การรักษาโดยการฉายแสง
การรักษาโดยการฉายแสง คือ
การใช้เครื่องมือพิเศษที่สามารถปล่อยรังสีที่มีพลังงานสูง
เพื่อไปหยุดยั้งการเจริญเติบโต และการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง
รังสีนี้จะไปทำลายั้งเซลล์มะเร็ง และเซลล์ปกติที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว
แต่เนื่องจากเซลล์มะเร็งเป็นเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเร็วมาก
ดังนั้น จึงจะถูกทำลายไปได้มากกว่า และนอกจากนั้นเซลล์ปกติมีคุณสมบัติที่จะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลายไปแล้วได้
จึงทำให้เนื้อเยื่อ และอวัยต่างๆ ยังคงรูปร่าง
และทำงานได้ตากปกติ ผิดกับเซลล์มะเร็งที่ไม่สามารถจะสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนได้
แต่ที่ก้อนมะเร็งอาจโตต่อไปได้ก็เนื่องจากเซลล์มะเร็งบางส่วนที่ไม่ถูกทำลาย
สามารถแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับในการรักษามะเร็งเต้านมเรามักจะใช่ร่วมกับการผ่าตัด
เช่น ฉายแสงรักษาภายหลังที่ได้ผ่าตัดเต้านมออกไปแล้ว
ในรายที่มะเร็งแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้แล้ว
หรือในรายที่ก้อนมะเร็งอยู่ทางส่วนครึ่งในของเต้านม หรือบริเวณใต้หัวนม
ในบางครั้งอาจจะใช้รักษาด้วยการฉายแสงก่อนการผ่าตัด
ในรายที่ก้อนมะเร็งใหญ่มากเพื่อให้ก้อนยุบลงเสียก่อนแล้ว จึงค่อยตัดก้อนออกภายหลัง
หรือในรายที่ก้อนมะเร็งแตกออกเป็นแผลมีการติดเชื้อ หรือมีเลือดออก
ซึ่งไม่เหมาะสมที่จะรักษาโดยการผ่าตัด การฉายแสงก็จะทำให้ก้อนยุบลง
และลดอาการดังกล่าวได้มาก และฉายแสงจะมีประโยชน์มากในรายที่มะเร็งได้มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ
ของร่างกาย ซึ่งบางครั้งไม่สามารถผ่าตัดออกได้ เช่น ที่สมอง, กระดูก, ปอด, ตับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามะเร็งแพร่กระจายไปที่กระดูก
ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดได้อย่างมาก การฉายแสงจะลดอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว
ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องทรมานจากอาการปวด
และสามารถที่จะปฏิบัติภารกิจประจำวันด้วยตนเองได้
โดยทั่วๆ ไปแล้ว การรักษาจะใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์
สัปดาห์ละ 5 วัน ตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์ หยุดเสาร์ และอาทิตย์
เพื่อให้ร่างกาย และผิวหนังได้มีเวลาพักผ่อน
และซ่อมแซมเนื้อเยื่อส่วนที่ถูกทำลายไป
เมื่อเริ่มรักษาแล้วก็ควรจะมารับการรักษาโดยต่อเนื่องจนครบกำหนด
มิฉะนั้นจะได้จำนวนรังสีน้อยกว่าที่ควรก็จะทำลายเซลล์มะเร็งไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร
การฉายแสงในแต่ละวันนั้นจะกินเวลาเพียงไม่กี่นาที
และในระหว่างนั้นท่านก็จะไม่รู้สึกอะไรเลย
การที่ต้องใช้เวลาฉายแสงนานก็เพราะว่าจำนวนรังสีจะต้องมากพอสมควร จึงจะไปทำลายเซลล์มะเร็งได้
แต่การฉายครั้งละจำนวนมากๆ ร่างกายของผู้ป่วยก็จะทนไม่ไหว
ดังนั้นจึงต้องแบ่งออกเป็นวันละน้อยๆ แต่ฉายติดต่อกันหลายๆ วัน
เพื่อที่ร่ายกายจะได้ทนได้ และจำนวนรังสีก็ต้องมากพอจึงจะไปทำลายเซลมะเร็งได้
เนื่องจากรังสีนั้นจะไปมีผลต่อเนื้อเยื่อปกติที่เป็นทางผ่านของรังสี
จึงอาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนข้างเคียงได้
ซึ่งในผู้ป่วยบางรายก็อาจจะเกิดน้อยมากจนแทบไม่มีอาการผิดปกติเลย
หรือในบางรายอาจจะมีอาการอย่างรุนแรงก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้านทานของแต่ละบุคคล
และส่วนมากก็มักจะเป็นเพียงชั่วคราว
แต่บางครั้งอาจจะมีผลต่อเนื่องหลังจากที่การรักษาสิ้นสุดลงไปแล้วก็ได้
ดังนั้นถ้ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้น จึงควรที่จะรีบบอกให้พยาบาล
หรือแพทย์ผู้ให้การรักษาทราบทันที
สำหรับการฉายแสงรักษามะเร็งเต้านมนั้น
ก็มักจะเป็นการฉายเพียงตื้นๆ รังสีไม่ลงไปถึงอวัยวะสำคัญๆ ที่อยู่ลึกลงไป
ดังนั้นจึงไม่ค่อยพบอาการแทรกซ้อนข้างเคียงที่รุนแรงเหมือนกับการฉายแสงรักษามะเร็งชนิดอื่นๆ
ที่อยู่ในอวัยวะที่ลึกลงไป เช่น กล่องเสียง, หลอดอาหาร
เป็นต้น ท่านอาจจะรู้สึกเหนื่อย และเพลียในระหว่างที่กำลังฉายแสงอยู่
(ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สึกเช่นนั้น)
ร่างกายของท่านต้องการพลังงานมากขึ้นเพื่อที่จะต่อสู้กับเซลมะเร็ง
และเพื่อใช้ในการซ่อมแซม และเสริมสร้างเนื้อเยื่อปกติที่ถูกทำลายไปจากการฉายแสง
ดังนั้น ท่านจึงควรจะพักผ่อนให้มากที่สุด
และวางแผนการออกกำลังกายแต่พอสมควร ท่านอาจหางานอดิเรกที่เบาๆ
ทำเพื่อเป็นการฆ่าเวลา และจะได้ไม่ต้องออกแรงมากนั้น
แต่ถ้าท่านมีความรู้สึกอ่อนเพลียตั้งแต่ตอนตื่นนอนเช้า
หรือนอนไม่ค่อนหลับตลอดทั้งคืน กรุณาแจ้งให้แพทย์หรือพยาบาลทราบทันที
ท่านอย่าไปซื้อยานอนหลับมารับประทานเองอาจจะมีอันตรายได้
ในบางครั้งท่านอาจจะไม่รู้สึกหิวเลย
แต่ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องรับประทานอาหารให้ถูกต้อง
และเหมาะสม เพราะว่าในระหว่างที่กำลังฉายแสงนั้น
ร่างกายของท่านต้องการอาหารอย่างมาก เพื่อที่จะนำไปใช้ซ่อมแซม
และเสริมสร้างเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย และเพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกาย
ท่านควรจะต้องระวังรักษาน้ำหนักของท่าน
ถึงแม้ในท่านที่มีน้ำหนักมากก็ไม่ควรที่จะให้น้ำหนักลดในระหว่างการฉายแสง