดเลือดไปเลี้ยง โรคกระดูกข้อเข่าหรือสะบ้าตายจากการขาดเลือดไปเลี้ยง
  • ความผิดปกติของรูปร่างข้อเข่า เช่น ข้อเสื่อม ขาโก่ง และขากาง
  • โรคข้อสะบ้าเคลื่อนหรือหลุด
  • โรคข้อสะโพกเคลื่อนแต่กำเนิด โรคข้อสะโพกหนีบหรือปุ่มกระดูกสะโพกกระแทก
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดครั้งแรก ได้แก่ การใส่ข้อเทียมมาแล้วหลุดหลวม กระดูกที่เสียหายถูกทำลายจากข้อที่หลุดหลวม ข้อเข่าไม่สามารถงอได้หลังผ่าตัดใส่ข้อเข่าเทียม กระดูกหักหลังผ่าตัดใส่ข้อ
    ข้อติดเชื้อหลังจากผ่าตัดใส่ข้อเทียม เป็นต้น

BANGKOK HIP & KNEE CENTER
เราต่างจากศูนย์ข้อเข่าและข้อสะโพกที่อื่นอย่างไร

สบายใจทุกขั้นตอนรักษา

        

หัวใจสำคัญของการผ่าตัดข้อสะโพกตามแนวบิกินี่แบบซ่อนแผลผ่าตัด (Direct Anterior Approach Cosmetic Incision Hip Replacement) คือความเชี่ยวชาญของแพทย์ผู้ผ่าตัดและการดูแลใส่ใจก่อน ระหว่าง และหลังผ่าตัดในทุกขั้นตอน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและผลการรักษาที่น่าพอใจ ศูนย์ Bangkok Hip and Knee Center จึงมุ่งเน้นจุดเด่นคือ “Customized Service with Advance Care and Technology” ประกอบไปด้วย

  1. Customized Service โปรแกรมการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคลตั้งแต่ก่อน หลังผ่าตัด จนกระทั่งผู้ป่วยหายเป็นปกติ ดูแลผู้ป่วยครบวงจรโดยทีมสหสาขาวิชาชีพและมีห้องให้ความรู้สำหรับผู้ป่วยรายบุคคลก่อนการผ่าตัด แพทย์วางแผนผ่าตัดเปลี่ยนข้อโดยใช้เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์สร้างภาพจำลองเฉพาะผู้ป่วยรายบุคคล (Digital Template หรือ Patient Customized Instrument) พร้อมด้วยพยาบาล นักกายภาพ วิสัญญีแพทย์ นักโภชนาการ คอยให้การดูแลใกล้ชิดเพื่อเตรียมผู้ป่วยให้พร้อมต่อการผ่าตัดหลังการผ่าตัด มีหอผู้ป่วยเฉพาะทางในการดูแลผู้ป่วย พยาบาล วิสัญญีแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูตรวจเยี่ยมและวางแผนการฟื้นฟูให้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติอย่างรวดเร็ว รวมถึงใช้เครื่อง Alter G ฟื้นฟูสภาพ ป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตันทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา พร้อมทั้งดูแลผู้ป่วยครอบคลุมถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน เป็นต้น

  2. Total Joint Care ดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโรคข้อโดยใช้เทคโนโลยี เช่น รักษาแบบไม่ผ่าตัดโดยฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อและปรับสมดุลการเดินด้วยเครื่อง Alter G,  ฉีดยาเข้าข้อรักษาอาการข้อเสื่อม, ผ่าตัดบูรณะกลไกการทำงานของข้อ, ผ่าตัดโดยส่องกล้องหรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม และรักษาผู้ป่วยที่เคยเปลี่ยนข้อเทียมแล้วยังพบปัญหาอยู่ เป็นต้น

