โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo
    CHAT

    รู้ทันก้อนที่ตับคืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นยังไง พร้อมวิธีรักษา

    7 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    รศ. นพ. ธัญญ์ อิงคะกุล
    รศ. นพ. ธัญญ์ อิงคะกุล

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    นพ. สมสิทธิ์ ตันเจริญ
    นพ. สมสิทธิ์ ตันเจริญ

    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

    03 ก.ค. 2569
    Assoc. Prof. Dr. Thun Ingkakul
    รศ. นพ. ธัญญ์ อิงคะกุล
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    แพ็กเกจแนะนำ
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคช่องท้องและทวารหนัก
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคช่องท้องและทวารหนัก
    รู้ทันก้อนที่ตับคืออะไร เกิดจากอะไร อาการเป็นยังไง พร้อมวิธีรักษา
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 03 ก.ค. 2569

    อวัยวะในช่องท้องอย่างตับและตับอ่อน คืออวัยวะที่มีความซับซ้อนและมีความสำคัญอย่างมากต่อร่างกาย หากเกิดความผิดปกติ เช่น มีการอักเสบเฉียบพลัน อักเสบเรื้อรัง รวมถึงเกิดก้อนเนื้อที่แบ่งออกเป็นเนื้องอกหรือซีสต์ (ถุงน้ำ) มักเปรียบเสมือนภัยเงียบที่ไม่ค่อยแสดงอาการในระยะเริ่มต้น หากไม่ได้สังเกตตนเองอาจนำมาสู่โรคที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น การตระหนักรู้ ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ หมั่นสังเกตอาการความผิดปกติ และได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงที จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การรักษาโรคมีประสิทธิภาพและช่วยให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง

     

    โรคตับต้องรู้ให้ไว

    ตับเป็นอวัยวะขนาดใหญ่ที่ทำหน้าที่สำคัญหลายอย่าง หากตับเกิดความผิดปกติหรือโรคตับมักจะเป็นภัยเงียบที่ไม่แสดงอาการในระยะแรก โดยส่วนใหญ่พบได้บ่อยในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เพศชาย อายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง อาทิ การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ 

    การสังเกตตัวเองว่าตับมีความผิดปกติหรือไม่จะค่อนข้างยาก เนื่องจากถ้าตัวโรคยังเป็นไม่มากมักไม่ค่อยแสดงอาการ และมักจะเริ่มสังเกตได้ก็ต่อเมื่อมีความเสื่อมของตับพอสมควรแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งของความผิดปกติที่พบได้บ่อยจากการตรวจสุขภาพคือ การพบ “ก้อนเนื้อในตับ”ตรวจพบจาก imaging เช่น ultrasound / CT / MRI

    ก้อนที่ตับคืออะไร

    ก้อนที่ตับคืออะไร

    ก้อนที่ตับ คือ การตรวจพบความผิดปกติที่มีลักษณะเป็นก้อนเนื้อหรือถุงน้ำภายในเนื้อตับ ซึ่งส่วนใหญ่มักพบจากการทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องในการตรวจสุขภาพประจำปี หรือในกรณีที่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้นแล้วแพทย์จึงสั่งตรวจเพิ่มเติม ก้อนที่พบนี้อาจเป็นได้ทั้งเนื้องอกชนิดธรรมดาหรือเนื้อร้าย ดังนั้นเมื่อตรวจพบจึงจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อแยกประเภทของก้อนเนื้อให้ชัดเจน

    เนื้องอกในตับมีกี่ประเภท และแตกต่างกันอย่างไร

    เมื่อพูดถึงเนื้องอกในตับ หลายคนมักนึกถึงมะเร็งเป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก้อนเนื้อในตับที่พบไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป โดยทางการแพทย์สามารถแบ่งประเภทหลักได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

    1. ก้อนเนื้อชนิดธรรมดา (Benign Liver Tumors)

    เป็นก้อนเนื้อที่ไม่ใช่เนื้อร้าย มักเจริญเติบโตช้า ไม่แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น และมักไม่อันตรายถึงชีวิต ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่

    • ซีสต์ตับ (Liver Cyst): เป็นถุงน้ำที่มีน้ำอยู่ภายใน มักเป็นมาแต่กำเนิดและไม่กลายเป็นมะเร็ง
    • เนื้องอกหลอดเลือดตับ (Hemangioma): เป็นก้อนเนื้อที่เกิดจากการรวมตัวกันของหลอดเลือดที่ผิดปกติในตับ ซึ่งเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดาที่พบได้บ่อยที่สุด

    2. ก้อนเนื้อชนิดเนื้อร้าย หรือ มะเร็งตับ (Malignant Liver Tumors)

    เป็นก้อนเนื้อที่อันตรายและสามารถแพร่กระจายได้ แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ

