HOSPITAL HOTLINE

CALL
:
0 2310 3000
, OR
1719
(LOCAL CALLS)
   

 SHOW CASE

STORY OF HEART

ลิ้นหัวใจรั่ว | Bangkok hospital

            คุณปกาสิต  ดีเลิศ  ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก   ถ่ายทอดประสบการณ์ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตว่า เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เกิดอาการแน่นหน้าอก นอนราบไม่ได้ ไอเป็นเลือด  จึงเข้าไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลแม่สอด ชายหนุ่มคิดว่าตนเอง อาจเป็นโรคปอดเพราะมีปัจจัยเสื่ยงจากพฤติกรรม สูบบุหรี่และดื่มสุรา แต่ผลการตรวจ ปรากฏว่า เขาเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วเฉียบพลันและรุนแรง   
            ความรู้สึกในห้วงเวลานั้น สำหรับคุณปกาสิต ถือเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ  เนื่องจากไม่มีโรคประจำตัว และทุกปีที่ตรวจสุขภาพร่างกายไม่เคยพบอาการผิดปกติ สุขภาพร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  จึงคิดว่าผลตรวจอาจผิดพลาด จึงปรึกษาเพื่อนที่มีประสบการณ์การรักษาโรคหัวใจ
            ผู้จัดการหนุ่ม จึงตัดสินใจเข้ามารับการรักษาตัว ตลอดการเดินทางเข้ามารักษาตัวก็เริ่มมีอาการหายใจไม่สะดวกต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ จากนั้น ได้พบกับนพ.วิชัย  จิรโรจน์อังกูร อายุรแพทย์หัวใจ  ซึ่งได้วินิจฉัยโรคด้วยการใช้คลื่นเสียงสะท้อน หรือเครื่องอัลตราซาวนด์และฉีดสี  เพื่อดูการทำงานของหัวใจทุกอย่าง เช่น ทิศทางการไหลเวียนของเลือด จังหวะการสูบฉีดเลือดของหัวใจเมื่อมีการหายใจเข้าออก การปิดเปิดของลิ้นหัวใจเมื่อเลือดสูบฉีดว่ามีการรั่ว หรือไม่
 ซึ่งผลจากการตรวจพบว่าลิ้นหัวใจเสียมากสมควรได้รับการผ่าตัด
 
รักษาแบบบูรณาการ
 
คุณปกาสิต เข้ารับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ทันที  โดยมี นพ.โชคชัย  สุวรรณกิจบริหาร  ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก เป็นหมอเจ้าของไข้  พร้อมแพทย์เฉพาะทางด้านปอดเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด
“ก่อนที่ผมตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ หมออธิบายให้รับทราบถึงแนวทางการรักษา และแนะนำถึงการเลือกลิ้นหัวใจแต่ละชนิดว่า มีข้อดี ข้อเสียอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจ กรณีถ้าต้องผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจ”
นพ.โชคชัย  สุวรรณกิจบริหาร  ศัลยแพทย์หัวใจ เล่าว่า ในกรณีของคุณปกาสิต จากการตรวจพบว่า มีลิ้นหัวใจรั่วค่อนข้างมากและสงสัยว่ามีการติดเชื้อ ที่ลิ้นหัวใจร่วมด้วย ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุให้เป็นโรคหัวใจรั่วแบบเฉียบพลัน จึงได้ปรึกษากับแพทย์อายุรกรรม เกี่ยวกับการให้ยาฆ่าเชื้อ  หลังจากนั้นวางแผนการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เพราะการรักษาผู้ป่วยที่ลิ้นหัวใจที่เสียมาก แพทย์จะแนะนำให้เปลี่ยนลิ้นหัวใจ ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบจากธรรมชาติที่ได้จากเนื้อเยื่อของหัวใจวัว หรือเนื้อเยื่อหัวใจหมู และลิ้นหัวใจเทียมจากโลหะสังเคราะห์
ศัลยแพทย์หัวใจ   อธิบายว่า  ลิ้นหัวใจชนิดเนื้อเยื่อนั้น เหมาะกับกลุ่มคนไข้อายุน้อยหรืออายุมาก มีอายุการใช้งาน15-18ปี ข้อดีคือกินยาป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดมาเกาะลิ้นหัวใจเทียมแค่ 3 เดือนแรก  ส่วนลิ้นหัวใจอีกชนิดทำจากโลหะสังเคราะห์ วิธีนี้คนไข้จะต้องกินยาป้องกันไม่ให้ลิ่มเลือดเกาะกับเนื้อเยื่อลิ้นหัวใจเทียมไปตลอดชีวิต
โดยปกติแล้ว การเลือกใช้ลิ้นหัวใจจากเนื้อเยื่อ มี 3 กลุ่มหลักๆ คือกลุ่มแรก  เด็ก เพราะยังต้องเจริญเติบโตต่อไป กลุ่มสอง ผู้หญิงที่ยังอยากมีลูกเพราะยามีผลต่อการตั้งครรภ์ กลุ่มที่สาม อายุตั้งแต่ 65ปีขึ้นไป เพราะโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนเลือดออกในสมองมีน้อยกว่า  ดังนั้น คนไข้ที่ใช้ลิ้นหัวใจสังเคราะห์ มักเป็นในกลุ่มวัยกลางคน  แต่ข้อเสียต้องกินยาละลายลิ่มเลือดตลอดชีวิต
 