  3. Advance Prosthesis เลือกใช้ข้อเทียมที่ดีที่สุดและอายุการใช้งานเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน เช่น ผู้ป่วยเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม มีตัวเลือกผิวข้อเทียมแบบ Ceramic แข็งและลื่นกว่าข้อเทียมแบบอื่น อายุการใช้งานนานกว่า เหมาะกับผู้ป่วยอายุ 46 - 60 ปี ใช้แกนกระดูกข้อเทียม (STEM) รุ่นใหม่ที่มีเงี่ยง ลดปัญหาข้อเทียมจม หลุดออกจากเบ้าพลาสติกผิวข้อ เป็นต้น

  4. Navigating HIP ผ่าตัดเปลี่ยนข้อโดยใช้ Computer นำวิถีรุ่นล่าสุด

  5. Experience Surgeon ดูแลรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อสะโพกและข้อเข่า 


นอกจากนี้ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ ยังให้ความสำคัญกับการให้บริการผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าและข้อสะโพก ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการดูแลความเจ็บปวดตั้งแต่ก่อนการผ่าตัดไปจนภายหลังการผ่าตัด (Multimodal Preemptive Pain Management Program) เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์สร้างภาพจำลองสำหรับผู้ป่วยรายบุคคล (Digital template Surgical Planning)

“เจ็บน้อย ฟื้นไว ให้ชีวิตพร้อมก้าวต่อไป”


สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ
ชั้น 1 (โซนโถงเปียโน) อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ
เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์ 08.00 – 20.00 น. | เสาร์ – อาทิตย์ 08.00 – 17.00 น.
โทร. 0 2310 3731, 0 2310 3732 หรือ โทร. 1719

 

 

ผ่าเข่า เจ็บน้อย ฟื้นไว เดินได้ทันใจ

สูงวัยหรือกลางคนก็สามารถกลับมา Enjoy the move ได้อีกครั้งด้วยเทคนิคผ่าตัดข้อเข่าเทียมแบบ  เจ็บน้อย ฟื้นไว เดินได้ใน 24 ชม.*  ผ่าเข่าแล้วขยับเดินได้ตั้งแต่วันแรก

 

การผ่าตัดข้อเข่าเทียมควรเลือกทีมแพทย์ที่สามารถทำการผ่าตัดอย่างละเอียดและมีคุณภาพทุกขั้นตอน มีกระบวนการช่วยลดการเจ็บปวด ทั้งก่อนผ่าตัด ระหว่างผ่าตัด และหลังผ่าตัด ช่วยให้เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว ด้วยการทะนุถนอมเนื้อเยื่อไม่ให้บอบช้ำ ลดการติดเชื้อ ป้องกันการเกิด ภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ขยับเดินได้ใน 24 ชั่วโมง*

* ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

 

อาการแบบใดต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

      • ปวดเข่ามากเวลาเดิน วิ่ง ขึ้นลงบันได ลุกนั่ง ฯลฯ จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติ
      • ปวดเข่าเวลาลุกจากที่นั่งหรือที่นอนใหม่ ๆ
      • เข่าอักเสบ บวมร้อนบ่อย เรื้อรัง
      • เข่าผิดรูปจากเดิม โค้งออก เกเข้าใน
      • เข่าติดขยับ เหยียด งอลำบาก
      • รักษาด้วยการเปลี่ยนวิธีใช้งาน ทานยา ฉีดยาเข้าในเข่าแล้วไม่เห็นผล

        ***อย่างไรก็ตามการพิจารณาผ่าตัดจะพิจารณาเป็นกรณีไป ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค

 

 

ผ่าเข่าที่ไหน...สบายกายใจ

 

การผ่าตัดข้อเทียม (Total Knee Replacement) นั้นจะผ่าที่ไหนต้องตรวจสอบรายละเอียดให้รอบคอบ สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือ ความพิถีพิถันดูแลใส่ใจอย่างมีคุณภาพทุกขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด หลังผ่าตัด จนกระทั่งหายเป็นปกติ

6 เรื่องสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะเลือกผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมกับที่ไหนอย่างสบายใจ ได้แก่

