> บริการทางการแพทย์ > การรักษาผู้ป่วยไธรอยด์เป็นพิษโดยใช้รังสีไอโอดีน

บริการทางการแพทย์

เข้าสู่ระบบ

สมาชิกใหม่ ลงทะเบียน

กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร


การรักษาผู้ป่วยไธรอยด์เป็นพิษโดยใช้รังสีไอโอดีน

Wattanosoth Cancer Hospital Iodine

ไธรอยด์เป็นพิษ เป็นภาวะที่ต่อมไธรอยด์ทำงานมากเกินไป ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น น้ำหนักตัวลด หงุดหงิด เหงื่อออกมากเป็นต้น

สาเหตุของไธรอยด์เป็นพิษ

  1. Diffuse toxic goiter ( คอพอกชนิดไม่มีก้อน )
  2. Multinodular toxic goiter ( คอพอกเป็นพิษชนิดมีก้อนหลายในต่อมไธรอยด์)
  3. Toxic adenoma ( คอพอกเป็นพิษจากก้อนเดี่ยวในต่อมไธรอยด์ )
  4. ไธรอยอักเสบ
  5. อื่นๆ

การรักษาไธรอยด์เป็นพิษมี 3 วิธีการ คือ

  1. ใช้ยา
  2. ผ่าตัด
  3. การดื่มรังสีไอโอดีนหรือ I-131

ผู้ป่วยแต่ละรายเหมาะสมที่จะได้รับการรักษาด้วยวิธีที่ต่างๆ กัน ซึ่งการรักษาแต่ละชนิดจะมีข้อดีและข้อด้อยต่างกัน แพทย์จะเป็นผู้เลือกว่าวิธีการที่เหมาะสมที่สุดให้แก่ผู้ป่วย โดยผู้ป่วยควรทราบ ถึงประโยชน์ ผลข้างเคียง และข้อจำกัดของการรักษานั้นๆ

ความรู้เรื่องรังสีไอโอดีนสำหรับผู้ป่วยไธรอยด์เป็นพิษ
การเลือกใช้รังสีไอโอดีนเพื่อรักษาไธรอยด์เป็นพิษ ผู้ป่วยควรทราบถึงประโยชน์ และผลอันไม่พึงประสงค์ของการรักษา ประโยชน์ของรังสีไอโอดีนถือได้ว่าเป็นไม้เด็ดของการรักษาไธรอยด์เป็นพิษ ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดจะสามารถรักษาให้หายจากภาวะไธรอยด์เป็นพิษได้จากการใช้รังสีไอโอดีน ไม่ว่าผู้ป่วยรายนั้นดื้อต่อการรักษาด้วยยา หรือหลังจากประสบความล้มเหลวจากการผ่าตัด เป็นต้น

ข้อบ่งชี้โดยทั่วไปของการให้รังสีไอโอดีน

  1. ผู้ป่วยที่ไม่สามารถรักษาด้วยยาได้ด้วยสาเหตุ
    • แพ้ยา
    • หลังจากรักษาด้วยยาจนครบระยะเวลาแล้วแต่ยังไม่หาย
    • ขณะรับการรักษาด้วยยาแพทย์พบว่ามีแนวโน้มที่จะไม่หาย
    • กลับเป็นซ้ำหลังจากรักษาหายด้วยยา
  2. ผู้ป่วยที่มีปัญหากับการผ่าตัด
  3. ผู้ป่วยที่ไม่หายหลังการผ่าตัด
  4. ผู้ป่วยที่มีการกลับเป็นซ้ำหลังการผ่าตัด
  5. ผู้ป่วยสูงอายุ

รังสีไอโอดีนไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยไธรอยด์เป็นพิษที่สงสัยว่าอาจจะมีมะเร็งร่วมด้วย