เปลี่ยนอะไหล่ยืดอายุ
 
หลังจากผ่าตัดคุณปกาสิต อยู่ CCU 2 วัน  ย้ายไปอยู่หอผู้ป่วยอีก 5 วัน  อาการโดยรวมปกติดี             1 เดือนหลังจากผ่าตัดลิ้นหัวใจสังเคราะห์ ซึ่งเป็นลิ้นหัวใจที่เหมาะกับช่วงอายุ เขาสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ
            หลังจากผ่าตัดยืดชีวิต ชายหนุ่ม ใส่ใจในการดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารจากที่เคยรับประทานอาหารรสจัดเปลี่ยนมารับประทานอาหารรสจืด  บริโภคอาหารที่มีประโยชน์ เช่น นม ผักผลไม้
ส่วนอาหารเครื่องดื่มทำลายสุขภาพ  เช่น  ชา กาแฟ เหล้า บุหรี่ เลิกหมด ขณะเดียวกันนั้น ช่วงเช้าออกกำลังทุกวันด้วยการเดินเร็ว 1 ชั่วโมง เป็นระยะทาง 5กิโลเมตร ทำให้สุขภาพดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
            นอกจากนี้ ทีมแพทย์ได้ให้คำแนะนำในการใช้ชีวิตหลังจากผ่าตัดเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตัวในชีวิตประจำวัน ในช่วง 3- 6 เดือนก่อนที่แผลจะหายสนิท เนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตรายที่เกิดจาก
 การออกกำลังกายหนัก หรือหักโหมจนเกินไปรวมถึงการขับรถ อาจทำให้คนไข้เกิดอุบัติเหตุได้เพราะแผลที่กระดูกหน้าอกหายช้า  จึงไม่แนะนำให้ขับรถ แต่หลังจาก3-6 เดือนไปแล้วสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ
             “การติดตามอาการ หลังออกจากรพ.  เข้ามาพบแพทย์อาทิตยต์ละครั้ง  ถ้าไม่มีอาการอะไรแทรกซ้อนต่อไปนัดมาพบเดือนละครั้ง จากนั้น 2-3 เดือนครั้งแล้วแต่กรณี  โดยคุณปกาสิตได้ตรวจเช็คความแข็งตัวของเลือดเองที่บ้านด้วยเครื่องมือที่ทางโรงพยาบาลจัดให้  ถ้ามีอะไรผิดปกติจากเกณฑ์มาตรฐาน สามารถที่จะโทรมาปรึกษาแพทย์ในการปรับลดยาได้ทันทีเพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดเลือดออกในสมองได้”          
            คำแนะนำสำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าตนเองเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วก็คือ  มีอาการไข้เป็นเวลานาน 2-3 สัดาห์แล้วหาสาเหตุไม่เจอ  มีอาการเหนื่อยง่ายมากขึ้น หรือในบางครั้งกลางคืนนอนราบไม่ได้เลยเพราะมีภาวะหัวใจวายเกิดขึ้น บางครั้งนั่งอยู่เฉยๆก็เหนื่อย  ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางทันทีเพื่อตรวจวินิจฉัยและทำการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกเพื่ออายุที่ยืนยาวขึ้น