      1. Digital Template โปรแกรมคอมพิวเตอร์ทันสมัย ช่วยวางแผนเฉพาะบุคคลก่อนผ่าตัด วางแผนหาขนาดของข้อเข่าเทียมที่เหมาะสมกับสรีระร่างกายของผู้ป่วย รวมทั้งกระดูกที่จะถูกตัดออกว่าจะหนาบางเล็กขนาดไหน ต้องเอียงทำมุมเท่าใด โดยเฉพาะกรณีที่มีความวิกลรูปผิดปกติมาก หรือกรณีที่เคยมีกระดูกหักหรือผ่าตัดมาก่อน ช่วยลดโอกาสเกิดความเสี่ยงกระดูกหัก หรือเลือกข้อเทียมผิดขนาดระหว่างผ่าตัด บวกกับข้อเทียมคุณภาพใช้งานได้นาน

      2. Biplane Imaging (EOS) เครื่องเอกซเรย์ 3 มิติ สามารถสร้างภาพ 3 มิติของข้อ ตั้งแต่กระดูกสันหลังจนถึงปลายเท้า เพื่อช่วยวางแผนก่อนผ่าตัด ลดความผิดพลาดต่อการวัดความโก่งหรือการสั้นยาวของกระดูก โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติของเข่า เข่าโก่ง บิด ผิดรูป ที่สำคัญใช้เวลาในการเอกซเรย์สั้น จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการทรงตัว ไม่สามารถยืนลงน้ำหนักเข่าได้นาน

      3. Total Knee Pathway เช็กลิสต์โปรแกรมมาตรฐานว่าต้องตรวจสอบอะไรบ้าง เพื่อความครบถ้วนปลอดภัย ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ทั้ง ก่อน-ระหว่าง-หลังผ่าตัด ภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทาง ตรวจดูความผิดปกติของเข่า สภาพกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อต่าง ๆ รอบกระดูก อุปกรณ์ข้อเทียมที่เหมาะสมกับผู้ป่วย ตลอดจนรายละเอียดของยาที่ต้องทานตลอดการรักษา

      4. ระบบบริหารลดความเจ็บปวด ทั้งก่อนและหลังผ่าตัด ด้วยเทคนิคการผ่าตัดแบบทะนุถนอมเนื้อเยื่อไม่ให้บอบช้ำ การใช้เครื่องจี้ห้ามเลือดด้วยคลื่นวิทยุ (Aquamantys) ไม่ทำให้เนื้อเยื่อไหม้เกรียม ช่วยลดการเสียเลือดหลังผ่าตัด และระบบบริหารยาลด ความเจ็บปวด ระงับความรู้สึกระหว่างผ่าตัดด้วยการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง รวมทั้ง Adductor Canal Block การฉีดยาชาเข้าไปที่เส้นประสาทบริเวณเหนือเข่าแล้วคาสายไว้เพื่อให้ยาช้า ๆ แบบอัตโนมัติ ในขณะที่กล้ามเนื้อยังทำงานได้จึงไม่รู้สึกเจ็บปวด ทำให้หลังผ่าตัดปวดแผลน้อยลง ลดการใช้ยาแก้ปวดและอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น

      5. ลดความเสี่ยงหลอดเลือดดำอุดตัน ระหว่างผ่าตัดที่ลิ่มเลือดอาจหลุดไปติดกล้ามเนื้อหัวใจและปอด ทำให้หัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งมีสาเหตุจากคนไข้เจ็บ ไม่ยอมขยับตัว กลไกร่างกายสร้างสารที่ก่อให้เกิดลิ่มเลือด รวมถึงโรคเดิมของผู้ป่วย ทั้งโรคอ้วน โรคมะเร็ง หรือการได้รับฮอร์โมนบางชนิดในปริมาณมาก ด้วยการใช้อุปกรณ์เพิ่มการไหลเวียนของหลอดเลือดดำ (Intermittent Pneumatic Compression device, IPC) บวกกับหลังผ่าตัดผู้ป่วยลุกขยับเดินให้เร็วที่สุด และการให้ยาป้องกันการเกิดลิ่มเลือดหลังผ่าตัดที่ต้องนำกลับไปทานต่อที่บ้านจนครบ 2 สัปดาห์

