> ศูนย์เฉพาะทางและคลินิก > ศูนย์เต้านมกรุงเทพ > > ฮอร์โมน > วิธีการรักษาผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว

รู้จักโรงพยาบาลวัฒโนสถ

เข้าสู่ระบบ

สมาชิกใหม่ ลงทะเบียน

กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร


วิธีการรักษาผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว

Wattanosoth Cancer Hospital Breast Center

ส่วนในผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว (postmenopausal) คือผู้ป่วยที่ไม่มีประจำเดือนมานานกว่า 1 ปี
ไปแล้ว การรักษาของเราจะตรงกันข้ามกับในผู้ป่วยที่ยังมีประจำเดือนอยู่ โดยการให้ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับ
การเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านมในขนาดที่สูงมากๆ เราก็จะพบว่าได้ผลดีเช่นกัน ฮอร์โมนที่เรานิยมใช้ คือ

  • ฮอร์โมนที่สร้างจากรังไข่ คือฮอร์โมนเพศหญิงกับโปรเจสเตอโรน
  • ฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมหมวกไต คือฮอร์โมนเพศชายและคอติโคสเตียรอย

ในปัจจุบันเรามีสารสังเคราะห์ตัวใหม่ ซึ่งจะมีฤทธิ์ป้องกันไม่ให้ฮอร์โมนเพศหญิงเข้าไปออกฤทธิ์กระตุ้น
การเจริญเติบโตของมะเร็ง เราจึงเรียกตัวยานี้ว่า แอนติเอสโตรเจน (antiestrogen) การบริหารยากลุ่มนี้ค่อนข้างสะดวก เพราะว่าส่วนใหญ่ให้โดยการรับประทาน มีบางชนิดเท่านั้นที่ให้โดยการฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งก็นับว่าสะดวกกว่าการให้สารเคมีบำบัดซึ่งส่วนมากจะต้องให้โดยการฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำมาก อาการแทรกซ้อนข้างเคียงก็พบได้พอสมควรแต่มักจะไม่รุนแรง หรือเป็นอันตรายต่อชีวิตนัก เช่น คลื่นไส้อาเจียน, บวมเจ็บตึงที่เต้านมข้างที่เหลืออยู่, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่, เลือดออกทางช่องคลอด และอาการที่สำคัญ คือการที่มีระดับแคลเซียมในเลือดสูงผิดปกติ (Hypercalcemia) ซึ่งพบได้ค่อนข้างน้อย และมักจะพบเฉพาะในผู้ป่วยที่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูก ผู้ป่วยจะรู้สึกกระหายน้ำ, อ่อนเพลีย, คลื่นไส้อาเจียน, เบื่ออาหาร และถ้าไม่ได้รับการวินิจฉัย และรักษาที่ถูกต้อง และทันท่วงที อาจจะถึงขั้นหมดสติ และเสียชีวิตได้ แต่ถ้าวินิจฉัยได้แล้วการรักษาไม่ยุ่งยาก และมักจะหายภายใน 1 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ได้รับฮอร์โมนเพศชายเข้าไปนานๆ อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายไปทางเป็นชายมากขึ้น เช่น เสียงห้าวขึ้น, มีหนวด และสิวมากขึ้น และอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและความรู้สึกทางเพศด้วย

ส่วนการรักษาด้วยแอนติเอสโตรเจน ซึ่งเป็นตัวยาใหม่นั้น ผลของการรักษาดีเท่าๆ กับการรักษาด้วยฮอร์โมนเพศทั้งสองชนิด แต่อาการแทรกซ้อนข้างเคียงน้อยกว่ามาก ในปัจจุบันจึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว และมีเอสโตรเจนรีเซบเตอร์

สรุปการรักษาผู้ป่วยที่หมดประจำเดือนแล้ว เราจะเริ่มต้นด้วยการให้ฮอร์โมนเพศหญิง หรือแอนติโตรเจน ลำดับต่อไป ก็คือการทำลายต่อมหมวกไต หรือต่อมใต้สมอง ต่อจากนั้นก็ให้โปรเจสเตอโรน หรือฮอร์โมนเพศชาย และขั้นสุดท้ายก็คือการให้คอติโคสเตียรอย หลังจากนี้แล้วก็ต้องเปลี่ยนเป็นการรักษาด้วยสารเคมีบำบัด

สาเหตุที่การรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนมีหลายลำดับขั้นตอนนั้น ก็เนื่องมาจากการรักษาด้วยวิธีนี้ ส่วนใหญ่จะทำลายเซลมะเร็งไม่หมด แต่จะทำให้จำนวนเซลมะเร็งลดลงมาก อาการ และอาการแสดงของมะเร็งก็จะหยุดไปชั่วคราว ซึ่งส่วนมากก็จะอยู่ในระหว่าง 2-12 เดือน แล้วก็มักจะกลับเป็นซ้ำขึ้นมาอีก เราก็ใช้วิธีอื่นๆ ของการรักษาด้วยฮอร์โมนตามลำดับ เพราะเราทราบดีว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีผลตอบสนองที่ดีต่อการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมน ไม่ว่าวิธีใดก็มักจะมีผลตอบสนองที่ดีการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนวิธีอื่นๆ ด้วย และที่เราไม่นิยมใช้การรักษาด้วยสารเคมีบำบัดเสียตั้งแต่แรก ก็เพราะว่ามีอาการแทรกซ้อนข้างเคียงสูงกว่าการรักษาด้วยวิธีฮอร์โมนมาก และถ้ารักษาไม่ได้ผลแล้ววิธีอื่นๆ ก็มักจะไม่ได้ผลด้วย เราจึงมักจะเก็บไว้ใช้ต่อเมื่อการรักษาด้วยฮอร์โมนไม่ได้ผลแล้ว หรือในรายที่เราคิดว่าการรักาาด้วยฮอร์โมนจะไม่ได้ผล เช่น ในผู้ป่วยที่ไม่มีเอสโตรเจนรีเซบเตอร์ หรือในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงที่เราต้องหวังผลของการรักษาให้ได้ผลเร็วที่สุด




 

เงื่อนไขในการรับบริการ | ร่วมงานกับเรา | แผนที่โรงพยาบาลวัฒโนสถ

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

โรงพยาบาลวัฒโนสถ เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทร. 0-2310-3000 หรือ 1719