ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
เยื่อบุทางเดินอาหารนั้นเป็นเซลที่มีการเจริญอย่างรวดเร็ว
มันก็จะไวต่อสารเคมีบำบัดมาก ดังนั้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาจมีอาการคลื่นไส้ และอาเจียน
ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นชั่วระยะ 2-3 ชม. หลังจากที่ได้รับสารเคมีบำบัด
เราก็มียาหลายชนิดที่จะลดอาการคลื่นไส้อาเจียนของท่านได้
นอกจากนั้นยังอาจทำให้เกิดอาการท้องเดินหรือท้องผูกก็ได้
ข้อแนะนำเพื่อลดอาการคลื่นไส้ และอาเจียน
- พยายามรับประทานอาหารครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยๆ
ตลอดทั้งวัน เพื่อที่กระเพาะจะได้ไม่แน่น
- ไม่ควรจะดื่มน้ำในระหว่างรับประทานอาหาร
เพื่อป้องกันไม่ให้กระเพาะแน่น ทางที่ดีไม่ควรจะดื่มก่อน
และหลังอาหารเป็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
- พยายามหลีกเลี่ยงอาหารหวาน, อาหารที่ปรุงโดยการทอด
และอาหารมันๆ
- พยายามเคี้ยวให้ละเอียด
เพื่ออาหารจะได้ถูกย่อยได้ง่ายๆ และผ่านกระเพาะไปได้รวดเร็ว
- พยายามรับประทานอาหารแห้งๆ เช่น
ขนมปังปิ้งหรือขนมปังกรอบ ซึ่งจะช่วยลดอาการคลื่นไส้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้า
- พยายามดื่มน้ำที่เย็นแต่ไม่หวานนัก, น้ำผลไม้,
น้ำอัดลม
- ควรรับประทานอาหารเบาๆ เช่น ซุป หรือขนมปังกรอบก่อน
และหลังรับการรักษา
- ถ้าได้กลิ่นอาหารแล้วรู้สึกคลื่นไส้
ก็อย่าปรุงอาหารรับประทานเอง และถ้าเป็นไปได้ก็ควรหลีกเลี่ยงให้ห่างๆ
ในขณะที่กำลังมีการปรุงอาหารอยู่
- ไม่ควรจะนอนราบอย่างน้อยประมาณ 2 ชั่วโมง
หลังจากรับประทานอาหาร แต่ก็ไม่ควรไปออกกำลังกายในช่วงนั้น
เพราะว่าการออกกำลังกายอาจทำให้การย่อยอาหารช้าลง
และอาจทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายมากขึ้น
- ก่อนนอนหรือระหว่างอาหารแต่ละมื้อควรจะมีอาหารว่าง
เช่น นม, ขนม, ผลไม้ เพื่อที่จะได้ช่วยเพิ่มแคลอรี่
และเพื่อช่วยรักษาน้ำหนักไม่ให้ลด
นอกจากนั้นก็อาจจะมีของว่างที่มีโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตสูง
ซึ่งจะถูกย่อยไปได้เร็วทำให้ผู้ป่วยจะรู้สึกหิวได้อีก
เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารตามปกติ
แต่ถ้าท่านปฏิบัติตามนี้แล้วยังไม่ได้ผล
เราก็มียาสำหรับป้องกัน และแก้ไขอาการคลื่นไส้อาเจียนของท่านได้
ถ้าท่านมีอาการขอให้รีบบอกทันที
และถ้าท่านได้รับยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นก็ควรจะรายงานให้เราทราบ
เพราะว่าเรายังมียาอีกหลายชนิดที่จะให้ท่านเพื่อลดอาการดังกล่าว
อาการท้องเดินหรือท้องผูก
ก็อาจพบได้บ้างแต่น้อยกว่าคลื่นไส้อาเจียนมาก เราก็มีข้อแนะนำสำหรับท่าน คือ
- ถ้าท่านมีอาการท้องเดิน พยายามรับประทานอาหารอุ่นๆ
และไม่ควรรับประทานอาหารที่ร้อน
เพราะว่าความร้อนจะไปกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวมากขึ้น
อาหารยังไม่ทันถูกย่อยได้ดีก็ผ่านลำไส้เล็กส่วนต้นไปแล้ว ทำให้ถูกดูดซึมได้น้อย
และเกิดอาการท้องเดิน
- พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่จะทำให้เกิดก๊าซ เช่น
กล่ำปลี, โซดา, ถั่ว, อาหารรสเผ็ด, และอาหารที่หวานจัด
- พยายามอย่าอดอาหาร
- พยายามรับประทานอาหารที่มีกากน้อยๆ เช่น กล้วยหอม,
เนย, มัน, เนื้อ
- พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากมากๆ
ซึ่งจะเป็นตัวช่วยทำให้ท้องระบาย เช่น ผลไม้, ผักดิบๆ, ข้าวโพด
- ควรดื่มนมมากๆ
เพื่อจะได้ทดแทนโปรแตสเซียมที่สูญเสียไปกับอุจจาระ
-
ถ้าท่านท้องผูกก็ควรจะรับประทานอาหารตรงกันข้ามกับที่กล่าวมาแล้ว
และควรปรึกษาแพทย์ หรือพยาบาลก่อนที่จะใช้ยาระบาย