      6. ฟื้นตัวเร็ว... เดินได้ภายใน 24 ชั่วโมง ด้วยลู่วิ่งในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง Alter G (Anti Gravity Treadmill) เครื่องมือกายภาพบำบัดที่เมื่อผู้ป่วยเดินเข้าไป ระบบจะอัดอากาศเข้าไปเพื่อพยุงตัวให้ลอยขึ้น เสมือนเดินในลูกบอลลูน ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อเข่าหลังผ่าตัด ลดการลงน้ำหนักที่ข้อเข่า จึงไม่เจ็บขณะก้าวเดิน และฝึกงอเหยียดเข่าคล่องตัวได้ถึง 90 องศา ลดภาวะข้อยึดติดจากพังผืดเกาะกับเครื่องช่วยเคลื่อนไหวข้อเข่าอัตโนมัติ Continuous Passive Motion (CPM)

 

Digital Template

 

“แม้ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญที่สุดอย่างการติดเชื้อระหว่างผ่าตัดมีโอกาสเกิดขึ้นไม่ถึง 1% ก็ควรเลือกห้องผ่าตัดระบบ Laminar Air Flow ที่อากาศถ่ายเทไหลจากบนลงล่างออกจากห้อง และผนังห้องไม่เก็บฝุ่น รวมทั้งชุดผ่าตัดศัลยแพทย์แบบชุดอวกาศที่คลุมตั้งแต่ศีรษะจรด ปลายเท้า ช่วยป้องกันเชื้อโรค เศษเซลล์ของกระดูก และการติดเชื้อบริเวณแผลผ่าตัด

 

เปลี่ยนข้อเข่าเทียมชีวิตดีกว่าเดิม เพราะ...

มากกว่า 90% ของผู้ป่วยที่เข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม

> เจ็บปวดลดลง

> กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

"ตัดสินใจถูกที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งสองข้าง เพราะเดินไปไหนก็ไม่รู้สึกเจ็บ สบาย และสะดวกขึ้นกว่าเดิมมาก รู้แบบนี้น่าจะทำตั้งนานแล้ว"

ข้อเข่าเสื่อมไม่ได้เกิดในเฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ถ้าหากเกิดอาการผิดปกติกับเข่าแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที ก็สามารถทำการผ่าตัดรักษาจนหาย ก่อนจะร้ายแรงถึงขั้นเดินไม่ได้

 

ให้ชีวิตพร้อมก้าวต่อไป
ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 1719

เทคนิกผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ ไม่ตัดกล้ามเนื้อ ซ่อนแผลผ่าตัด

แผลเล็ก ลดแผลเป็น เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว เคลื่อนไหวสะดวก

(Direct Anterior Approach Cosmetic Incision Hip Replacement)
หรือ Direct Anterior Approach (Minimally Invasive) Total Hip Replacement

 

อาการปวดสะโพกเรื้อรัง ข้อสะโพกเสื่อม ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเดินขึ้นลงบันได การออกกำลังกาย ไปจนถึงการนอนหลับพักผ่อน หากรักษาด้วยวิธีต่างๆ แล้วยังไม่ดีขึ้น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมคือ วิธีการรักษาที่ช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง ซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากความปลอดภัยในการผ่าตัดแล้ว ในปัจจุบันยังสามารถซ่อนแผลผ่าตัดได้อย่างแนบเนียนเรียกว่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกตามแนวบิกินี่ ซ่อนแผลผ่าตัด (Direct Anterior Approach Cosmetic Incision Hip Replacement) ที่ช่วยให้สบายใจกับแผลหลังผ่าตัดอีกด้วย

 

