ฟิตแอนด์เฟิร์ม...ด้วยนวัตกรรมสลายไขมันจากความเย็น

Copy

ฟิตแอนด์เฟิร์ม...ด้วยนวัตกรรมสลายไขมันจากความเย็น

“วัยที่ล่วงเลย” ทำให้การเปลี่ยนแปลงของรูปร่างที่จัดการได้ยากกว่าเดิม คนจำนวนไม่น้อยต้องหันไปเข้าฟิตเนสออกกำลังกายอย่างหนักเพื่อกระชับหุ่นให้ยังคงฟิต ไม่มีไขมันส่วนเกินมาคอยรบกวนใจ แต่การเผาผลาญของร่างกายที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้นทำให้การแก้ปัญหาทำได้อย่างยากลำบาก ต่อให้ควบคุมอาหารและออกกำลังกายหนักแค่ไหนก็ยังคงมีไขมันส่วนเกินและไขมันสะสมให้เห็น ทั้งบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา และสะโพก จนต้องหาตัวช่วยที่จัดการกับไขมันส่วนเกินอย่างได้ผล ด้วยนวัตกรรมคลื่นความเย็น หรือ "Coolsculpting" ที่มีเทคนิคส่งผ่านความเย็นระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิว เข้าสู่ชั้นไขมันโดยไม่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อส่วนอื่น นับเป็นวิธีการกำจัดไขมันอีกรูปแบบหนึ่งที่ให้ผลน่าพอใจ

แพทย์หญิงรัศนี อัครพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ผิวหนังและความงาม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า "Coolsculpting" เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยสลายไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งทำงานด้วยการส่งคลื่นความเย็นในอุณหภูมิ 4 – 7 องศาเซลเซียส ลงไปใต้ชั้นผิวหนังเข้าสู่ชั้นไขมันด้วยความเย็นที่คงที่ จะทำให้เซลล์ไขมันแข็งตัวและเริ่มทำลายตัวเองภายใน 3 วัน โดยเซลล์ไขมันจะตายแบบธรรมชาติ หลังจากนั้นภายใน 14 วัน จะเริ่มถูกกำจัดออกจากร่างกายทางระบบน้ำเหลือง ซึ่งเป็นวิธีการขจัดไขมันแบบถาวร ไม่ทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหนัง และไม่ส่งผลต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง เทคโนโลยีนี้จึงเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ไม่ต้องการเจ็บตัว และไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้นเหมือนการผ่าตัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้วิเคราะห์และประเมินรูปแบบการสลายไขมันด้วยคลื่นความเย็นเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยขั้นตอนการทำทรีตเมนต์จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อีกทั้งตัวเครื่องจะปรับอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ก่อนที่จะส่งคลื่นความเย็นเข้าไปในชั้นใต้ผิวหนังเพื่อขจัดเซลล์ไขมันเท่านั้น

โรงพยาบาลกรุงเทพได้เปิดให้บริการ Coolsculpting กับผู้ที่มีปัญหาไขมันบริเวณหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา สะโพก เพื่อช่วยยกกระชับสัดส่วนและสลายไขมันโดยไม่ต้องผ่าหรือเจาะ ไม่มีบาดแผลและไม่ต้องพักฟื้น โดยทีมแพทย์จะทำการประเมินพื้นที่สำหรับกำจัดไขมัน จากนั้นจะติดตั้งเครื่องมือเข้ากับผิวหนังบริเวณที่จะทำการรักษา เครื่องจะปล่อยคลื่นความเย็นต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 60 นาที ช่วงเวลา 5-10 นาทีแรก คนไข้จะรู้สึกตึงหรือบีบรัดในบริเวณที่ทำการรักษา และอาจจะมีความรู้สึกเย็นในบริเวณดังกล่าว ก่อนที่อาการจะเบาบางลงจนกลายเป็นอาการชา ซึ่งระหว่างทำการรักษาสามารถผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือเล่มโปรด ดูโทรทัศน์ หรือฟังเพลงไปพร้อมๆ กันได้

แพทย์หญิงรัศนีกล่าวต่อว่า “เมื่อเซลล์ไขมันถูกคลื่นความเย็นก็จะค่อยๆ สลายตัว และถูกร่างกายขับออกไปในที่สุด ซึ่งโดยเฉลี่ยชั้นไขมันที่ถูกกำจัดด้วยเทคนิค Coolsculpting จะลดลงได้ประมาณร้อยละ 20 และลดลงได้อีกหากทำซ้ำในบริเวณเดียวกัน Coolsculpting มีประสิทธิภาพในการกำจัดไขมันได้ถึงร้อยละ 20-25 และปรากฏผลใน 3 สัปดาห์ โดยจะเห็นชัดเจนมากขึ้นในเดือนที่ 3 หลังจากเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกไป ชั้นไขมันใต้ผิวหนังจะเกิดการจัดเรียงตัวใหม่และบางลงอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังเรียบเนียน สัดส่วนจะกระชับขึ้น ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการรักษาที่ไม่ใช่การผ่าตัดหรือเจาะ จึงไม่มีบาดแผล ไม่ต้องฉีดยาหรือใช้ยาชาเฉพาะจุด ทำให้ผู้รับบริการรักษาไม่ต้องพักฟื้น และสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสม และต้องการกำจัดไขมันเฉพาะส่วน อาทิ คุณแม่หลังคลอดที่ต้องการลดและกระชับสัดส่วน ผู้ที่มีหน้าท้องและไขมันส่วนเกินบริเวณเอว สะโพก ต้นขา ปีกหลังใต้วงแขน และใต้คาง แต่หากต้องการให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาจใช้เทคโนโลยีอื่นในการรักษาควบคู่กันไป เช่น เทคโนโลยี Exilis Elite ที่ช่วยในการยกกระชับ และสร้างความเรียบเนียนให้กับผิวมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่แพ้ความเย็น มีการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ตลอดจนผู้ที่ติดอุปกรณ์ใดๆ ในร่างกาย อาทิ เครื่องกระตุ้นหัวใจ ควรหลีกเลี่ยง ส่วนผู้ป่วยที่พึ่งรับการผ่าตัดบริเวณที่จะทำการรักษาควรหลีกเลี่ยงจากการทำ Coolsculpting ในช่วง 8 เดือนแรก อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพที่ดีและมีสัดส่วนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจนั้น ทำได้โดยการรับประทานอาหารบและออกกำลังกายอย่างเหมาะสม เช่น ออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ครั้ง/สัปดาห์ ตามความชื่นชอบ เพราะจะทำได้นานและสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ไขมันพอกพูนมากขึ้น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว หลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่มที่มีรสหวาน เน้นทานผักผลไม้ และงดรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีมันมากควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีช่วยแก้ปัญหาได้ทั้งเรือนร่าง สามารถแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยบนใบหน้า ลำคอ ต้นแขน และหน้าท้อง ที่ใช้ได้ทั้งหญิงและชาย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้แข็งแรงยิ่งกว่าเดิมด้วย”

 

ที่มาบทความ: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


ศูนย์ผิวหนัง และความงามกรุงเทพ

เปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ 8.00-20.00 น. เสาร์-อาทิตย์ 8.00-19.00 น.
สถานที่ ชั้น 5 อาคารบางกอกพลาซ่า  โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร. 02-310-3004   eMail: bsac@bgh.co.th