เครื่องเร่งอนุภาค Linear Accelerator (LINAC)

3 นาทีในการอ่าน
เครื่องเร่งอนุภาค Linear Accelerator (LINAC)

แชร์

เกี่ยวกับ LINAC

เครื่องเร่งอนุภาค LINAC เป็นเครื่องฉายรังสีที่ใช้กระแสไฟฟ้าในการผลิตรังสีเอกซเรย์พลังงานสูง โดยสามารถแบ่งระดับพลังงานของรังสีเอกซ์ได้เป็น 2 ระดับ คือ

  1. พลังงาน 6 MV เหมาะสำหรับในส่วนของรอยโรคที่ลึกไม่เกิน 10 เซนติเมตร
  2. พลังงาน 18 MV เหมาะสำหรับในส่วนของรอยโรคที่ลึกเกิน 10 เซนติเมตร

โดยที่เครื่องเร่งอนุภาค LINAC สามารถให้การรักษาได้ด้วยเทคนิคแบบมาตรฐาน (Conventional Therapy) และเทคนิคแบบความถูกต้องชัดเจนสูง 3D-CRT (Three Dimensions Conformal Radiation Therapy) หรือ IMRT (Intensity Modulated Radiation Therapy) ซึ่งสามารถรักษาได้ทุกส่วนของร่างกาย


กลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วยเครื่องฉายรังสี LINAC

ข้อบ่งชี้กลุ่มผู้ป่วยที่รักษาด้วยเครื่องฉายรังสี LINAC

  • กลุ่มโรคเนื้องอกในสมองส่วนต่าง ๆ
  • กลุ่มโรคมะเร็งที่แพร่กระจายมาสู่สมองหรือกลับมาเป็นใหม่
  • มะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ
  • โรคมะเร็งของกระดูกสันหลัง ต่อมลูกหมาก และปอด
  • เนื้องอกที่อยู่ในตำแหน่งใกล้กับอวัยวะที่ไวต่อรังสี ซึ่งจะเกิดอันตรายถ้าใช้เทคนิคการรักษาแบบเก่า

ข้อดีของเครื่องฉายรังสี LINAC

  • เทคโนโลยีที่มีความก้าวหน้ามากที่สุดในปัจจุบัน มีความถูกต้องชัดเจนในการรักษาสูง
  • เหมาะสำหรับรอยโรคทุกขนาดและอยู่ใกล้อวัยวะที่สำคัญที่มีความไวต่อรังสี
  • กำหนดการกระจายของรังสีในเป้าหมายให้พอดีกับขนาดของเป้าหมาย
  • ลดความเสียหายของเนื้อเยื้อหรือหรืออวัยวะปกติที่อยู่รอบ ๆ รอยโรค
  • ลดเวลาในการฉายรังสี โดยเพิ่มอัตราปริมาณรังสีให้สูงและสามารถควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ได้
  • ผู้ป่วยที่รับการฉายรังสีไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล

การปฏิบัติตัวก่อนฉายรังสี

  • ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจร่างกายและซักประวัติอย่างละเอียด รวมทั้งการตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการก่อนการฉายรังสี
  • เมื่อมารับการฉายรังสีควรสวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการถอดและการสวมใส่
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าต่อร่างกาย
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 6 – 8 แก้ว
  • งดสุรา บุหรี่ หมาก พลูเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมที่จะฉายรังสี
  • ดูแลความสะอาดของร่างกาย ปาก และฟัน
  • กรณีมีโรคประจำตัวและมียาประจำที่ต้องรับประทานสามารถรับประทานได้ต่อเนื่อง แต่ต้องแจ้งแพทย์ที่ดูแลทางรังสีรักษารับทราบด้วย
  • การฉายรังสีต้องใช้เวลานาน ดังนั้นต้องเตรียมตัวเกี่ยวกับการเดินทางและที่พักอาศัยขณะมารับการฉายรังสี

การปฏิบัติตัวขณะรับการฉายรังสีและหลังการฉายรังสี

  • ระมัดระวังอย่าให้เส้นลบ ถ้าเส้นลบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่มารับการฉายในวันถัดมา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ครีมหรือยาทาผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสี
  • การทำความสะอาดร่างกาย แนะนำให้อาบน้ำได้ปกติ แต่ต้องระวังไม่ขัดถูขี้ไคลหรือใช้สบู่ถูบริเวณที่ฉายรังสี
  • ห้ามวางกระเป๋าน้ำร้อนหรือน้ำเย็นบริเวณที่ฉายรังสี
  • ป้องกันการระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสี โดยไม่ใส่เสื้อผ้าที่คับ หรือเนื้อผ้าหยาบกระด้าง หรือใช้เครื่องผูกรัด
  • ห้ามใช้แป้งทาบริเวณที่ฉายรังสี เนื่องจากแป้งอาจมีโลหะหนักผสมอยู่ เมื่อฉายรังสีจะทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อผิวหนังรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการโกนขนหรือผมบริเวณที่ฉายรังสี เพราะอาจทำให้เกิดแผล

ผลข้างเคียงจากการฉายรังสี LINAC

  • การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสี เมื่อฉายได้ 1 – 2 สัปดาห์ ผิวหนังอาจมีลักษณะบวม แดง แห้ง เป็นขุย คัน และอาจลอกหรือตกสะเก็ดได้
  • อาการอ่อนเพลียเป็นอาการปกติที่อาจพบได้ระหว่างการฉายรังสี ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานอาหารได้น้อยหรือเบื่ออาหาร
  • ความต้านทานโรคต่ำ ซีด และเลือดออกง่าย ซึ่งเกิดจากการฉายรังสีที่เข้าไปกดการทำงานของไขกระดูก ซึ่งมักจะเกิดจากการฉายบริเวณที่มีการสร้างเม็ดเลือดมาก เช่น กระดูกอุ้งเชิงกราน กระดูกซี่โครงและหน้าอก เฝ้าระวังโดยการเจาะเลือดดู CBC
  • การเกิดภาวะแทรกซ้อนเฉพาะที่ เช่น การเกิด Mucositis, Diarrhea
  • อาการปากแห้ง กรณีฉายบริเวณศีรษะ ลำคอ และต่อมน้ำลาย
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร กรณีฉายรังสีบริเวณช่องท้อง
  • อาการทางสมอง กรณีมีการฉายบริเวณศีรษะ ซึ่งอาจเกิดสมองบวมได้
  • อาการของอวัยวะสืบพันธ์ุ กรณีมีการฉายรังสีบริเวณอุ้งเชิงกราน เช่น ในเพศชายอาจเกิดการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศ ส่วนเพศหญิงอาจเกิดการตีบตันของช่องคลอด และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

แชร์