เจ็บปวดน้อย ไม่ตัดกล้ามเนื้อ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ด้วยเทคนิกซ่อนแผลผ่าตัด (Direct Anterior Approach Total Hip Replacement) เป็นการผ่าตัดเข้าระหว่างกล้ามเนื้อ Tensor fascia lata และ Sartorius ทางด้านหน้าของข้อสะโพก จึงไม่มีการตัดกล้ามเนื้อใดๆ ทำให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น เจ็บปวดน้อย หลังผ่าตัดสามารถเดินได้โดยไม่มีการเอียงของลำตัว (Limping) กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงของข้อสะโพกเทียมหลุดหลังผ่าตัด เนื่องจากกล้ามเนื้อด้านหลังไม่ได้ถูกตัด และด้วยเทคนิกการผ่าเข้าทางด้านหน้าช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมความยาวของขาให้เท่ากัน โดยแพทย์จะใช้ Digital Template Surgical Planning วางแผนก่อนผ่าตัดกระดูกและเลือกขนาดข้อเทียมที่เหมาะสม ร่วมกับการใช้ C-arm x-ray วางตำแหน่งข้อเทียมให้ถูกต้องขณะผ่าตัดอีกครั้ง

ต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมที่เปิดแผลผ่าตัดทางด้านหลัง (Posterior approach) หรือทางด้านข้าง (Lateral approach) ซึ่งมีการตัดกล้ามเนื้อรอบข้อสะโพกส่งผลให้เจ็บปวดเพิ่มขึ้น แผลผ่าตัดยาว 6-8 นิ้ว การฟื้นตัวหลังผ่าตัดช้าลง เสี่ยงข้อสะโพกเทียมหลุดหลังผ่าตัด และขายาวไม่เท่ากันหลังผ่าตัด

 

หมดกังวลกับรอยแผล

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่ แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ด้วยเทคนิกซ่อนแผลผ่าตัด ที่เรียกว่า Bikini Incision นั้น มีจุดเด่นคือแพทย์จะทำการผ่าตัดตามแนวเส้นใยคอลลาเจนของผิวหนังชั้นนอกที่เรียกว่า ชั้นหนังแท้ (Dermis) ในทิศทางเดียวกันขนานกับแนวเส้นมัดกล้ามเนื้อที่อยู่ลึกลงไป เป็นการผ่าตามทิศทางธรรมชาติของผิวหนัง (Langer's line) เทคนิคเดียวกับที่ศัลยแพทย์พลาสติกใช้ในการลงแผลเพื่อความสวยงาม จึงช่วยสมานแผลผ่าตัดได้ดี ซึ่งแพทย์จะทำการซ่อนแผลผ่าตัดขนาดเล็กประมาณ 3 - 4 นิ้ว ไว้บริเวณขาหนีบ ตรงกับแนวขอบกางเกงชั้นในของผู้ป่วยจึงช่วยลดปัญหาแผลเป็นหลังผ่าตัด

ต่างกับการผ่าตัดในอดีตที่มีโอกาสเกิดแผลเป็นนูนที่เรียกว่าคีรอยด์ได้บ่อย นอกจากนี้ยังมีข้อดีต่างๆ ดังนี้   

  • Customized Service โปรแกรมการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคลตั้งแต่ก่อน หลังผ่าตัด จนกระทั่งผู้ป่วยหายเป็นปกติ ดูแลผู้ป่วยครบวงจรโดยทีมสหสาขาวิชาชีพและมีห้องให้ความรู้สำหรับผู้ป่วยรายบุคคลก่อนการผ่าตัด แพทย์วางแผนผ่าตัดเปลี่ยนข้อโดยใช้เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์สร้างภาพจำลองเฉพาะผู้ป่วยรายบุคคล (Digital Template Surgical Planning หรือ Patient Customized Instrument) ในการเลือกขนาดและตำแหน่งข้อสะโพกเทียมได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมและตรงจุด พร้อมด้วยพยาบาล นักกายภาพ วิสัญญีแพทย์ นักโภชนาการ คอยให้การดูแลใกล้ชิดเพื่อเตรียมผู้ป่วยให้พร้อมต่อการผ่าตัดหลังการผ่าตัด มีหอผู้ป่วยเฉพาะทางในการดูแลผู้ป่วย พยาบาล วิสัญญีแพทย์ และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูตรวจเยี่ยมและวางแผนการฟื้นฟูให้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติอย่างรวดเร็ว รวมถึงใช้เครื่อง Alter G ฟื้นฟูสภาพ ป้องกันการเกิดภาวะหลอดเลือดดำอุดตันทั้งแบบใช้ยาและไม่ใช้ยา พร้อมทั้งดูแลผู้ป่วยครอบคลุมถึงปัญหาอื่น ๆ เช่น โรคกระดูกพรุน เป็นต้น

