ข้อแนะนำการรักษาทางทันตกรรม
การถอนฟัน
- หลังถอนฟันให้กัดผ้าก๊อซให้แน่น 1 ซ.ม. (1/2 ซ.ม. ถ้าเป็นการถอนฟันน้ำนม) อย่าพูดหรือเคี้ยวผ้าก๊อซเล่น
- หลังเอาผ้าก๊อซออก หากพบว่ายังมีเลือดออกจากแผลที่ถอนฟันให้วางผ้าก๊อซชิ้นใหม่ที่แผลถอนฟัน และกัดต่อให้แน่นอีก 1/2 ซ.ม.
- ไม่บ้วนน้ำลายหรือกลั้วปากแรง ๆ ภายใน 24 ช.ม. หลังถอนฟัน ควรแปรงฟันให้สะอาดหลังอาหาร และก่อนนอน โดยระวังอย่าให้โดนบริเวณแผล
- ตลอดหนึ่งสัปดาห์หลังจากวันที่ถอนฟัน ให้อมน้ำเกลือบ้วนปากเบา ๆ (ใช้เกลือป่น 1/2 ช้อนชาผสมน้ำอุ่น 1 แก้ว)
- รับประทานยาตามที่ทันตแพทย์แนะนำ :
- ยาแก้ปวด รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด เมื่อมีอาการปวด
- ยาปฏิชีวนะ (เฉพาะบางราย) ต้องรับประทานให้ครบจนยาหมด
ศัลยกรรมในช่องปาก
ในการผ่าตัดฟันคุด และศัลยกรรมในช่องปากอื่น ๆ ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อแนะนำหลังการถอนฟัน และมีข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติม ดังนี้
- ในวันแรกหลังการผ่าตัด
ควรประคบเย็นด้านนอกปาก บริเวณที่ใกล้แผลผ่าตัด โดยใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบ
เพื่อช่วยลดอาการบวมที่จะเกิดขึ้น ไม่ควรอมน้ำแข็ง
- เริ่มประคบร้อนในวันที่ 2 โดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น่จัดบิดให้หมาด อาการบวมจะลดลงเป็นปกติภายใน 1 สัปดาห์
- งดการใช้งานของฟันด้านที่รับการผ่าตัดจนแผลหายดี งดการออกกำลังกายที่หักโหม และกีฬาทางน้ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
- สัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ควรรับประทานอาหารอ่อน งดอาหารเผ็ด และร้อนจัด
- กลับไปพบทันตแพทย์ตามที่นัดหมาย (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) เพื่อตัดไหม และตรวจดูความเรียบร้อยของแผลผ่าตัด
การรักษารากฟัน
- หลังการรักษารากฟัน อาจมีอาการปวดอยู่ 2-3 วัน ให้รับประทานยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการ
- สัปดาห์แรกหลังการรักษา
ควรรับประทานอาหารอ่อน หรือเคี้ยวอาหารโดยใช้ฟันข้างที่ไม่ได้รับการรักษา
และงดการใช้ฟันที่รักษาเคี้ยวอาหารแข็ง จนกว่าการครอบฟัน
หรืออุดฟันถาวรจะเสร็จสมบูรณ์
- หากพบว่าอาการปวดไม่ดีขึ้นหลังรับประทานยา หรือมีอาการบวมเกิดขึ้น ควรปรึกษาทันตแพทย์ที่ให้การดูแล เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
การขูดหินปูน และผ่าตัดเหงือก
- หลังการขูดหินปูนภายใน 24 ช.ม. ไม่ควรบ้วนปากบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้เลือดออกตามไรฟันมากขึ้น
- หลังการขูดหินปูน
2-3 วันแรก อาจมีอาการเสียวฟันเมื่อดื่มน้ำเย็น หรือขณะแปรงฟัน
และระบมที่เหงือกเล็กน้อย ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารร้อนหรือเย็นจัด
- การแปรงฟันให้สะอาดร่วมกับการใช้ไหมขัดฟันตามที่ทันตแพทย์แนะนำ จะช่วยลดอาการเสียวฟัน และอักเสบของเหงือกให้เป็นปกติได้เร็วขึ้น
- หลังการผ่าตัดเหงือก ควรรับประทานอาหารอ่อน งดการใช้งานของฟันด้านที่รับการผ่าตัดจนแผลหายดี
- งดการออกกำลังกายที่หักโหม และกีฬาทางน้ำซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
- รับประทานยาตามที่ทันตแพทย์แนะนำ :
- ยาแก้ปวด รับประทานครั้งละ 1-2 เม็ด เมื่อมีอาการปวด
- ยาปฏิชีวนะ (เฉพาะบางราย) ต้องรับประทานให้ครบจนยาหมด
- น้ำยาอมบ้วนปาก (เฉพาะบางราย) ใช้ตามคำแนะนำ
- กลับไปพบทันตแพทย์ตามที่นัดหมาย (ประมาณ 1-2 สัปดาห์) เพื่อตัดไหม และตรวจดูความเรียบร้อยของแผลผ่าตัด
การใช้ยาชาเฉพาะที่
ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในคนไข้เด็ก
ผู้สุงอายุ และผู้ที่มีโรคทางระบบ
