Exclusive Program

3 นาทีในการอ่าน
Exclusive Program

แชร์

  • ตรวจการแพ้อาหารแบบแอบแฝง Food Intolerance Test (232 Food Items)

การตรวจปฏิกิริยาของร่างกายผ่าน ImmunoglobulinG4 ต่ออาหาร 232 ชนิด ปฏิกิริยานี้มักเกิดจากการรับประทานอาหารชนิดเดิมอย่างซ้ำ ๆ จนระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเข้าใจว่าอาหารนั้นเป็นสิ่งแปลกปลอม อาการแสดงจะแตกต่างกันออกไปในระหว่างบุคคลและมักจะเกิดหลังจากรับประทานอาหารที่แพ้แล้วหลายวัน ทำให้สังเกตได้ยาก หากเรายังรับประทานอาหารตัวที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยานี้สะสมต่อเนื่องก็อาจก่อให้เกิดปัญหาโรคเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือแม้แต่เกิดการรบกวนระบบประสาทและความจำ เช่น ภาวะสมาธิสั้น ไมเกรน เป็นต้น การแพ้อาหารแบบแอบแฝง (IgG) ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ปวดศีรษะเรื้อรัง ไมเกรนภาวะสมาธิสั้น คัดจมูก น้ำมูกไหลเรื้อรัง ผืนลมพิษเรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ สิวเรื้อรัง ท้องเสีย ลำไส้ระคายเคือง (IBS) ลำไส้อักเสบ (Crohn’s Disease) ท้องผูก จุกเสียด แน่นท้อง น้ำหนักขึ้นง่าย ปวดกล้ามเนื้อ โรคแพ้ภูมิตนเอง (SLE) โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น


  • การตรวจความสามารถในการทำงานของ NK Cell (NK Cell Activity)

การตรวจความสามารถในการทำงานของ NK Cell หรือเซลล์เพชฌฆาตเพื่อประเมินประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต่อเซลล์มะเร็งและเชื้อไวรัสค่าตํ่ากว่าค่าอ้างอิง บ่งชี้ว่าประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันอยู่ในสภาวะตํ่า อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • ผู้ป่วยมะเร็ง

  • ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวมีประวัติเป็นมะเร็ง

  • รูปแบบการดำเนินชีวิต (Lifestyle) ไม่เหมาะสม เช่น การสูบบุหรี่จัด, อดนอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อวัน), มีภาวะเครียดสูง, นํ้าหนักตัวเกินมาตรฐาน

  • ผู้ที่มีภาวะโภชนาการไม่ดี รับประทานอาหารบางประเภทไม่เพียงพอ เช่น อาหารจำพวกผักผลไม้ โปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือถั่ว เป็นต้น

  • ผู้ที่ได้รับยาบางประเภท เช่น ยากดภูมิคุ้มกัน, ยาเคมีบำบัด

  • ผู้ป่วยหลังผ่าตัด

สำหรับค่าที่สูงกว่าค่าอ้างอิงบ่งชี้ว่า เซลล์ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพที่ดี อย่างไรก็ตามอาจจะบ่งชี้ว่าร่างกายมีการติดเชื้อหรือมีความเสี่ยงที่จะพัฒนาเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน เช่น SLE หรือ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ เป็นต้น

 

  • ตรวจวัดความยาวของ DNA ส่วนปลายสุดของโครโมโซม (Telomere length)

การตรวจเลือดเพื่อป้องกันโรคแนวใหม่ที่ตรวจลึกถึงระดับเซลล์และโครโมโซม โดยเป็นการตรวจวัดความยาวของ DNA ส่วนปลายสุดของโครโมโซม ซึ่งสามารถใช้บ่งชี้อายุของเซลล์ตามชีวภาพ (Biological Age) และบอกภาวะเสื่อมของเซลล์ (Degenerative Status) ที่เกิดขึ้นก่อนวัย ซึ่งสัมพันธ์กับการเกิดโรคในอนาคต เพื่อเป็นประโยชน์ในการดูแลรักษา ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีสุขภาพดีและมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น   เซลล์ที่มีเทโลเมียร์ยาวจะมีอายุหรือทำหน้าที่ได้นานกว่าเซลล์ที่เทโลเมียร์สั้น (งานวิจัยนี้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ปี 2009) ถ้าหากคุณมีความยาวเทโลเมียร์ที่สั้น คุณจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายมากกว่าและอาจมีอายุขัยสั้นกว่าคนปกติ จากเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน ทำให้เราสามารถวัดความยาวของเทโลเมียร์ได้จากการตรวจเลือด ซึ่งการรู้ความยาวของเทโลเมียร์จะบอกได้ว่าร่างกายมีภาวะความเสื่อมเกินกว่าคนปกติหรือไม่ เพื่อเป็นประโยชน์กับแพทย์ในการหาวิธีในการดูแลและป้องกันโรคเฉพาะบุคคลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

  • การตรวจหาผลกระทบของไขมันในร่างกายที่มีผลต่อสุขภาพ (Adiponectin)

Adiponectin คือ ฮอร์โมนที่สร้างและหลั่งออกมาจากเซลล์ไขมันในร่างกายหรือมีชื่อเล่นว่า Fat Cell Hormone ฮอร์โมน Adiponectin ทำให้กล้ามเนื้อและตับใช้ไขมันเพื่อเผาผลาญไขมันในร่างกายมากขึ้น ช่วยนำน้ำตาลในเลือดเข้าไปสู่เซลล์ ดังนั้นจึงช่วยไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูง Adiponectin น้อยมักจะพบในผู้ที่มีน้ำหนักเกินหรือผู้ที่เป็นโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยปกติเราสามารถตรวจ Adiponectin ในเลือดในรูปของ High Molecular Weight Multimer (HMW) ซึ่งระดับ Adiponectin ที่ตรวจได้จะเป็นข้อมูลในการดูแลและรักษาโรคอ้วนเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

 

แชร์