ศูนย์เฉพาะทางและคลินิก > ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อกรุงเทพ

เข้าสู่ระบบ

สมาชิกใหม่ ลงทะเบียน

ค้นหาและนัดหมายแพทย์

กรอกอีเมล์เพื่อรับข่าวสาร


ศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อกรุงเทพ

Bangkok Hospital Diabetes & Endocrine Center
การรักษาโรคเบาหวานให้ได้ผลดีที่สุด มีความจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือของบุคลากรทางการแพทย์หลายสาขาวิชา รวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้ในการดูแลตนเอง

การก่อตั้งศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อกรุงเทพ จึงเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างทีมบุคลากรทางการแพทย์ให้มีความเชี่ยวชาญ และมีมาตรฐานในการสอนผู้ป่วยเบาหวาน รวมทั้งการจัดหาบุคลากรเพื่อนำไปใช้ประกอบการสอน และการส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีโอกาสศึกษาด้วยตนเอง

การบริการของศูนย์เบาหวาน และต่อมไร้ท่อกรุงเทพ

1. เป็นศูนย์รวมกลุ่มแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเบาหวานและเมตาบอลิสม อายุรแพทย์, รวมถึงพยาบาล ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเบาหวาน นักโภชนาการ นักกิจกรรม

2. พรั่งพร้อมไปด้วยเครื่องมือการตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัย (Quick Lab) ลดระยะเวลาในการรอผลการตรวจวิเคราะห์ในการตรวจเลือดดังนี้ : FBS, Cholesterol, Triglyceride ,BUN, CRE, Uric Acid

3. การตรวจหาการแข็งตัวของหลอดเลือดของหัวใจ หรือหลอดเลือดทั้งร่างกายเบื้องต้นด้วยเครื่องมือพิเศษ ABI ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

4. การตรวจวินิจฉัย และให้การป้องกันรักษาภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากโรคเบาหวานได้ทันท่วงที อาทิเช่น การตรวจดูไข่ขาวในปัสสาวะโดยละเอียด Microalbuminuria, การตรวจจอประสาทตา, การตรวจดูน้ำตาลในเม็ดเลือดแดง (HbA1C) , การส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางหัวใจ, ไต, ตา, ผ่าตัด และตรวจเท้า

5. การดูแลญาติใกล้ชิดของผู้ป่วยเบาหวาน และผู้ที่มีความเสี่ยง ให้ได้รับการแนะนำการป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน โปรแกรมตรวจเช็คว่าเป็นเบาหวาน หรือเบาหวานแอบแฝงหรือไม่ โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร และหลังรับประทานกลูโคส OGTT

6. การดูแลสตรีตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน ให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานหรือไม่ โดยการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดหลังทานกลูโคส และให้การรักษาตลอดการตั้งครรภ์ เพื่อลดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์จากเบาหวาน และติดตามหลังการตั้งครรภ์

7. เทคโนโลยีทางการรักษา

7.1. การรักษาโรคเบาหวานด้วยการใช้อินซูลินปั๊ม (Insulin Pump Therapy)

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน การศึกษาวิจัยที่เรียกว่า DCCT เมื่อปี 1993 ถือว่าเป็นรายงานทางการแพทย์ที่สำคัญที่สุด โดยเปรียบเทียบให้เห็นว่าการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเข้มงวด ได้ผลดีกว่าการรักษาเบาหวานโดยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดวิธีดั้งเดิม

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเข้มงวด หมายถึง ตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยครั้งมากในหนึ่งวัน รวมทั้งปรับปริมาณอาหารและขนาดของยาอินซูลิน เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงปกติมากที่สุด ส่วนการรักษาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดวิธีดั้งเดิม เป็นการตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดวันละ 1-2 ครั้ง และฉีดยาอินซูลินวันละ 1-2 ครั้ง

การศึกษาวิจัยดังกล่าวพบว่า การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเข้มงวด สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนทางตาจากโรคเบาหวานได้มากถึงร้อยละ 76 ลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนทางระบบประสาทจากโรคเบาหวานได้มากถึงร้อยละ 60 และลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคแทรกซ้อนทางไตจากโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 56

วิธีหนึ่งของการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างเข้มข้น กระทำได้โดยใช้ "อินซูลินปั๊ม" ซึ่งมีขนาดเล็ก, พกพาได้สะดวก ประกอบด้วยที่บรรจุอินซูลิน ซึ่งจะต่อกับท่อพลาสติกเล็กๆ และเข็มฉีด เพื่อฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายตลอด 24 ชม. เครื่องอินซูลินปั๊ม จะถูกตั้งโปรแกรมให้ฉีดอินซูลินขนาดต่ำๆ เข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา เพื่อที่จะควบคุมระดับน้ำตาลในช่วงระหว่างมื้ออาหาร เพื่อทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหารกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อินซูลินปั๊ม จะทำงานเลียนแบบตับอ่อนของคนปกติ ที่มีการปล่อยอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็วระดับต่ำๆ อย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และจะปล่อยอินซูลินเพิ่มมากขึ้นเมื่อรับประทานอาหาร เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติตลอดเวลา

อินซูลินปั๊ม แตกต่างจากการฉีดอินซูลินด้วยตนเองอย่างไร

อินซูลินปั๊มใช้อินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว (Rapid Acting Insulin) การรักษาด้วยการฉีดอินซูลินด้วยตนเอง จะมีการใช้อินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งการให้อินซูลินชนิดนี้ ไม่สามารถที่จะทำนายการดูดซึม และการออกฤทธิ์ได้แน่นอน เนื่องจากการออกฤทธิ์ของอินซูลินมีการเปลี่ยนแปลงและผันแปรสูงถึง 52 % ถึงแม้ว่าจะฉีดอินซูลินในวันและเวลาเดียวกัน การดูดซึมและการออกฤทธิ์ของอินซูลินก็จะแตกต่างกัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้คนที่เป็นเบาหวานที่ต้องใช้อินซูลินในการควบคุมน้ำตาล ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี

การรักษาด้วยอินซูลินปั๊ม ใช้เฉพาะอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว ซึ่งอินซูลินชนิดนี้ สามารถที่จะทำนายการดูดซึม และการออกฤทธิ์ของอินซูลินได้ดีกว่า การใช้อินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน การออกฤทธิ์ของอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว การเปลี่ยนแปลง และผันแปรเพียงแค่ 3 % ดังนั้นการฉีดอินซูลินด้วยอินซูลินชนิดออกฤทธิ์เร็ว สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีกว่าการฉีดอินซูลินชนิดออกฤทธิ์นาน

อินซูลินปั๊มจะฉีดอินซูลินเข้าสู่ร่างกายในปริมาณต่ำๆ อย่างต่อเนื่อง และมีความถูกต้องแน่นอน การฉีดยาด้วยตนเอง อาจจะทำให้มีปริมาณของอินซูลินสะสมอยู่เป็นแอ่งเล็กๆ บริเวณที่ฉีด ดังนั้น ชนิดของกิจกรรมที่ทำจะมีผลโดยตรงต่อการดูดซึม และการออกฤทธิ์ของอินซูลิน กล่าวคือ ถ้าทำกิจกรรมเบาๆ เช่น นั่ง หรือนอน จะทำให้อินซูลินถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างช้าๆ แต่ถ้าเดินเร็วๆ หรือวิ่ง ก็จะทำให้อินซูลินถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็ว

อินซูลินปั๊ม ทำให้มีความยืดหยุ่นในการรับประทานอาหารมากขึ้น เนื่องจากสามารถที่จะควบคุมการฉีดอินซูลินด้วยปั๊มได้ ดังนั้นเราสามารถรับประทานอาหารเมื่อไรก้ได้ที่หิว สามารถเลื่อนการรับประทานอาหารมื้อนั้นได้ถ้าต้องการ โดยที่เราก็ยังสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี

อินซูลินปั๊ม ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องฉีดอินซูลินวันละหลายๆ ครั้ง ไม่ต้องเคร่งครัดกับเวลาในการรับประทานอาหาร สามารถออกกำลังกายได้ ไม่ต้องกังวลกับการดูดซึม และการออกฤทธิ์ของอินซูลิน อินซูลินปั๊มจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถดำเนินชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วๆ ไป

7.2 การวัดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดต่อเนื่อง

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดมีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ในทางปฏิบัติผู้ป่วยไม่สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยการเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว จึงทำได้เพียงตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นครั้งคราวในหนึ่งวัน ไม่สามารถเห็นรูปแบบหรือแบบแผนการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับน้ำตาลในเลือดตอนกลางคืน หรือเช้ามืด

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาระบบตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดชนิดต่อเนื่อง CGMS System Gold ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถบันทึกค่าระดับน้ำตาลในเลือดได้ตลอดทั้งวัน เครื่องมือนี้ช่วยแก้ปัญหาจากการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดโดยเจาะเลือดที่ปลายนิ้ว และยังช่วยให้เห็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ในช่วงเวลาหนึ่งวัน

ระบบเซ็นเซอร์จะทำการวัดระดับน้ำตาลในเลือดทุก 5 นาที เป็นเวลาติดต่อกัน 3 วัน และทำการบันทึกข้อมูลได้มากถึงวันละ 288-864 ครั้ง ดังนั้นจึงเป็นการตรวจเช็คระดับน้ำตาลที่ดีที่สุด ส่งผลให้การรักษาโรคเบาหวานประสบความสำเร็จมากขึ้น

8. โรคทางต่อมไร้ท่ออื่นๆ เช่น โรคของต่อมธัยรอยด์, โรคของต่อมหมวกไต, โรคของต่อมใต้สมอง, โรคไขมันในเลือดผิดปกติ , โรคอ้วน, โรคเกี่ยวกับความสูง, ความผิดปกติของแคลเซี่ยมและโรคกระดูกพรุน

9. โครงการศึกษาวิจัยทางคลินิก :

  • โครงการศึกษาวิจัยเพื่อ ส่งเสริมการรักษา ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคทางต่อมไร้ท่ออื่นๆ
  • กรุณาติดต่อศูนย์เบาหวานและต่อมไร้ท่อ เกี่ยวกับโครงการศึกษาวิจัยที่กำลังดำเนินอยู่ในโรงพยาบาล

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ศูนย์เบาหวาน และต่อมไร้ท่อกรุงเทพ โทร. 02-755-1129, 02-7551130 หรือ
Contact Center โทร.1719 (24 ชม.)
Email :info@bangkokhospital.com
หรือ รับคำปรึกษาจากแพทย์ได้ ที่นี่




 

เงื่อนไขในการรับบริการ | ร่วมงานกับเรา | นักลงทุนสัมพันธ์
แผนที่โรงพยาบาลกรุงเทพ | ดาวน์โหลด

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ เลขที่ 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กทม. 10310 โทร. 0-2310-3000 หรือ 1719