  • ลดความเสี่ยงขาสั้นยาวไม่เท่ากันหลังผ่าตัด เพราะเป็นการผ่าตัดทางด้านหน้าในท่านอนราบ จึงสามารถตรวจเช็กความยาวขาและตำแหน่งข้อสะโพกเทียมในขณะผ่าตัด

  • Advance Prosthesis เลือกใช้ข้อเทียมที่ดีที่สุดและอายุการใช้งานเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน เช่น ผู้ป่วยเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม มีตัวเลือกผิวข้อเทียมแบบ Ceramic แข็งและลื่นกว่าข้อเทียมแบบอื่น อายุการใช้งานนานกว่า เหมาะกับผู้ป่วยอายุ 40 ปีขึ้นไป ใช้แกนกระดูกข้อเทียม (STEM) รุ่นใหม่ที่มีเงี่ยง ลดปัญหาข้อเทียมจม ลดอัตราการหลุดของข้อสะโพกหลังผ่าตัด เนื่องจากไม่มีการตัดกล้ามเนื้อ จึงสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงดังเดิม

  • แผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery : MIS) เจ็บปวดน้อยลงหลังผ่าตัด ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว ลดการเกิดแผลเป็น

  • ผ่าตัดข้อสะโพกพร้อมกัน 2 ข้างได้ในครั้งเดียว

  • Total Joint Care ดูแลรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของโรคข้อโดยใช้เทคโนโลยี เช่น รักษาแบบไม่ผ่าตัดโดยฟื้นฟูสภาพกล้ามเนื้อและปรับสมดุลการเดินด้วยเครื่อง Alter G,  ฉีดยาเข้าข้อรักษาอาการข้อเสื่อม, ผ่าตัดบูรณะกลไกการทำงานของข้อ, ผ่าตัดโดยส่องกล้องหรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม และรักษาผู้ป่วยที่เคยเปลี่ยนข้อเทียมแล้วยังพบปัญหาอยู่ เป็นต้น

  • Navigating HIP ผ่าตัดเปลี่ยนข้อโดยใช้ Computer นำวิถีรุ่นล่าสุด

  • Experience Surgeon ดูแลรักษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อสะโพก ที่ผ่านการฝึกอบรม และมีประสบการณ์ในการผ่าตัดชนิดนี้จากต่างประเทศ และได้รับเชิญเป็นผู้ถ่ายทอดเทคนิก การผ่าตัดข้อสะโพกเทียมแนวใหม่นี้แก่โรงเรียนแพทย์ คณะแพทย์ทั่วประเทศ รวมถึงต่างประเทศในโซนเอเชียแปซิฟิก

 

นพ.พนธกร พานิชกุล ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ กล่าวว่า “การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อเป็นการผ่าตัดรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และในยุโรป และผมเชื่อว่าเทคนิคนี้จะกลายเป็นมาตรฐานการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกในประเทศไทยในไม่ช้า


        

ตารางเปรียบเทียบการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก


ตามแนวบิกินี่แบบซ่อนแผลผ่าตัด (
Direct Anterior Approach Cosmetic Incision Hip Replacement)
VS
 
แบบดั้งเดิม Conventional Hip Replacement)

 

