โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)

Copy

โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง (COPD)

คือโรคปอดชนิดเรื้อรังที่ผู้ป่วยจะมีพยาธิสภาพของถุงลมโป่งพอง และ/หรือ หลอดลมอักเสบเรื้อรัง เกิดร่วมกัน อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เหนื่อย ไอและมีเสมหะ
 

สาเหตุที่พบบ่อย คือ การสูบบุหรี่ สาเหตุอื่นๆ ที่มีบทบาทบ้างแต่น้อยกว่าการสูบบุหรี่ ได้แก่ มลพิษทางอาการและพันธุกรรม เป็นต้น COPD ป้องกันได้โดยการลดปัจจัยเสี่ยงของสาเหตุของโรคที่ทราบ ซึ่งรวมถึงการลดปริมาณการสูบบุหรี่และการปรับปรุงคุณภาพของอากาศทั้งภายในและภายนอก การรักษาCOPD ได้แก่ การเลิกสูบบุหรี่ การฉีดวัคซีน การฟื้นฟูสภาพ และการพ่นยาขยายหลอดลมบ่อยๆ และการใช้ยาสเตียรอยด์  บางรายอาจต้องบำบัดด้วยออกซิเจนระยะยาว  ทั่วโลกมีผู้ป่วยด้วย COPD จำนวน 329 ล้านคนหรือเกือบ 5% ของจำนวนประชากรในปี ค.ศ. 2012 โรคนี้เป็นโรคอันดับที่สามที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนจำนวนกว่า 3 ล้านคน จำนวนของผู้เสียชีวิตนั้นคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากอัตราการสูบบุหรี่ที่เพิ่มขึ้นและอายุของประชากรในหลายๆ ประเทศ 

 

สาเหตุ

ปัจจัยเสี่ยงสำคัญสำหรับ COPD ในทั่วโลกคือการสูบบุหรี่ ประมาณ 20% ของผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็น COPD และจำนวนครึ่งหนึ่งของผู้ที่สูบบุหรี่เป็นเวลานานเกือบชั่วชีวิตจะเป็น COPD ในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร 80-95% ของผู้ที่เป็น COPD นั้นเป็นผู้ที่สูบบุหรี่ในปัจจุบันหรือเคยสูบบุหรี่ แนวโน้มในการพัฒนาโรคของ COPD เพิ่มขึ้นจากการได้รับสัมผัสจากการสูบบุหรี่ทั้งหมด นอกจากนี้แล้วเพศหญิงยังมีความไวต่อผลกระทบที่เป็นอันตรายของการสูบบุหรี่สูงกว่าเพศชายในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ การอยู่ใกล้ชิดผู้ที่สูบบุหรี่เป็นสาเหตุของโรคประมาณ 20% การสูบประเภทอื่นๆ อาทิเช่น การสูบกัญชา ซิการ์ และไปป์น้ำ ก็ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงเช่นกันหญิงที่สูบบุหรี่ในระหว่างการตั้งครรภ์อาจเพิ่มความเสี่ยงของ COPD ในเด็กได้

 

การวินิจฉัย

การวินิจฉัย COPD นั้นควรพิจารณาดำเนินการในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ถึง 40 ปีขึ้นไปที่มีอาการเหนื่อย การไอเรื้อรัง มีเสมหะ หรือเป็นไข้หวัดบ่อยในฤดูหนาว และมีประวัติของการได้รับสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยงของโรคจากนั้นจึงใช้การตรวจสมรรถภาพปอด (Spirometry) เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

 

   

การตรวจสมรรถภาพปอดเป็นการวัดปริมาณการอุดกั้นของระบบทางเดินหายใจในปัจจุบันและโดยทั่วไปเป็นการดำเนินการหลังจากการใช้ยาขยายหลอดลม ซึ่งเป็นยาที่ช่วยเปิดทางเดินหายใจองค์ประกอบหลักสองข้อที่จะมีการตรวจวัดเพื่อการวินิจฉัยโรค คือ ปริมาตรการหายใจออกที่ทำอย่างเต็มกำลังในหนึ่งวินาที่ (FEV1) ซึ่งเป็นปริมาตรสูงสุดของอากาศที่สามารถหายใจออกมาได้ในวินาทีแรกของการหายใจออกและปริมาตรอากาศที่วัดได้เมื่อหายใจเต็มกำลัง (FVC) ซึ่งเป็นปริมาตรสูงสุดของอากาศที่สามารถหายใจออกมาได้ในการหายใจอย่างเต็มที่หนึ่งครั้ง โดยทั่วไป 75-80% ของค่า FVC จะได้จากวินาทีแรก  และค่า FEV1/อัตรา FVC ที่ต่ำกว่า 70% ในผู้ที่มีอาการแสดงของ COPD ได้รับการนิยามว่าคือผู้ที่เป็นโรคดังกล่าวตามพื้นฐานของการตรวจวัดเหล่านี้ การวัดปริมาตรอากาศหายใจอาจนำไปสู่ความผิดพลาดในการวินิจฉัย COPD ในผู้สูงอายุได้ นอกจากนี้ เกณฑ์ของสถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านการแพทย์ได้กำหนดให้ค่า FEV1 ต้องต่ำกว่า  80%  ของค่าคาดคะเน

