บริการ Home Isolation ของโรงพยาบาลกรุงเทพ

3 นาทีในการอ่าน
บริการ Home Isolation ของโรงพยาบาลกรุงเทพ

แชร์

ขั้นตอนการเข้ารับบริการ

1). ผู้รับบริการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR SARS-CoV2 Testing หรือ Rapid Antigen Testing จากห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน 
2). BHQ COVID-19 Center ประสานงานจัดหาเตียงภายในโรงพยาบาล
  • กรณีมีเตียง: เข้ารับ Admit ตามขั้นตอน โดยที่ผู้ป่วยที่มีอาการ หรือ มีปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลให้การรักษาไม่ดี จะถูกพิจารณาเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อเข้าโปรแกรม Home Isolation 14 วัน  
  • กรณีไม่มีเตียง: ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการและปัจจัยเสี่ยง อยู่ใน waiting list ของโรงพยาบาลจะพิจารณาเข้าร่วมโปรแกรม Home Isolation:  
    1. แพทย์แจ้งผลตรวจ และประเมินอาการผู้ป่วยเพื่อเข้า Home Isolation Program 
    2. พยาบาลประเมินสถานที่แยกกัก มีความเหมาะสมและเป็นไปตามหลักของการแยกกัก ณ ที่พักอาศัย 
    3. พยาบาลประเมินความพร้อมด้านการสื่อสารผ่าน application My B+ กับผู้ป่วย โดย application My B+ จะเป็นช่องทางหลักเพื่อใช้สำหรับสื่อสารและประเมินอาการ ระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วยหรือญาติ
    4. อธิบายวิธีการปฏิบัติตัวผ่าน QR Code และ application My B+
    5. ผู้ป่วยจะได้รับ Thermometer และ Fingertip Pulse Oximeter 
3). ติดตามอาการ ผ่าน application My B+
  • การตรวจสอบอาการด้วยตนเอง (Self-Monitoring) วันละ 2 ครั้ง 08.00 .และ 16.00 . โดยมีการบันทึกพารามิเตอร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น อุณหภูมิร่างกาย ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (ทั้งแบบขณะที่พักและหลังจากเดิน 2 นาที) รวมทั้งอาการผิดปกติอื่นๆ โดยบันทึกผ่าน application My B+ วันละ 2 ครั้ง เวลา 08.00 . และ 16.00 . 

ระดับความรุนแรงของผู้ป่วยโควิด-19 

การแบ่งระดับความรุนแรงของผู้ป่วยโควิด-19 ตามอาการ ได้แก่

 สีเขียว 

  • ไม่มีอาการหรือมีอาการเล็กน้อย เช่น ไข้ ไอ น้ำมูก ตาแดง ผื่นขึ้น ฯลฯ

 สีเหลือง 

  • ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว 
  • ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง / มีโรคร่วมที่สำคัญที่อาจส่งผลให้อาการแย่ลง ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ 
    1. อายุ > 60 ปี 
    2. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (รวมโรคปอดอื่น ๆ) 
    3. โรคไตเรื้อรัง
    4. โรคหัวใจและหลอดเลือด (รวมโรคหัวใจแต่กำเนิด) 
    5. โรคหลอดเลือดสมอง 
    6. โรคเบาหวานที่คุมไม่ได้ 
    7. โรคอ้วน (น้ำหนักเกิน 90 กก. และ / หรือค่าดัชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 30 กก/2) 
    8. โรคตับแข็ง 
    9. โรคภูมิคุ้มกันต่ำ (ความเข้มข้นเม็ดเลือดขาวในเลือด < 1,000 cell/mm3) 

 สีแดง 

  • ผู้ป่วยที่มีอาการระบบทางเดินหายใจรุนแรง เช่น หอบเหนื่อย หายใจลำบาก ผลจากการเอกซ์เรย์ปอด พบปอดอักเสบรุนแรง 
  • มีภาวะปอดบวม (ระดับออกซิเจนในกระแสเลือดปลายนิ้ว < 96%) หรือความอิ่มตัวของเลือดลดลง มากกว่าหรือเท่ากับ 3% หลังออกกำลัง (Post-exercise hypoxemia) 

บริการ Home Isolate ของโรงพยาบาลกรุงเทพ

คำแนะนำในการแยกกัก ที่พักอาศัย (HOME ISOLATION)  

แนวทางการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ในรูปแบบการแยกกัก ณ ที่พักอาศัย (Home Isolation)

  1. ผู้ป่วยที่วินิจฉัยใหม่ตามเกณฑ์ระหว่างรอ Admit เข้าโรงพยาบาล หรือ Hospitel
  2. ผู้ป่วยโควิด-19 อาการไม่รุนแรง ที่ลดระดับการรักษาหลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหรือสถานที่ที่รัฐจัดให้อย่างน้อยวัน โดยมีอาการคงที่หรืออาการดีขึ้น 

ลักษณะของบ้านพักอาศัยที่เหมาะสม 

บ้านหรือที่พักอาศัยของผู้ป่วยโควิด-19 ในช่วงที่ต้องแยกกัก ควรจะต้องมีลักษณะ ดังนี้

  • ผู้ป่วยโควิด-19 ต้องอาศัยในสถานที่พักอาศัยตลอดระยะเวลาแยกกัก โดยต้องแยกตัวออกจากผู้อยู่อาศัยร่วมบ้านตลอดเวลา โดยไม่ให้ออกจากที่พัก
  • มีห้องนอนส่วนตัว ถ้าไม่มีควรมีพื้นที่กว้างพอที่จะนอนห่างจากผู้อื่นกรณีมีผู้อยู่ร่วมบ้าน และต้องเปิดประตูหน้าต่างให้ระบายอากาศได้ดี
  • มีผู้ดูแลและจัดหาของใช้จำเป็นให้ได้ตลอดเวลา ไม่ต้องออกไปจัดหานอกบ้านด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ให้การดูแลผู้ป่วยในห้องต้องไม่มีการใกล้ชิดหรือใช้ของร่วมกัน
  • ผู้ที่อยู่อาศัยร่วมบ้านสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องสุขอนามัยและการแยกจากผู้ป่วยได้
  • ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลสามารถติดต่อสื่อสารกับโรงพยาบาลได้ตลอดเวลาที่มีการแยกตัว 
  • ถ้าบ้านหรือที่พักไม่เหมาะสม อาจต้องหาสถานที่อื่นในการแยกกัก

บริการ Home Isolate ของโรงพยาบาลกรุงเทพ

แนวทางการดูแลตัวเองของผู้ป่วยเมื่อแยกกักรักษาตัวที่บ้าน 

  1. ผู้ป่วยควรหยุดเรียน หยุดงาน กิจกรรมต่าง ๆ และพักอยู่กับบ้านจนกว่าอาการจะหายเป็นปกติ เช่น ไม่มีไข้ ไอ น้ำมูก ตรวจ RT-PCR ไม่พบเชื้อ และแยกกักตัวอย่างน้อย 14 วัน
  2. เมื่อมีไข้ให้รับประทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล และยารักษาตามอาการ เช่น ยาละลายเสมหะ ยาลดน้ำมูก ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  3. เช็ดตัวลดไข้ด้วยน้ำสะอาดอุ่นเล็กน้อยเป็นระยะ โดยการเช็ดแขนขาย้อนเข้าหาลำตัว เน้นการเช็ดตัวลดไข้บริเวณหน้าผาก ซอกรักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขนขา และใช้ผ้าห่มปิดหน้าอกระหว่างเช็ดแขนขาเพื่อไม่ให้หนาวเย็นจนเกินไป หากผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่นต้องหยุดเช็ดตัวและห่มผ้าให้อบอุ่นทันที
  4. ดื่มน้ำสะอาดและน้ำผลไม้มาก ๆ งดดื่มน้ำเย็นจัด
  5. พยายามรับประทานอาหารอ่อน ๆ รสไม่จัด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ ผัก และผลไม้ให้เพียงพอ
  6. นอนพักผ่อนมาก ๆ ในห้องที่อากาศไม่เย็นเกินไป และมีอากาศถ่ายเทสะดวก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

BHQ COVID-19 CENTER 

โทร. 0 – 2308 – 7171 ตั้งแต่เวลา 08.00 – 20.00 . 

*กรณีหาเตียงผู้ป่วยของภาครัฐ โทร. 1330 (กด 14), 1668 


 


สอบถามเพิ่มเติมที่
คลินิกอายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ
เปิดบริการทุกวัน เวลา 06.00 - 20.00 น.

แชร์