หรือได้รับยาซึ่งอาจลดความสามารถในการควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ
- ยาชาเฉพาะที่จะมีฤทธิ์อยู่นาน 2-3 ช.ม. หลังการรักษา
- ควรดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการกัดริมฝีปาก ลิ้นหรือกระพุ้งแก้มขณะที่ยังชาอยู่
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ต้องเคี้ยวขณะที่ยังรู้สึกชา
หากจำเป็นให้รับประทานอาหารอ่อน
และเคี้ยวโดยใช้ฟันข้างที่ไม่ได้รับการรักษา
- หากกัดโดนริมฝีปาก
ลิ้น หรือกระพุ้งแก้มเป็นแผล อาจมีเลือดออก หรือบวมร่วมด้วย
ใช้ผ้าสะอาดกดไว้จนเลือดหยุด แผลจะมีอากรเจ็บหรือระบมเมื่อหายชา
หากจำเป็นให้รับประทานยาแก้ปวด
- หลีกเลี่ยงอาหารรสเปรี้ยวหรือรสเผ็ด รักษาบริเวณแผลที่กัดให้สะอาด ไม่จำเป็นต้องใส่ยาที่แผล จะหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์
การใช้ยาชาลดความกังวล
- งดอาหารทุกชนิดและนม (ยกเว้นน้ำเปล่า) อย่างน้อย 4 ช.ม. ก่อนเวลานัด
- หากเริ่มเป็นหวัดหรือมีไข้ก่อนวันนัด กรุณาติดต่อศูนย์ทันตกรรมทันที เพื่อปรึกษาทันตแพทย์ประจำ
- หลังรับประทานยาลดความกังวล
เด็กอาจร้องไห้งอแงกอ่นที่จะหลับ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยา
ควรมีผู้ปกครองอยู่ดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา
การดูแลหลังการรักษา
- กรณีที่ผู้ปกครองขับรถมาเอง
ควรมีผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งดูแลเด็กในระหว่างที่นังรถกลับบ้าน
เพราะยาที่ใช้จะมีผลทำให้เด็กง่วงนอนต่ออีก 3-4 ช.ม. หลังกการรักษา
- เมื่อกลับถึงบ้านให้ผู้ป่วยนอนพักในที่สบาย และดูแลจนตื่นเต็มที่
- เด็กบางคนอาจหลับต่อเนื่องนาน
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการขาดน้ำ ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้มีไข้ต่ำ ๆ
ควรปลุกให้ขึ้นมาดื่มน้ำ หรือรับประทานอาหารอ่อน
ภายหลังเสร็จการรักษาไม่เกิน 4 ช.ม.
การดมยาสลบหรือยากดความรู้สึกระดับลึก
การเตรียมาตัวก่อนการรักษา
- ควรใช้วิสัญญีแพทย์ หรือแพทย์ประจำตัวตรวจร่างกายก่อนการรักษาภายใน 1 สัปดาห์ (รวมทั้งการตรวจทางแลปที่จำเป็นตามความเห็นแพทย์)
- หากเริ่มเป็นหวัดหรือมีไข้ก่อนวันนัด
กรุณาติดต่อศูนย์ทันตกรรมทันที เพื่อปรึกษาทันตแพทย์ประจำ
และหากต้องเลื่อนการรักษา ทางศูนย์ฯ จะดำเนินการติดต่อวิสัญญีแพทย์
และบุคลากรที่เกี่ยวข้องให้ทราบ
- เพื่อความปลอดภัยในการรักษา กรุณาปฏิบัติโดยเคร่งครัด :
- ถ้าผู้ป่วยอายุ < 4 ปี งดอาหารทุกชนิดและนม 6 ช.ม. งดน้ำเปล่า 4 ช.ม. ก่อนเวลานัด
- ถ้าผู้ป่วยอายุ > 4 ปี งดอาหารทุกชนิดและนม 8 ช.ม. งดน้ำเปล่า 6 ช.ม. ก่อนเวลานัด
การดูแลหลังการรักษา
- ในกรณีทั่วไป
วิสัญญีแพทย์จะอนุญาตให้ผู้ป่วยกลับบ้านได้ในวันที่รับการรักษา
หลังจากรู้สึกตัวตื่น และตอบสนองได้ดี (ประมาณ 1 ช.ม. หลังการรักษา)
- อาการข้างเคียงที่อาจพบร่วมกับการรักษา :
- คลื่นไส้อาเจียน พบได้บ่อยใน 1-2 ช.ม. หลังการรักษา จึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำจำนวนมากในช่วงนั้น
-
มีไข้ ในผู้ป่วยเด็กเล็กมีโอกาสเกิดไข้ต่ำ ๆ ได้ เนื่องจากร่างกายขาดน้ำ
จึงแนะนำให้เริ่มดื่มน้ำหลังจาก ช.ม. แรก โดยเริ่มจากปริมาณน้อย
และถ้าเด็กไม่อาเจียน จึงเพิ่มปริมาณมากขึ้น หรือให้อาหารเหลง
หากมีไข้สามารถให้ยาลดไข้ร่วมด้วย
- เจ็บคอ อาจเกิดเนื่องจากคอแห้งในระหว่างการรักษา การจิบน้ำปริมาณน้อย แต่บ่อยครั้งสามารถช่วยได้ และควรรับประทานอาหารอ่อนในวันแรก
- เจ็บแผล หากมีการถอนฟัน หรือผ่าตัดในช่องปากร่วมด้วย ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำในหัวข้อ ศัลยกรรมในช่องปาก
- ดูแลในช่องปากให้สะอาด โดยใช้แปรงขนอ่อนแปรงฟันหลังอาหาร และก่อนนอน
- ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น