ข้อดีที่เกิดขึ้น

Potential Advantages Include

การผ่าตัด
เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อเทคนิกซ่อนแผล

Direct Anterior Approach Cosmetic Incision
Hip Replacement

การผ่าตัด
เปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
แบบดั้งเดิม

Conventional
Hip Replacement
 

 ระยะเวลาที่ต้องนอนโรงพยาบาล

 Average Hospital Stay

2-4 วัน*

2-4 days*

3-10 วัน*

3-10 days*

 แผลผ่าตัดเล็ก

 Smaller Incision

3-4 นิ้ว*

3-4 inches*

10-12 นิ้ว*

10-12 inches*

 อัตราการเกิดข้อสะโพกหลุด

 Risk of Dislocation

0-0.5%*

0.5-2%*

 ฟื้นตัวเร็ว

 Faster Recovery

2-8 อาทิตย์*

2-8 weeks*

8-16 อาทิตย์*

8-16 weeks*

 เจ็บปวดน้อย

 Reduced Pain


 

x

 เสียเลือดน้อย

 Reduced Blood Loss

 

x

 เนื้อเยื่อเสียหายน้อย

 Less Muscle Trauma

 

x

 อัตราการเกิดข้อสะโพกหลุดหลังผ่าลดลง

 Decrease Risk of Hip Dislocation

x

 เพิ่มความแม่นยำในการควบคุมความยาวของขา

 More Accurate Leg length Control

 

x

 ผ่าตัดข้อสะโพกพร้อมกัน 2 ข้างได้ในครั้งเดียว

 Bilateral Simultaneous Total Hip Replacements

 

x

 กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วขึ้น

 More Repid Return to Normal Activities

 

x

 ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

 


 

"4-5 ปีที่ผ่านมา เวลาเคลื่อนไหวหรือลุก นั่ง นอน จะมีอาการปวดสะโพกร้าวลงไปที่ขาขวามาก
ยิ่งเวลาเดินหรือทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันจะปวดมาก
ช่วงนั้นลำบากและทรมานมาก
"

ประสบการณ์จริงคนไข้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก

 


 

สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ
ชั้น 1 (โซนโถงเปียโน) อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ
เปิดบริการ จันทร์ - ศุกร์ 08.00 – 20.00 น. | เสาร์ – อาทิตย์ 08.00 – 17.00 น.
โทร. 0 2310 3731, 0 2310 3732 หรือ โทร. 1719

 

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเริ่มครั้งแรกในปี 1968 หลังจากนั้นการผ่าตัดนี้ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในด้านวัสดุที่ใช้และวิธีการผ่าตัด

เปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่ ไม่ตัดกล้ามเนื้อ ซ่อนแผล แนบเนียน แผลเล็ก เจ็บน้อย ลดแผลเป็น เคลื่อนไหวดังใจ

ปัญหาข้อสะโพกจมทรุดหลังผ่าตัดอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน เนื่องจากแกนสะโพกเทียม (stem) ที่แพทย์ใส่ลงไปให้ผู้ป่วยนั้น ในช่วงแรกหลังผ่าตัด กระดูกของผู้ป่วยยังงอกเข้าไปเชื่อมกับแกนสะโพกเทียมได้ยังไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เมื่อใช้งานไปสักระยะ แกนสะโพกเทียมอาจเสี่ยงจมทรุดได้ แต่ปัจจุบันเราสามารถลดโอกาสเกิดปัญหาเหล่านี้ได้ด้วยการเลือกใช้แกนสะโพกเทียมแบบใหม่ที่มี “เงี่ยง”

ข้อเข่าเสื่อมอาจไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็เป็นหนึ่งในความผิดปกติของร่างกายที่ทำให้หลายคนสูญเสียคุณภาพชีวิตที่ดีไป

โรคข้อเสื่อม โรคกระดูกเสื่อม ภัยใกล้ตัวที่ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในผู้สูงอายุ เพราะความเสี่ยงมีหลายสาเหตุ ไล่ไปตั้งแต่การออกกำลังกาย การทำงาน และพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมไปจนถึงอาหารการกิน

