> ศูนย์เฉพาะทางและคลินิก > เคมีบำบัดผู้ป่วยนอก

รู้จักโรงพยาบาลวัฒโนสถ

เข้าสู่ระบบ

สมาชิกใหม่ ลงทะเบียน

กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร


เคมีบำบัดผู้ป่วยนอก

  Wattanosoth Cancer Hospital Chemotherapy_Center

แผนกผู้ป่วยนอกเคมีบำบัด (OPD Chemotherapy Service) สถานที่ตั้ง ชั้น B 1 อาคาร I โรงพยาบาลวัฒโนสถ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้บริการกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับ Chemotherapy หรือ Molecular targeted therapy ในรายที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ทุกเพศ ทุกเชื้อชาติ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ และพยาบาลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางการพยาบาลผู้ป่วยมะเร็ง

ยาเคมีบำบัดคืออะไร

ในการรักษาโรคมะเร็งนั้น นอกจากการผ่าตัด และฉายแสงแล้ว ยังมีการรักษามะเร็งด้วยการใช้ยา แต่โดยทั่วไปมักเข้าใจกันว่า ยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง คือ ยาเคมีบำบัด หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า ยาคีโม (Chemotherapy) ความจริงนั้นยังมียาอื่นๆ ที่มีบทบาทรักษาโรคมะเร็งนอกเหนือจากยาเคมีบำบัดเช่น ยาฮอร์โมนบำบัด (Hormonal therapy) ยาเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน (Immunotherapy) และยาใหม่ๆ เช่น Molecular targeted therapy เป็นต้น ณ ปัจจุบันนี้ ยาเคมีบำบัด ยังจัดเป็นยาหลักและใช้กันบ่อยเมื่อเทียบกับยากลุ่มอื่นๆ นอกเหนือจากการใช้รักษาโรคมะเร็งแล้ว ยังมีการใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคอื่นๆ ที่ไม่ใช่โรคมะเร็งด้วย เช่น โรคที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบภูมิคุ้นกันของร่างกายที่เรียกว่า Autoimmune disease เป็นต้น

เซลล์มะเร็งมีคุณสมบัติที่แตกต่างจากเซลล์ปกติหลายประการ ที่สำคัญคือ เซลล์มะเร็งจะมีการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเซลล์อยู่เสมอโดยปราศจากการควบคุม ซึ่งต่างจากเซลล์ปกติจะไม่แบ่งตัวในสภาวะปกติโดยทั่วไป ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ระหว่างเซลล์ปกติและเซลล์มะเร็งจึงมาเป็นเป้าหมายหลักในการใช้ยาเคมีบำบัดรักษาโรคมะเร็ง โดยยาเคมีบำบัดจะมีกลไกการออกฤทธิ์หลักที่สำคัญ คือ การทำลายเซลล์โดยการขัดขวางขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัวของเซลล์ ซึ่งส่วนใหญ่คือ เซลล์มะเร็งนั่นเอง

ชนิดของยาเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดได้รับการผลิตและใช้กันอย่างแพร่หลายมานานหลายสิบปี จึงมีชนิดของยาเคมีบำบัดจำนวนมากถูกค้นคว้าผลิตออกมาเพื่อใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยมุ่งหวังให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น และหรือมีผลข้างเคียงต่ำลง โดยจะถูกรวบรวมเป็นกลุ่มตามกลไกการออกฤทธิ์ที่ขัดขวางการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง นอกจากชนิดแล้ว ยังมีรูปแบบการบริหารยาได้หลายแบบด้วย คือมีทั้งแบบยาฉีด ยารับประทาน และยาทา การเลือกใช้ชนิดหรือรูปแบบใดนั้นขึ้นกับการพิจารณาของแพทยผู้รักษาร่วมกับผู้ป่วย โดยจะอยู่บนพื้นฐานของลักษณะรายละเอียดของโรคมะเร็ง สภาพผู้ป่วย เป้าหมายของรักษา และข้อมูลจากการศึกษาวิจัย เป็นต้น

บทบาทของยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็ง

ยาเคมีบำบัดจัดเป็นหนึ่งในการรักษาหลักของการรักษาโรคมะเร็ง มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ป่วยอย่างมาก โดยแบ่งตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการรักษา คือ