ผลอันไม่พึงประสงค์

  1. ผู้ป่วยมีอัตราการเกิดภาวะบกพร่องฮอร์โมนของต่อมไธรอยด์ได้สูงกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่น ภาวะบกพร่องฮอร์โมนไธรอยด์นั้นเป็นภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากเป็นธรรมชาติของไธรอยด์เป็นพิษ ในทางทฤษฎีผู้ป่วยทุกรายจะประสบภาวะนี้ทุกคนเพียงแต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น ในกรณีที่เกิดขึ้นช้ามาก ผู้ป่วยอาจถึงอายุขัยก่อนอาการปรากฏ ในกรณีที่เกิดขึ้นเร็วภาวะบกพร่องฮอร์โมนนี้อาจเกิดหลังการรักษาเพียง 3 เดือน พบว่าอัตราการเกิดภาวะดังกล่าวจะพบบ่อยสุดในช่วงขวบปีแรกของการรักษา อย่างไรก็ตาม ภาวะบกพร่องฮอร์โมนของต่อมไธรอยด์ เป็นภาวะที่แพทย์และผู้ป่วยสามารถดูแลรักษาอย่างสะดวกและปลอดภัยสูง เพียงผู้ป่วยได้รับฮอร์โมนเสริมของไธรอยด์ในปริมาณที่เหมาะสมและต่อเนื่อง ผู้ป่วยก็จะอยู่ในสภาวะปกติไปตลอด ผู้ป่วยบางคนอาจกลัวภาวะพร่องฮอร์โมนไธรอยด์หลังการรับรังสีไอโอดีนมากเกินความจำเป็น แต่ผู้ป่วยควรทราบว่าแพทย์จะเลือกใช้วิธีการรักษาด้วยรังสีไอโอดีนก็ต่อเมื่อพิจารณาเห็นแล้วว่า ผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์มากกว่าโทษจากการรักษาและข้อสำคัญคือ ผู้ป่วยรายนั้นจะได้รับประโยชน์จากการรักษาด้วยรังสีไอโอดีนมากกว่าการรักษาด้วยยาหรือการผ่าตัด
  2. อาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ต่อมไธรอยด์อักเสบ ซึ่งอาการต่างๆ เหล่านี้พบได้น้อยมาก
  3. กระตุ้นให้เกิดภาวะไธรอยด์เป็นพิษมากขึ้น ในระยะสั้นๆ ซึ่งภาวะนี้อายุรแพทย์จะให้ยาเพื่อควบคุมอาการดังกล่าว
  4. ผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยมักกังวลมาก คือ รังสีไอโอดีนจะเหนี่ยวนำให้เกิดมะเร็งในอนาคตหรือไม่ ในสตรีวัยเจริญพันธ์อาจกังวลว่ารังสีจะทำให้เป็นหมันหรือนำให้บุตรที่จะเกิดมาในอนาคตมีการผิดรูป จากการศึกษาผู้ป่วยที่ได้รับรังสีไอโอดีนในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา พบว่าการให้รังสีไอโอดีนเพื่อรักษาไธรอยด์เป็นพิษไม่สามารถเหนี่ยวนำการเป็นหมันหรือการเกิดมะเร็งได้

รังสีไอโอดีนรักษาไธรอยด์เป็นพิษได้อย่างไร เมื่อได้รับรังสีไอโอดีน รังสีส่วนมากจะจับที่ต่อมไธรอยด์และแผ่รังสี ทำให้เนื้อเยื่อของต่อมไธรอยด์ฝ่อลง ระดับการทำงานที่มากเกินไปของต่อมไธรอยด์จึงลดลงด้วยทำให้ภาวะเป็นพิษหาย ฤทธิ์ของรังสีไอโอดีนจะดำเนินอย่างต่อเนื่อง 3 เดือน ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยได้รับรังสีครบ 3 เดือน แพทย์จึงจะประเมินผลการรักษา แม้ว่าฤทธิ์ของการรักษาของรังสีจะต่อเนื่องตลอด 3 เดือน แต่รังสีจริงจะหมดไปจากร่างกายภายใน 1-2 สัปดาห์ และ รังสีส่วนเกินจะถูกขับออกทางอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลาย เราจึงมีข้อปฏิบัติตนสำหรับผู้ป่วยหลังการรักษาไธรอยด์ เป็นพิษด้วยรังสีไอโอดีนดังในเอกสารข้อห้ามสำคัญเพียงข้อเดียวสำหรับการให้รังสีไอโอดีน คือ ห้ามใช้รังสีไอโอดีนในสตรีตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด




 

เงื่อนไขในการรับบริการ | ร่วมงานกับเรา | แผนที่โรงพยาบาลวัฒโนสถ

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

โรงพยาบาลวัฒโนสถ เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทร. 0-2310-3000 หรือ 1719