การตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ ในการผ่าตัดมะเร็งเต้านม วิธี เซนติเนล หรือเลาะต่อมน้ำเหลืองทั้งหมด
การรักษามะเร็งเต้านมในปัจจุบัน
สามารถให้ผลการรักษาที่ค่อนข้างดี โอกาสที่จะมีชีวิตอยู่โดยปลอดจากโรค ค่อนข้างสูง
ในกรณีที่พบโรคตั้งแต่โรคยังเป็นไม่มาก (ระยะที่ 1)ผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
อาจอยู่ได้เกิน 10 ปี ในสัดส่วนที่สูงมากถึงร้อยละ 90 ดังนั้นจึงควรที่ท่านผู้สนใจ
ควรจะได้รับรู้ถึงแนวทางการรักษาผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีประสิทธิภาพ และ
ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย
การผ่าตัดเต้านม เป็นส่วนสำคัญของการรักษามะเร็งเต้านม
และผู้ป่วยมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด
ก่อนการรักษาอย่างอื่นๆ
องค์ประกอบสำคัญในการผ่าตัดมะเร็งเต้านม มีอะไรบ้าง
การผ่าตัดมะเร็งเต้านม
มีองค์ประกอบที่จะต้องพิจารณาอยู่ 2 ส่วน คือ
- การผ่าตัดที่ตัวเต้านม
เพื่อไม่ให้มีมะเร็งเหลือที่เต้านม
- การผ่าตัดที่ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
เพื่อให้ทราบข้อมูลว่า
มีการกระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้วหรือยัง เพราะแผนการรักษา และ
การพยากรณ์โรค
ขึ้นอยู่กับข้อมูลว่ามีการกระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้หรือไม่
กระจายมามากน้อยเพียงใด
การผ่าตัดที่เต้านม
การผ่าตัดเพื่อไม่ให้มีมะเร็งเหลือที่เต้านม และ
ควบคุมโรคไม่ให้กลับเป็นซ้ำบริเวณหน้าอก สามารถทำได้ 2 ลักษณะ คือ
การตัดเต้านมออกทั้งหมด หรือ การตัดแต่ก้อนมะเร็งโดยเก็บเต้านมไว้ แต่วิธีหลังนี้
ต้องกระทำร่วมกับการฉายรังสีที่เต้านมด้วย(ฉายทุกวันติดต่อกันประมาณ 5 สัปดาห์)
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
เป็นการผ่าตัดที่ควบคู่กันมากับการผ่าตัดเต้านม มานานร้อยกว่าปี
เหตุผลหลักที่ต้องมีการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ด้วย
เพราะมะเร็งเต้านมจะมีการแพร่กระจายมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
ก่อนการกระจายไปที่อื่น ดังนั้น การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
จึงสามารถบอกความรุนแรงของโรคมะเร็งว่ามีการแพร่กระจายหรือยัง และ
ยังเป็นการผ่าตัดนำต่อมน้ำเหลืองที่มีการกระจายของโรคออกไปจากร่างกายด้วย
ผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ วิธีไหนดี
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ
- การเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมด (axillary
lymph node dissection) ซึ่งเป็นวิธีมาตราฐาน เดิม
- การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (sentinel lymph
node biopsy) ซึ่งเป็นวิธีใหม่
วิธีการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ที่เป็นมาตรฐานมาแต่อดีตกาล คือ
การทำผ่าตัดโดยการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกไปทั้งหมด โดยทำไปพร้อมๆ
กับการผ่าตัดเต้านม ซึ่งโดยทั่วไปต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้จะมีอยู่ประมาณ 10 – 50
ต่อม เหตุที่ต้องเลาะเอาต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกไปทั้งหมด เพราะว่า
เราไม่ทราบว่ามะเร็งจะกระจายมายังต่อมน้ำเหลืองต่อมใดบ้าง
จึงจำเป็นต้องนำต่อมน้ำเหลืองทั้งหมดที่รักแร้ออกมาตรวจ
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมด
จะไม่เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่ยังไม่มีโรคกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
แต่จะได้ประโยชน์เฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่มีการกระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้วเท่านั้น
จากสถิติของโรคมะเร็งเต้านม พบว่า หากมะเร็งเต้านมยิ่งมีขนาดเล็กเท่าไร
โอกาสที่จะมีโรคกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ก็จะมีน้อยเท่านั้น ตัวอย่างเช่น
มะเร็งเต้านม ที่มีขนาดก้อนน้อยกว่า 2 เซนติเมตร
จะมีโอกาสที่จะพบโรคกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ เพียงไม่ถึง ร้อยละ 20
นั่นย่อมหมายความว่า ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มีก้อนขนาดเล็กน้อยกว่า 2 เซนติเมตร
จะได้รับการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมด
โดยไม่เกิดประโยชน์กับผู้ป่วยเลย นอกจากนี้
ผู้ป่วยที่ได้รับการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมด
ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดแขนบวมได้ ประมาณ 10%