  1. เพื่อทำให้หายจากโรคมะเร็ง มีโรคมะเร็งหลายโรคที่ถึงแม้ว่าจะเป็นมากและมีการแพร่กระจายแล้วยังสามารถรักษาให้หายได้ด้วยยาเคมีบำบัด เช่น โรคมะเร็งอัณฑะ โรคมะเร็ง sarcoma โดยเฉพาะในเด็กโรคมะเร็งทางด้านโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดในเด็ก มะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด เป็นต้น
  2. เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง มีมะเร็งอยู่หลายชนิด เช่น มะเร็งเต้านม ปอด ลำไส้ใหญ่ รังไข่ เป็นต้นโดยที่เป็นระยะแรกและได้รับการผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกหมดแล้ว อาจกลับเป็นซ้ำได้อีกในเวลาต่อมา การใช้ยาเคมีบำบัดในกรณีนี้เป็นการรักษาเสริมต่อจากการผ่าตัด ด้วยความมุ่งหวังว่าจะทำลายเซลล์มะเร็งที่หลงเหลืออยู่ภายหลังการผ่าตัดแต่ไม่สามารถตรวจพบได้ ถ้าเซลล์มะเร็งไม่ดื้อต่อยาเคมีบำบัดที่ให้ ผู้ป่วยรายนั้นจะไม่มีโรคมะเร็งกลับเป็นซ้ำอีก นั่นหมายถึงว่าหายจากโรคมะเร็งที่เป็น
  3. เพื่อลดขนาดของก้อนมะเร็ง ผู้ป่วยบางรายเมื่อแรกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมีก้อนมะเร็งที่ยังไม่แพร่กระจายไปไกลแต่อาจจะมีขนาดใหญ่เกินไปที่จะผ่าตัดออกได้หมด หรือถึงแม้จะผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกได้หมดก็ตามแต่อาจต้องสูญเสียอวัยวะหรือหน้าที่่ การใช้งานของอวัยวะนั้น เช่น สูญเสียเต้านมทั้งเต้า สูญเสียขา สูญเสียกล่องเสียงทำให้ไม่สามารถพูดได้เหมือนปกติ เป็นต้น แต่เมื่อให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัด สามารถช่วยลดขนาดของก้อนมะเร็งให้เล็กลงจนจากที่ไม่สามารถทำผ่าตัดได้กลายเป็นผ่าตัดได้ หรือจากที่ต้องตัดอวัยวะทั้งหมดกลายเป็นตัดเพียงบางส่วน ทำให้รูปลักษณ์หรือการใช้งานได้ใกล้เคียงปกติได้ นอกจากนี้มีมะเร็งบางชนิดที่การให้ยาเคมีบำบัดก่อนการผ่าตัดสามารถช่วยเพิ่มโอกาสหายหรือเพิ่มระยะเวลามีชีวิตได้ยืนยาวขึ้นกว่าการผ่าตัดอย่างเดียว
  4. เพื่อบรรเทาอาการ และหรือเพิ่มระยะเวลามีชีวิตให้ยืนยาวขึ้น การให้ยาเคมีบำบัดเพื่อจุดประสงค์นี้เป็นการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นมากแล้ว มีการแพร่กระจาย และเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีวิธีที่จะทำให้มะเร็งที่แพร่กระจายแล้วให้หายได้ แต่ยาเคมีบำบัดสามารถทำให้ก้อนมะเร็งลดลง ควบคุมการเจริญเติบโต หรือการแพร่กระจายของมะเร็งได้ ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากมะเร็งให้น้อยลงหรือหมดไป

การบริหารยาเคมีบำบัด

ยาเคมีบำบัดมีทั้งรูปแบบยารับประทาน ยาทา และยาฉีด ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของยาที่แพทย์เลือกใช้ โดยแพทย์จะพิจารณาจากโรคมะเร็งที่เป็น ระยะของโรค วัตถุประสงค์ของการรักษา ความแข็งแรงหรือสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย รวมทั้งความคิดเห็นและการตัดสินของผู้ป่วยด้วย ถ้าเป็นยารับประทานหรือยาทา สามารถให้ผู้ป่วยไปใช้ยานี้ที่บ้านได้ แต่ถ้าเป็นยาฉีดจำเป็นต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาล ความจำเป็นจะต้องนอนพักในโรงพยาบาลเพื่อรับยาเคมีบำบัดหรือไม่นั้น ขึ้นกับว่ายาชนิดนั้นสามารถให้ได้เสร็จสิ้นภายในวันเดียวกันหรือไม่ ถ้าจำเป็นต้องให้ยาหลายวันหรือมีข้อแทรกซ้อนเฉียบพลันก็จำเป็นที่จะต้องรับตัวผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล ส่วนระยะเวลาทั้งหมดในการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดนั้น ขึ้นกับสูตรยาที่แพทย์เลือกใช้ โดยทั่วไปแพทย์จะให้ยาเคมีบำบัดเป็นชุดๆ หรือที่เรียกว่าเป็นไซเคิลหรือคอร์ส ซึ่งมีได้อย่างน้อยตั้งแต่ 2 ชุดขึ้นไปจนถึงมากกว่า 10 ชุด แล้วแต่สูตรยา วัตถุประสงค์ ผลแทรกซ้อน และผลการตอบสนองต่อยา แต่โดยทั่วไปประมาณ 4-6 ชุด โดยแต่ละชุดจะมีช่วงเวลาพักห่างกันแล้วแต่สูตรยาที่ใช้ ซึ่งโดยทั่วไปห่างกัน 3-4 สัปดาห์ต่อชุด เพราะฉะนั้นระยะเวลาทั้งหมดจะแปรตามระยะห่างของแต่ละชุดและจำนวนชุดที่ใช้ในการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด

ผลข้างเคียงหรืออาการแพ้ยาเคมีบำบัด

ถึงแม้ว่ายาเคมีบำบัดจะมุ่งออกฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งเป็นหลัก แต่เซลล์ปกติของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์ที่มีการแบ่งตัวได้บ่อยๆ เช่น เซลล์ผม เซลล์เยื่อบุผิวต่างๆ หรือเซลล์เม็ดเลือดต่างๆ เป็นต้น อาจได้ผลกระทบจากยาเคมีบำบัดได้ ทำให้เกิดอาการข้างเคียงขึ้นได้ อาการต่างๆ เหล่านี้ พอสรุปดังตัวอย่างต่อไปนี้ เ่ช่น

  • คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
  • แผลในปาก ท้องผูก หรือท้องเสีย
  • ผมร่วง เล็บผิดปกติ
  • ผลกระทบต่อการทำงานของไต ตับ หรือ หัวใจ
  • ระบบประสาทผิดปกติ
  • กดการทำงานของไขกระดูก มีผลทำให้เกิดการซีด ภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคน้อยลง เลือดออกง่าย
  • ไข้ ติดเชื้อ
  • อื่นๆ

คนทั่วไปจะกลัวการรักษามะเร็งด้วยยาเคมีบำบัดอย่างมาก เพราะว่ากลัวการเกิดอาการต่างๆ ที่แสดงไว้ แต่ในความจริงอาการต่างๆที่แสดงไว้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมด และทุกคน แต่จะเกิดเพียงบางอาการ และอยู่ในระดับที่ไม่รุนแรง และยอมรับได้ เป็นเพียงชั่วคราว และส่วนใหญ่กลับคืนเป็นปกติได้ สามารถบรรเทาอาการหรือป้องกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภายใต้การดูแลรักษาโดยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ มีความพร้อมของทีมแพทย์ และผู้ป่วยรวมทั้งญาติ โอกาสที่จะเกิดอาการข้างเคียงหลายๆอย่างพร้อมกันในระดับที่รุนแรงนั้นมีน้อย

การเตรียมตัวก่อน และหลังการให้ยาเคมีบำบัด

ทีมแพทย์จะทำการประเมินสภาพของโรค และตัวผู้ป่วยก่อนที่จะตัดสินเลือกการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด โดยจะอยู่บนพื้นฐานที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และผลข้างเคียงหรือโทษน้อยที่สุดต่อผู้ป่วยและจะให้ข้อมูลทั้งหมดแก่ผู้ป่วย และญาติเพื่อประกอบการตัดสินใจร่วมกันก่อนการรักษา ทีมแพทย์ พยาบาล และเภสัชกรจะให้ความรู้เรื่องยา การบริหารยา ประโยชน์ ผลข้างเคียง รวมทั้งการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเหมาะสม ก่อน ระหว่างและหลังการรักษา

ผู้ป่วยและประชาชนโดยทั่วไปมักมีความเข้าใจผิด และความกลัวต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดอย่างมาก แต่ด้วยความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวข้องกับยาเคมีบำบัดที่จะช่วยขจัดปัญหาความเข้าใจผิดเหล่านี้ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ถูกต้องเพิ่มโอกาสหาย และช่วยยืดชีวิตผู้ป่วยได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี




 

เงื่อนไขในการรับบริการ | ร่วมงานกับเรา | แผนที่โรงพยาบาลวัฒโนสถ

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

โรงพยาบาลวัฒโนสถ เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทร. 0-2310-3000 หรือ 1719