HOSPITAL HOTLINE

CALL
:
0 2310 3000
, OR
1719
(LOCAL CALLS)
   

 HEART DISEASE & TREATMENT

DISEASE TYPE

Valve repair



โรคหัวใจ เป็นหนึ่งในโรคที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นกับตัวเอง การระวังป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจขึ้นกับตัวเอง หลายคนคงทราบดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสม การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบ้าง และตรวจเช็กสุขภาพหัวใจเป็นประจำ ฯลฯ 

แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ แล้ว ‘โรคลิ้นหัวใจรั่ว’ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหัวใจได้ ซึ่งเจ้าลิ้นหัวใจนี่แหละ เกี่ยวข้องกับหัวใจของเราโดยตรงเลย ถ้าหากเกิดรั่ว หรือทำงานผิดปกติขึ้นมา หัวใจของเราก็ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ หรืออาจจะถึงขนาดหัวใจวายได้เลยทีเดียว 

ลิ้นหัวใจทำงานอย่างไร?

ลิ้นหัวใจ เป็นเนื้อเยื่อที่กั้นห้องของหัวใจทั้ง 4 ห้องของเรา ทำหน้าที่หลักคือ กั้นให้เลือดไหลไปในทิศทางที่ถูกต้อง ทำให้ระบบไหลเวียนเลือดเป็นปกติ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะหากเลือดหยุดไหลเวียนเมื่อไหร่ จะทำให้เสียชีวิตได้  


โรคลิ้นหัวใจรั่ว อาการเป็นอย่างไร?

จะมีอาการหอบ เหนื่อย ไม่มีแรง หน้ามืดเป็นลมบ่อยๆ อาจมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของลิ้นหัวใจ เนื่องจากหลอดเลือดและลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพ กรอบ แข็ง ความยืดหยุ่นน้อย และมีไขมัน หินปูนเกาะ ทำให้ลิ้นหัวใจเปิด-ปิดไม่สนิท 

ลิ้นที่มีปัญหาส่วนใหญ่ คือ Mitral Valve/ Aortic Valve (หัวใจฝั่งซ้าย) เพราะฝั่งซ้ายทำหน้าที่ปั๊มเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ความดันจึงสูงกว่า พอบีบตัวแรง เลือดก็พุ่งแรงทำให้ลิ้นหัวใจเกิดความเสียหายมาก
ส่วนใหญ่เรามักพบโรคลิ้นหัวใจรั่วในผู้สูงอายุ มีบ้างที่พบในเด็ก 

โรคที่เกิดจากลิ้นหัวใจมี 3 ประเภท คือ

1. ลิ้นหัวใจรูมาติก(Rheumatic heart disease)

เกิดจากการติดเชื้อที่คอ หรือผิวหนัง และเกิดการ ทำลายเนื่อเยื่ออื่นๆ รวมทั้งลิ้นหัวใจด้วย เมื่อลิ้นหัวใจถูกทำลายก็จะมีพังพืดและหินปูนเกาะ ทำให้ลิ้นหัวใจเปิด-ปิดไม่ดีเหมือนปกติ หัวใจจึงต้องทำงานหนักมากขึ้น

2. ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพตามวัย (Degenerative)

เกิดจากการที่ลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพตามอายุ ส่วนใหญ่พบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพไป ทำให้ลิ้นหัวใจผิดรูป เกิดการเปิดปิดที่ไม่สนิท ซึ่งจะทำให้เกิดอาการโรคลิ้นหัวใจรั่วได้

3. เส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ 

ทำให้เกิดการตายของกล้ามเนื้อ หัวใจจะอ่อนแรง เมื่อเป็นมากขึ้น ก็อาจจะทำให้เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ส่วนใหญ่จะเป็นกับคนอายุ 50-60 ปี


การรักษาโรคลิ้นหัวใจรั่ว ทำได้อย่างไร?

ปัจจุบันการรักษาได้พัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่เปิดหน้าอก ทั้งยังเพิ่มความแม่นยำปลอดภัย และการที่ผ่าตัดแผลเล็กจึงทำให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น ความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนน้อยลง

การรักษามี 2 วิธี คือ

1. การผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ (Valve Replacement)  ซึ่งเป็นการรักษาที่ไม่ยากนัก มีการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจซึ่งมีอยู่  2 ประเภท

     
       a. ลิ้นหัวใจที่เป็นโลหะ อายุการใช้งาน 10 - 15 ปี แต่การเปลี่ยนลิ้นหัวใจชนิดนี้ต้องกินยาละลายลิ่มเลือด เพื่อป้องกันเลือดแข็งตัวไปตลอดชีวิต

 
       b. ลิ้นหัวใจที่ทำจากเยื่อหุ้มหัวใจหมูหรือวัว จะทำให้เกิดลิ่มเลือดต่ำมากเพราะไม่ใช่โลหะ ไม่จำเป็นต้องกินยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดไปตลอดชีวิต แต่เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อก็จะโดนภูมิต้านทานของร่างกายต่อต้าน และทำลาย จนทำให้เกิดพังพืด มีหินปูนมาเกาะจนทำให้ลิ้นหัวใจแข็ง เปิด-ปิดได้ไม่ดี


สิ่งที่ควรพิจารณาสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจคือ ถ้าเปลี่ยนด้วยเนื้อเยื่อ จะมีอายุการใช้งาน 10 – 15 ปี หลังจากนั้นอาจต้องพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจอีกครั้ง ในขณะที่เปลี่ยนลิ้นหัวใจที่เป็นโลหะ จะต้องทานยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดไปตลอดชีวิต ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในสมองได้สูงเช่น การมีเลือดออกในสมอง และจะเป็นได้มากขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป


2. การซ่อมลิ้นหัวใจ (Vale Repair) ทำได้หลายกรณี ดังนี้


      a. กรณีที่เป็นลิ้นหัวใจรูมาติก (Rheumatic) เกิดจากหินปูนไปเกาะตัวที่ลิ้นหัวใจทำให้เป็นพังพืด ทำการซ่อมลิ้น โดยการลอกหินปูนที่จับตัวออก และหาเนื้อเยื่ออื่นมาซ่อมแทนเพื่อให้ลิ้นหัวใจทำงานได้ใกล้เคียงปกติ หรือเหมือนเดิม


       b. กรณีที่เป็นลิ้นหัวใจเสื่อมสภาพตามวัย (Degenerative) เช่น เอ็นยึดลิ้นหัวใจที่ยืดหรือขาด ลิ้นหัวใจเองย้วย การซ่อมสามารถทำโดยการซ่อมลิ้นหัวใจให้กระชับ ได้ใกล้เคียงปกติ

ผลการผ่าตัดซ่อมลิ้นหัวใจ ส่วนใหญ่ทำให้คนไข้อาการดีขึ้น เหนื่อยน้อยลง และผลระยะยาวจะดีกว่าการเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เนื่องจากไม่ต้องกังวลกับภาวะแทรกซ้อนจากยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด 

Valve-repair

สิ่งสำคัญในการรักษาไม่ว่าจะเป็นการซ่อม หรือเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ก็คือ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญของแพทย์ เพื่อให้คนไข้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่มีประสิทธิภาพ 

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษา และมีเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐาน มีเครือข่ายโรงพยาบาลครอบคลุมทั่วประเทศ สามารถให้คำปรึกษา หรือแม้กระทั่งทำการผ่าตัดให้ได้อย่างทันท่วงที อีกทั้งยังมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการฝึกอบรมให้ความรู้แก่แพทย์ด้วยกันอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นการให้บริการด้านโรคหัวใจในทุกด้าน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1719