ดังนั้น หากแพทย์สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัดว่า
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใดที่ไม่มีการแพร่กระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้
ก็ไม่จำเป็นต้องทำการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ในผู้ป่วยรายนั้น
เป็นการลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนเช่นแขนบวม ไปได้
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
ช่วยในการพิสูจน์ว่าผู้ป่วยรายใดที่มีการกระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้หรือไม่
หลักของการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล เป็นอย่างไร
และมีวิธีการผ่าตัดอย่างไร
ด้วยหลักฐานทางการแพทย์ที่มีการพิสูจน์แล้วว่า
มะเร็งทั้งหลาย จะมีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองในรูปแบบที่แน่นอน
โดยมีการเคลื่อนตัวของเซลล์มะเร็งไปเป็นลำดับ โดยไปยังต่อมที่หนึ่ง จากนั้น
จึงกระจายไปยังต่อมที่ สอง สาม สี่ ฯลฯ ไปเรื่อยๆ ด้วยหลักการดังกล่าว
หากเราสามารถหาต่อมน้ำเหลืองต่อมแรกที่รับน้ำเหลืองจากมะเร็งได้พบ
ซึ่งเรียกว่าต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล (sentinel lymph node)
เราก็จะบอกได้ว่ามีการกระจายโรคของมะเร็งมายังต่อมน้ำเหลืองแล้วหรือยัง
ซึ่งในการผ่าตัด
หากสามารถนำต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลมาพิสูจน์ได้ว่าไม่มีการกระจายของมะเร็งมา
ก็ไม่มีความจำเป็นในการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่เหลือออก
วิธีการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลในปัจจุบัน
จะมีขั้นตอนที่สำคัญคือ ขั้นตอนที่ 1 การฉีดสารนำร่อง
เพื่อศึกษาทางเดินน้ำเหลืองว่ามะเร็งจะเคลื่อนที่ไปตามทางเดินน้ำเหลืองทิศใดบ้าง
และ ขั้นตอนที่ 2 คือ การนำต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล(ซึ่งได้รับสารนำร่องมาสะสมอยู่)
ออกมาตรวจว่ามีการกระจายของโรคมาหรือยัง
สารนำร่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมี 2 ชนิด คือ สารที่เป็นสี
เรียกว่า ไอโซซัลแฟน (isosulfan) และ สารกัมมันตรังสีเทคนิเชียม(technetium)
ส่วนการผ่าตัดนำต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลออกมาตรวจ
ศัลยแพทย์จะทำการผ่าตัดแผลขนาดเล็กที่รักแร้
จะตรวจหาสารนำร่องที่มาติดที่ต่อมน้ำเหลืองด้วยการ มองหาสีไอโซซัลแฟน หรือ
ใช้เครื่องมือตรวจวัดสารกัมมันตรังสี
เมื่อพบต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลแล้วก็จำนำต่อมน้ำเหลืองนั้นส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจทันที
ด้วยวิธีการตรวจอย่างด่วน (frozen section) ซึ่งจะทราบผลในเวลา 30 – 40 นาที (ในระหว่างการผ่าตัด)
ศัลยแพทย์จะสามารถตัดสินใจจากผลการตรวจต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธี frozen section
ว่าจะทำการเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมดตามวิธีมาตรฐาน
ในกรณีที่พบว่ามีการกระจายของมะเร็งมายังต่อมน้ำเหลืองเซนติเนลแล้ว หรือ
ว่าจะหยุดการเลาะต่อมน้ำเหลืง
ในกรณีที่พบว่าไม่มีการกระจายของมะเร็งมายังต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมคนใดบ้างจะได้ประโยชน์จากการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
ไม่ใช่ว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทุกคนที่จะได้ประโยชน์จากการผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองด้วยวิธีเซนติเนล
ทั้งนี้เพราะว่า หากมีการกระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้ว
ถึงแม้จะผ่าตัดต่อมนำเหลืองเซนติเนล
ก็ยังจำเป็นต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ออกทั้งหมดตามวิธีมาตรฐาน ดังนั้น
การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
จึงให้ประโยชน์สูงสุดในผู้ป่วยที่มีโอกาสค่อนข้างสูงที่ยังไม่มีการกระจายของโรคมายังต่อมน้ำเหลือง
ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้แก่ ผู้ป่วยที่แพทย์ยังคลำไม่พบต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ และ
มีขนาดของมะเร็งเต้านมไม่ใหญ่นัก โดยทั่วไป ถือกันที่ขนาด น้อยกว่า 3.5 เซนติเมตร
นอกจากนี้ การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล
ยังต้องกระทำโดยศัลยแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนจนชำนาญ ดังนั้น
การเลือกว่าจะใช้การผ่าตัดต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ด้วยวิธีใดนั้นจึงต้องได้รับการพิจารณาจาแพทย์ผู้ดูแลเป็นรายๆ
ไป
รศ. นพ. อดุลย์ รัตนวิจิตราศิลป์