    • มะเร็งตับปฐมภูมิ (Primary Liver Cancer): มะเร็งที่จุดกำเนิดเกิดจากเซลล์ภายในตับโดยตรง เช่น โรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ตับ (Hepatocellular Carcinoma)
    • มะเร็งตับทุติยภูมิ (Secondary Liver Cancer): เป็นมะเร็งที่แพร่กระจายมาจากอวัยวะอื่นแล้วมาเติบโตเป็นก้อนเนื้อในตับ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งปอดที่ลามมาที่ตับ

    ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างเนื้องอกชนิดธรรมดา vs เนื้องอกชนิดเนื้อร้าย (มะเร็งตับ)

    ข้อเปรียบเทียบ

    เนื้องอกชนิดธรรมดา (Benign Tumor)

    เนื้องอกชนิดเนื้อร้าย / มะเร็งตับ (Malignant Tumor)

    ลักษณะการเติบโต

    โตช้า มักมีขอบเขตชัดเจน และ ไม่ลุกลาม ไปยังอวัยวะอื่น

    โตเร็ว ขอบเขตไม่ชัดเจน สามารถ แพร่กระจายและลุกลาม ไปยังอวัยวะใกล้เคียงได้

    อาการเบื้องต้น

    ส่วนใหญ่มัก ไม่มีอาการ เว้นแต่ก้อนเนื้อมีขนาดใหญ่จนไปเบียดทับอวัยวะอื่น

    อาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) หรือคลำพบก้อนที่หน้าท้อง

    ความเสี่ยง / สาเหตุ

    มักเกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิด การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน หรือเป็นเพียงถุงน้ำ (ซีสต์)

    สัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงชัดเจน เช่น ดื่มแอลกอฮอล์จัด ไวรัสตับอักเสบบี/ซี หรือภาวะไขมันพอกตับ

    แนวทางการรักษา

    แพทย์อาจนัดติดตามอาการเป็นระยะ (Follow-up) จะพิจารณาผ่าตัดเมื่อก้อนใหญ่หรือเริ่มมีอาการ

    ต้องรับการ รักษาทันที อาจใช้การผ่าตัด การให้ยาเคมีบำบัด หรือเทคโนโลยีทางการแพทย์อื่น ๆ ร่วมด้วย

    ก้อนเนื้อในตับเกิดจากสาเหตุใด

    สำหรับปัจจัยที่ทำให้เกิดก้อนเนื้อในตับ มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการมีโรคประจำตัวร่วมด้วย เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ภาวะไขมันพอกตับ การได้รับสารพิษตกค้างอย่างสารอะฟลาทอกซิน รวมถึงผู้ที่มีภาวะติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีเรื้อรัง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนกระตุ้นให้ตับเกิดการอักเสบและพัฒนาไปสู่การเกิดก้อนเนื้อได้

    สังเกตด่วน! ก้อนเนื้อในตับอาการเป็นอย่างไร แบบไหนควรพบแพทย์

    การสังเกตว่าตับมีความผิดปกติหรือไม่นั้นค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เนื่องจากอาการก้อนเนื้อที่ตับในระยะแรกมักไม่ค่อยแสดงออกให้เห็นชัดเจน อาการมักจะปรากฏให้สังเกตได้ก็ต่อเมื่อก้อนเนื้อเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้นหรือเริ่มส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับ โดยสามารถสังเกตความผิดปกติได้ดังนี้

    • มีอาการเบื่ออาหาร และน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • ระบบย่อยอาหารผิดปกติ มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องผูกเป็นประจำ
    • รู้สึกปวด จุก แน่น หรือเจ็บในตำแหน่งที่ตับ คือบริเวณใต้ชายโครงด้านขวา คลำพบก้อน
    • หากอาการรุนแรงขึ้น ผู้ป่วยจะมีภาวะท้องโตเนื่องจากมีน้ำสะสมในช่องท้อง
    • ปัสสาวะมีสีเข้ม แม้จะดื่มน้ำมากแค่ไหนสีก็ไม่จางลง
    • มีภาวะตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน)

    สำหรับคนที่มีคำถามว่า เนื้องอกในตับอันตรายไหม? ความอันตรายนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของก้อนเนื้อ เมื่อมีอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยัน หากพบว่าเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งตับ แพทย์จะทำการพิจารณาวางแผนการรักษาทันที

    โรคตับอ่อนต้องรู้ให้ทัน ภัยเงียบที่รุนแรงไม่แพ้โรคตับ

    โรคตับอ่อนต้องรู้ให้ทัน

    ปัจจุบันสถานการณ์ของโรคมะเร็งตับอ่อนมีความคล้ายคลึงกันกับมะเร็งตับ แต่ความรุนแรงของมะเร็งตับอ่อนจะมากกว่า และมักพบในระยะลุกลาม ในขณะที่มะเร็งตับอาจตรวจพบได้ในระยะแรก ๆ จากการตรวจสุขภาพประจำปี หรือตรวจคัดกรองภาวะตับอักเสบ 