 

 

 

การประเมินระดับความรุนแรงของโรค โดยใช้คะแนนระดับ GOLD ตามตาราง ดังนี้

ความรุนแรง          

FEV1 % ที่คาดคะเน

เล็กน้อย (GOLD 1)

 ≥80

ปานกลาง (GOLD 2)

 50–79

รุนแรง (GOLD 3)

 30–49

รุนแรงมาก (GOLD 4)

 <30 หรือ ความล้มเหลวของระบบทางเดินหายใจ

 

การป้องกัน

COPD สามารถป้องกันได้โดยการงดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันบุหรี่หรือมลพิษทางอากาศ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ประจำปีและการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อปอดบวมแก่ผู้ที่เป็นโรค COPD ก็สามารถลดการกำเริบของโรค การต้องเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตได้

 

การหยุดสูบบุหรี่

การป้องกันมิให้ผู้คนเริ่มสูบบุหรี่นั้นเป็นหลักสำคัญของการป้องกัน COPD นโยบายของรัฐบาล หน่วยงานสาธารณสุขและองค์กรต่อต้านการสูบบุหรี่ สามารถลดอัตราการสูบบุหรี่โดยการกีดกันมิให้ผู้คนริเริ่มการสูบบุหรี่และส่งเสริมการหยุดสูบบุหรี่ การห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะและสถานที่ทำงานนั้นเป็นมาตรการที่สำคัญการลดการสัมผัสของบุหรี่จากการอยู่ใกล้ชิดผู้ที่สูบบุหรี่และขณะเดียวกันก็ขอแนะนำให้หลายๆ สถานที่จัดตั้งการห้ามให้มากขึ้น

ในกลุ่มผู้สูบบุหรี่ การหยุดสูบบุหรี่นั้นเป็นมาตรการเดียวเท่านั้นที่แสดงถึงการชะลอการทรุดลงของโรค COPD แม้ว่าจะเป็นระยะท้ายๆ ของโรคก็ตาม การหยุดสูบบุหรี่ก็สามารถลดอัตราของการแย่ลงของการทำงานของปอดและชะลอการเริ่มต้นของความทุพพลภาพและการเสียชีวิตได้ การหยุดสูบบุหรี่เริ่มจากการตัดสินใจหยุดสูบบุหรี่ และจากนั้นจึงเป็นการพยายามที่จะหยุดสูบบุหรี่ โดยส่วนใหญ่นั้นจำเป็นต้องมีการพยายามหลายครั้งก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ในคนจำนวนเกือบ 40% การพยายามเป็นเวลามากกว่า 5 ปีนั้นจะส่งผลที่เป็นความสำเร็จ

ในผู้สูบบุหรี่บางรายนั้นสามารถบรรลุความสำเร็จของการหยุดสูบบุหรี่ในระยะยาวได้ด้วยพลังจากความตั้งใจเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การสูบบุหรี่นั้นเป็นสิ่งเสพติดที่เลิกได้ยาก และผู้สูบบุหรี่หลายรายต้องการการสนับสนุนด้านอื่นๆ โอกาสของการหยุดสูบบุหรี่นั้นสามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยการสนับสนุนจากสังคม การเข้าร่วมในโครงการการหยุดสูบบุหรี่และการใช้ยา อาทิ การบำบัดด้วยการทดแทนนิโคติน ยา bupropion หรือ  varenicline

 

การรักษา

โรค COPD นั้นไม่มีการรักษาที่เป็นที่ทราบ แต่อาการของโรคนั้นสามารถรักษาได้และสามารถชะลอความก้าวหน้าของโรคได้ เป้าหมายหลักของการจัดการโรคคือการลดปัจจัยเสี่ยง เช่น การหยุดสูบบุหรี่ แต่บางสาเหตุก็ไม่สามารถแก้ไขได้  เช่นสาเหตุจากพันธุกรรม
 

  • การรักษาแบบประคับประคองตามอาการ
  • การให้ยาขยายหลอดลม ซึ่งมีทั้งในรูปแบบกินและพ่น
  • การให้ยาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์
  • การให้ออกซิเจน
  • การทำกายภาพบำบัด
  • การผ่าตัดบริเวณของปอดที่มีการโป่งพองมาก

  

มาตรการที่แสดงถึงการลดการเสียชีวิตคือการหยุดสูบบุหรี่และการใช้ออกซิเจนเสริมเท่านั้น การหยุดสูบบุหรี่นั้นเป็นการลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตได้ 18% ข้อแนะนำอื่นๆ นั้นได้แก่:

  • การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ปีละครั้ง
  • การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อปอดบวมทุกๆ 5 ปี
  • การลดการสัมผัสจากสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษทางอากาศ