HOSPITAL HOTLINE

โทรศัพท์
:
0 2310 3000
, หรือ
1719
(LOCAL CALLS)
   

 โรคหัวใจและการรักษา

DISEASE TYPE

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

ในปัจจุบันพบว่าสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ มาจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงเป็นอันดับ 2 เป็นรองเพียงแค่โรคมะเร็งเท่านั้น และจากตัวเลขจากกระทรวงสาธารณสุข ยังบ่งชี้ด้วยว่า  ในช่วงระยะ 10 ปี ที่ผ่านมา คนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดกว่า 3 หมื่นคน คิดเป็นเฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 4  คน และมีแนวโน้มการเสียชีวิตด้วยโรคนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
โดยเฉพาะ “โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน”  ที่ปัจจุบันคนไทยมีอัตราการเกิดโรคนี้มากสุด และเป็นสาเหตุของการตายอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
 
ส่วนสาเหตุของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตับพบว่าอาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้าไปเกี่ยวข้อง  เนื่องจากการบริโภคของคนไทยเปลี่ยนไป โดยหันมานิยมอาหารจานด่วน ที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดตมากขึ้น  ขณะเดียวกันการเป็นสังคมเมืองทำให้การออกกำลังกายน้อยลงและมีความเครียดมากกว่าอดีต
“การเสียชีวิตของคนไทย จะมาจากสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ มาอันดับแรก รองลงมาเป็นโรคมะเร็ง  และโรคหัวใจ   ซึ่งโรคหัวใจที่คนไทยเป็นมากที่สุดในปัจจุบันก็คือ โรคหัวใจจากเส้นเลือดตีบตัน เนื่องจากคนไทยสมัยนี้ชอบทานอาหารฝรั่งพวกไขมันสูง  อีกทั้ง ยังเป็นโรคกรรมพันธุ์อีกด้วย”
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันนั้น เกิดจากความเสื่อมของเส้นเลือด  ผลจากการมีไขมันและการสะสมของหินปูนไปเกาะเส้นเลือดแดง จนเกิดการอุดตันหรือเส้นเลือดแตกเกิดขึ้น  จึงส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง บางรายอาจทำให้เสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ ส่วนเหตุที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจเสื่อม เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น การสูบบุหรี่  ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน เป็นต้น
 
อาการ
 
            อาการของผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจอุดตันบางส่วน อาจจะไม่มีอาการแสดง  แต่ในผู้ป่วยที่หลอดเลือดหัวใจอุดตันค่อนข้างมากที่พบมากสุด คือ อาการเจ็บหน้าอกอย่างมาก จนทนไม่ได้ เหมือนมีอะไรหนัก ๆ กดทับตรงกลางหน้าอก เหมือนช้างมาเหยียบ หรือการเจ็บจากหน้าอกขึ้นไปถึงคาง หรือเจ็บลงไปถึงแขนซ้าย
 

การทำบายพาสหัวใจ และ การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

 
ที่ได้รับนิยม มักจะใช้วิธีการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ หรือที่รู้จักกันว่า “การทำบายพาสหัวใจ”
            โดยแพทย์จะใช้เส้นเลือดภายในทรวงอกด้านซ้าย และเส้นเลือดแดงบริเวณแขนซ้าย หรือเส้นเลือดดำบริเวณขา ตั้งแต่ข้อเท้าด้านในจนถึงโคนขาด้านใน  มาเย็บต่อเส้นเลือดเพื่อนำเลือดแดงจากเส้นเลือดแดงใหญ่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ขาดเลือดโดยข้ามผ่านเส้นเลือดส่วนที่ตีบ
“กรณีแพทย์ตัดสินใจทำการผ่าตัด ส่วนใหญ่จะทำเมื่อเส้นเลือดตีบและอุดตันแล้วประมาณ 70% ขึ้นไป แต่หากมีไขมันมาเกาะโดยไม่มีหินปูน และมีอายุ 30-40 ปี อาจรักษาด้วยการทานยาอาจช่วยให้ไขมันลดลง หรือกรณีที่อุดตันเส้นเดียว ก็ทานยา หรือ ใส่ขดลวดบอลลูนได้”
            สำหรับการทำผ่าตัดบายพาสหัวใจ เพื่อรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันในปัจจุบัน มี 2 วิธี  คือ
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ โดยไม่ใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (Off-Pump CABG) หรือ แบบ “ไม่ต้องหยุดหัวใจ”
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ แบบต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม (On Pump CABG) เพื่อ “หยุด” การทำงานของหัวใจทั้งหมด
 
โดยทั่วไปแพทย์หัวใจจะใช้วิธีการผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม  เพื่อหยุดการทำงานของหัวใจทั้งหมด  แต่ที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ  แพทย์หัวใจจะมีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัดบายพาสหัวใจยังเต้นอยู่  โดยใช้เครื่องมือเกาะยึดหัวใจให้หยุดนิ่ง
ข้อดีของการผ่าตัดบายพาสหัวใจแบบนี้ก็คือ ผู้ป่วยจะไม่มีอาการแทรกซ้อนจากเครื่องปอดหัวใจเทียม แต่ก็อาจพบได้ 2-3% กรณีผู้ป่วยมีปัญหาโรคแทรกซ้อนอื่น เช่น  ไตวายชั่วคราว  stroke หลังผ่าตัด   เลือดไม่แข็งตัวทำให้เลือดออกไม่หยุด เป็นต้น
นอกจากนั้น การผ่าตัดบายพาสแบบไม่หยุดหัวใจ ยังทำให้ใช้ปริมาณเลือดน้อยลง และลดระยะเวลาในการผ่าตัดและการดมยาสลบให้สั้นลง  ตลอดจนระยะเวลาในการพักฟื้นในโรงพยาบาลก็สั้นกว่าแบบผ่าตัดบายพาสหยุดหัวใจ
            “ปัจจุบันการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจของไทย มีการทำทั้งสองแบบ แต่ผ่าตัดแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ เป็นเทคโนโลยีแนวใหม่ที่นำมาใช้เมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา  ขณะที่แบบเดิมหรือผ่าตัดโดยใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียม ทำกันมากว่า 40 ปี
ในส่วนโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพของเราได้มีการพัฒนาการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจแบบไม่ต้องหยุดหัวใจ  ซึ่งให้ผลการรักษาดีกว่าแบบเดิม  แต่จะมีความเสี่ยงอยู่บ้างในการต่อเส้นข้างใต้หัวใจที่หัวใจยังเต้นอยู่  แต่ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและชำนาญจึงลดความเสี่ยงและมั่นใจได้”
ทั้งนี้ ในปัจจุบันโรงพยาบาลหัวกรุงเทพ มีทีมศัลยกรรมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดบายพาสหัวใจ สามารถรองรับผู้ป่วยผ่าตัด1-2 รายต่อวัน
 นอกจากมีทีมแพทย์ที่มีความชำนาญด้านโรคหัวใจแล้ว ยังพร้อมด้วยเทคโนโลยีการรักษาผ่าตัดโรคหัวใจ