    ข้อมูลพบว่า ประมาณ 50% ของผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อนที่มาพบแพทย์ มักเกิดการกระจายของโรคไปมากแล้ว ส่วนอีก 50% ที่ยังไม่มีการแพร่กระจาย สามารถผ่าตัดรักษาได้เพียง 25 – 30% ซึ่งการผ่าตัดรักษาเพื่อหวังผลหายขาดอาจมีการให้เคมีบำบัดหรือฉายแสงรักษาร่วมด้วย 

    ดังนั้นการตรวจพบโรคในระยะแรกเป็นสิ่งสำคัญ การตรวจสุขภาพประจำปีถือเป็นตัวช่วยคัดกรองความเสี่ยงช่วยค้นพบโรคในระยะเริ่มต้นหรือหากพบภาวะตับผิดปกติก็จะช่วยเพิ่มโอกาสของการรักษา รวมถึงอัตราการรอดชีวิตก็จะสูง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ พันธุกรรม หากมีคนในครอบครัวมีประวัติมาก่อน ควรเข้ารับการตรวจตับอ่อนด้วยอัลตราซาวนด์ (Ultrasonography) และตรวจเลือด 

    ผ่าตัดรักษาโรคตับและตับอ่อน

    ในอดีตการผ่าตัดตับและตับอ่อนเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงสูง มีภาวะแทรกซ้อน และต้องเปิดแผลใหญ่ แต่ในปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ การรักษาโรคตับและตับอ่อนสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาจใช้การผ่าตัดเปิดหน้าท้อง หรือผ่าตัดผ่านกล้อง ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตัวโรคและสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยมีเทคโนโลยีการผ่าตัดดังนี้

    • การผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ (Advanced 3D Laparoscopic Surgery): ให้ความคมชัดของภาพสูง ช่วยให้ศัลยแพทย์เห็นอวัยวะภายในช่องท้องได้ชัดเจนขึ้น แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด ผู้ป่วยเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวไว และใช้เวลาพักฟื้นที่โรงพยาบาลสั้นลง
    • การผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (Robot-Assisted  Surgery): เป็นการพัฒนาเพื่อใช้ในอวัยวะที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่าตัดตับและตับอ่อน
    • การใช้สารทึบแสง (Indocyanine Green : ICG): เป็นการฉีดสารทึบแสงเพื่อตรวจเช็กตำแหน่งของก้อนเนื้อ และดูอวัยวะข้างเคียงที่สำคัญ เช่น เส้นเลือด ท่อน้ำดี หรือต่อมน้ำเหลืองรอบ ๆ บริเวณที่ได้รับการรักษา ซึ่งช่วยลดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • การเปลี่ยนตับ (Liver Transplantation): ในกรณีที่ตับมีความเสียหายรุนแรงหรือตัวก้อนเนื้อมีลักษณะที่ไม่สามารถใช้วิธีการผ่าตัดทั่วไปได้ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาโดยการเปลี่ยนตับจากผู้บริจาค

    ดูแลและป้องกันความเสี่ยงอย่างไรให้ตับและตับอ่อนแข็งแรง

    ป้องกันโรคตับ

    การตรวจพบโรคในระยะแรกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสของการรักษา ดังนั้นการป้องกันและดูแลตนเองจึงเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ ดังนี้

    • เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อคัดกรองความเสี่ยงและค้นหาความผิดปกติในระยะเริ่มต้น
    • หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย หากมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรือปวดใต้ชายโครง ควรรีบพบแพทย์
    • งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดการทำงานหนักและการอักเสบของตับ
    • หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะไขมันพอกตับ ควบคุมน้ำหนักและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

    โรงพยาบาลที่ชำนาญการด้านการรักษาก้อนเนื้อที่ตับและตับอ่อน

    หากพบความผิดปกติ มีก้อนที่ตับ หรือมีความกังวลเกี่ยวกับโรคตับอ่อน ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ พร้อมให้การดูแลวินิจฉัยและรักษาอย่างครอบคลุม โดยมีการทำงานร่วมกันเป็นทีมระหว่างสหสาขาวิชาชีพ มีการประชุมวางแผนเพื่อเตรียมผู้ป่วยทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัดอย่างรัดกุม ดูแลโดยศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญ ร่วมกับความพร้อมของเทคโนโลยีเครื่องมือการผ่าตัดที่ทันสมัย เพื่อให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพ มุ่งเน้นความปลอดภัย และมุ่งหวังผลการรักษาที่ดี เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ

    สรุปบทความ

    ตับและตับอ่อนเป็นอวัยวะสำคัญที่มีความซับซ้อน โรคที่เกิดขึ้นกับอวัยวะเหล่านี้มักเป็นภัยเงียบที่ไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น ทั้งการเกิดก้อนเนื้อชนิดธรรมดา เนื้องอก หรือมะเร็ง การดูแลสุขภาพด้วยการตรวจสุขภาพประจำปี หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย และการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงอย่างแอลกอฮอล์ ถือเป็นเกราะป้องกันที่ดี หากพบความผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมิน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ทันสมัย แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ซึ่งเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก


    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับก้อนที่ตับและตับอ่อน

    1. ก้อนเนื้อในตับรักษาหายไหม?

    ก้อนเนื้อในตับสามารถรักษาให้หายได้ โดยเฉพาะหากตรวจพบในระยะเริ่มต้นและได้รับการประเมินจากแพทย์อย่างรวดเร็ว โดยแนวทางการรักษาจะพิจารณาจากขนาด ชนิดของก้อนเนื้อ และสภาวะร่างกายของผู้ป่วยเป็นหลัก

    2. ก้อนเนื้อในตับ สามารถกลายเป็นมะเร็งตับได้ทุกชนิดหรือไม่?

    ไม่เสมอไป ก้อนเนื้อในตับมีทั้งชนิดธรรมดาอย่างซีสต์และชนิดเนื้อร้าย แพทย์จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดด้วยภาพถ่ายทางรังสีหรือเจาะชิ้นเนื้อเพื่อยืนยันชนิดของก้อนเนื้ออย่างชัดเจน

    3. มะเร็งตับอ่อน รุนแรงกว่ามะเร็งตับจริงหรือไม่?

    มะเร็งตับอ่อนมักมีความรุนแรงและลุกลามได้รวดเร็วกว่า อีกทั้งมักไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้เมื่อตรวจพบมักอยู่ในระยะที่กระจายไปแล้วและมีโอกาสผ่าตัดรักษาได้น้อยกว่า

    4. การผ่าตัดตับและตับอ่อนในปัจจุบัน น่ากลัวและพักฟื้นนานเหมือนแต่ก่อนไหม?

    ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก 3 มิติ และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ทำให้แผลมีขนาดเล็กลง ลดความเจ็บปวด เสียเลือดน้อย และใช้เวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นลง

    5. ปัสสาวะสีเข้มและตาเหลือง บ่งบอกถึงโรคอะไรได้บ้าง?

    เป็นสัญญาณของภาวะดีซ่าน ซึ่งบ่งชี้ถึงความผิดปกติในการทำงานของตับ การอุดตันของท่อน้ำดี หรืออาจสัมพันธ์กับก้อนเนื้อบริเวณตับและตับอ่อน ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจทันที

    ข้อมูลโดย

    Doctor Image

    รศ. นพ. ธัญญ์ อิงคะกุล

    ศัลยศาสตร์

    รศ. นพ. ธัญญ์ อิงคะกุล

    ศัลยศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile
    Doctor Image

    นพ. สมสิทธิ์ ตันเจริญ

    ศัลยศาสตร์

    นพ. สมสิทธิ์ ตันเจริญ

    ศัลยศาสตร์

    Doctor profileDoctor profile

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ศัลยกรรม

    ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    ทุกวัน เวลา 08.00 - 20.00 น.

    0 2310 3002

    0 2755 1002

    1719

    [email protected]

    @BHQSurgery

    เลือกปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคช่องท้องและทวารหนักSURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคช่องท้องและทวารหนัก
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคช่องท้องและทวารหนัก

    110,000 - 240,000 บาท

    รายละเอียด
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคทางเดินปัสสาวะSURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคทางเดินปัสสาวะ
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคทางเดินปัสสาวะ

    156,000 - 274,400 บาท

    รายละเอียด
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคกระดูกและข้อSURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคกระดูกและข้อ
    SURGERY MASTER: แพ็กเกจผ่าตัดโรคกระดูกและข้อ

    251,000 - 675,000 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    วิสัญญีแพทย์หรือหมอดมยา ดูแลผู้ป่วยอย่างไรเมื่อต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการ Image
    วิสัญญีแพทย์หรือหมอดมยา ดูแลผู้ป่วยอย่างไรเมื่อต้องผ่าตัดหรือทำหัตถการ
    Botulinum Toxin รักษาแผลขอบทวารหนักเรื้อรังแบบไม่ต้องผ่าตัด Image
    Botulinum Toxin รักษาแผลขอบทวารหนักเรื้อรังแบบไม่ต้องผ่าตัด
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับโรคช่องท้อง Image
    หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด da Vinci Xi กับโรคช่องท้อง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