เทคโนโลยีในการผ่าตัดข้อเทียม

ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

การรักษาข้อเข่าเสื่อมมีความจำเป็นและมักเน้นรักษาตามระยะของโรคเป็นสำคัญ ถ้าสามารถใช้ชีวิตร่วมกับภาวะเข่าเสื่อมได้ มักเน้นการเปลี่ยนวิธีใช้งาน

9 คำถามเกี่ยวกับข้อเข่าและการเจ็บหัวเข่า

สาเหตุหลักของโรคข้อเข่าเสื่อม มาจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบุข้อ ที่เกิดจากการใช้งานหนัก เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของข้อต่อตามอายุและการใช้งาน การดูแลเอาใจใส่ข้อเข่าเอาไว้ ถือเป็นเรื่องสำคัญ

ปวดกระดูก หรือ โรคข้อเข่าเสื่อม สถิติคนไทยป่วยเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม ข้อมูล ณ ปี 2553 เป็นอยู่ 6-7 ล้านคน พบว่า ที่พบเพิ่มขึ้นตั้งแต่อายุ 45 ปีก็เริ่มมีเป็นข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น

แบบประเมินภาวะข้อเข่าเสื่อม

เรื่องของความเสื่อมของร่างกายเกิดขึ้นได้อาจเกิดจากปัจจัยทางด้าน อายุ การใช้ชีวิต พันธุกรรม การทานอาหาร รวมถึงการทานยาบางตัวที่ทำปฎิกิริยาให้ความเสื่อมมาเยือน

หากคุณมีอาการปวดเข่าเวลาคุณเดินบนพื้นราบ ขึ้นบันได ยืนตรง หรือยืดขาแล้วรู้สึกตึงๆ เวลาเหยียดขา อาการต่างๆเหล่านี้เป็นอาการของโรคข้อเข่าเสื่อม

แนวทางการดูแลเมื่อผ่าเข่า

การออกกำลังกายในคำแนะนำชุดนี้เป็นการส่งเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างและขา นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการทรงตัวไม่ให้ลื่น ตก หกล้ม ได้ง่ายอีกด้วย

การเกิดโรคข้อเสื่อมนั้น ไม่เพียงที่จะเกิดได้เฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น  หนุ่มสาววัยทำงานมีโอกาสเป็นโรคข้อเสื่อมก่อนวัยได้

ปัจจุบันมีการค้นพบสาเหตุของความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกอยู่หลายสาเหตุด้วยกัน ที่พบมากในประเทศไทยคือ โรคข้อสะโพกตายจากการขาดเลือด

ภาวะกระดูกหักในผู้สูงอายุเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่นๆโดยฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหากระดูกพรุน ซึ่งมีภาวะของกระดูกที่เปราะและบอบบางกว่าปกติ



การผ่าตัดเพื่อนำส่วนของข้อสะโพกเสื่อมเดิมที่เสื่อมสภาพ, กระดูกตายหรือแตกหักออก และทดแทนข้อใหม่ด้วยข้อสะโพกเทียม

กระดูกสะโพกหัก คือ การหักของส่วนต้นของกระดูกต้นขาที่เชื่อมต่อกับกระดูกเชิงกราน มักเกิดในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะสตรีวัยหมดประจำเดือน หรือ

วัยทองซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นถึง 1 ใน 7 ของสตรีในวัยนี้

จากสถิติ พบว่า วัยกลางคนมีปัญหากระดูกสะโพกเสื่อมได้เช่นกัน สาเหตุเนื่องมาจากดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ "เจ็บปวดน้อย ฟื้นไว เคลื่อนไหวสะดวก"

เวลาเราเห็นเด็กน้อยเริ่มจะคืบ คลาน หรือเดิน ให้สังเกตว่ามีพฤติกรรมคลานด้วยขาข้างใดข้างหนึ่งหรือเปล่าหรือเวลาเดินแล้วขาทั้งสองข้างยาวไม่เท่ากัน เพราะลูกอาจจะเสี่ยงเป็นโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดก็ได้