ยาเคมีบำบัด (ตอนที่ 1)


chemotherapyยาเคมีบำบัดคือ อะไร

ถ้าพูดถึงโรคมะเร็ง คนส่วนใหญ่จะได้ยินถึงการรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัด หรือที่นิยมเรียกกันทั่วๆไปว่า “ยาคีโม” และมักจะรู้สึกกันในแง่ลบ ออกแนวน่ากลัวถ้าแพทย์แจ้งว่าตัองทำคีโม ราวกับเป็นข่าวร้ายอันดับสองรองจากที่ทราบว่าเป็นโรคมะเร็ง ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ยังมีทัศนคติที่ไม่ดีกับยานี้ โดยเฉพาะอย่างในยุคปัจจุบันนี้ที่ผู้คนนิยมเรื่องของธรรมชาติ และมักเข้าใจว่าถ้าอะไรก็ตามที่เป็นหรือมาจากธรรมชาติจะมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือเสมอ และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่ออะไรก็ตามที่เป็นสารเคมี

ความจริงแล้วยาคีโมน่ากลัวอย่างนั้นจริงหรือ ถ้าน่ากลัวจริงทำไมจึงยังได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาให้เป็นหนึ่งในวิธีที่เป็นมาตรฐานหลักในการมาใช้รักษาโรคมะเร็ง และยังใช้กันทั่วโลก แม้แต่ในประเทศตะวันตกพวกยุโรปและอเมริกาที่คำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชากรเป็นหลักใหญ่ ถ้ายาคีโมมีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ ป่านนี้คงอาจจะน้อยใจอย่างมาก เพราะว่าผลการรักษาโรคมะเร็งที่ดีขึ้นกว่าเมื่ออดีตอย่างมากนั้นเป็นฝีมือของยาคีโม เหมือนทำดีแต่ยังถูกใส่ร้ายมาตลอด แสดงว่า ความเข้าใจของประชาชนส่วนใหญ่อาจมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงอย่างมาก

บทความฉบับประชาชนนี้ได้เขียนขึ้นมาบนพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้วยความมุ่งหวังที่จะให้ผู้ที่ได้อ่านมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้และถูกต้องต่อไป ท่านผู้อ่านจะทราบและเข้าใจถึงประโยชน์ที่เหนือกว่าโทษอย่างมากมายจากยาคีโมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการบริหารยานี้โดยผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ยาเคมีบำบัดในการรักษาโรคมะเร็ง จัดเป็นหนึ่งในวิธีหลักที่ใช้รักษาโรคมะเร็งทางแพทย์แผนปัจจุบันนอกเหนือจากการรักษาด้วยการผ่าตัดและฉายแสง ภาษาอังกฤษของยาเคมีบำบัด คือ “chemotherapy” จึงมักถูกนิยมเรียกกันสั้นๆว่า “คีโม” แล้วยาทุกชนิดที่ใช้รักษาโรคมะเร็งจัดเป็นยาคีโมหรือไม่ คำตอบคือ “ไม่” เพราะว่ายาคีโมเป็นหนึ่งในยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็ง ยาที่ใช้รักษาโรคมะเร็งนอกเหนือจากยาคีโมแล้วยังมียากลุ่มอื่นๆที่สำคัญ เช่น ยาฮอร์โมน ยากระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและยากลุ่ม molecular targeted therapy เป็นต้น โดยอาศัยกลไกการออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งเป็นหลักในการแยกกลุ่ม

ยาคีโม จัดเป็นยาที่ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง โดยมักจะออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งที่กำลังอยู่ในช่วงแบ่งตัวเป็นส่วนใหญ่ด้วยการเข้าไปในเซลล์และขัดขวางขบวนการหรือสารที่เกี่ยวข้องกับการแบ่งตัว เช่น สายดีเอ็นเอ เป็นต้น เมื่อขบวนการดังกล่าวถูกขัดขวางจะทำเซลล์มะเร็งไม่สามารถดำรงสภาพที่อยู่ต่อไปได้และตายในที่สุด ด้วยเหตุนี้ถ้าเซลล์มะเร็งชนิดใดที่มีการแบ่งตัวบ่อยและเร็วจะถูกทำลายเป็นจำนวนมากโดยยาคีโมเมื่อเปรียบเทียบกับเซลล์มะเร็งชนิดที่โตช้าและไม่ค่อยแบ่งตัวบ่อยๆ ตัวอย่างที่ชัดเจนเช่น มะเร็งทางด้านโลหิตวิทยา เช่น มะเร็งเม็ดโลหิตขาวที่เรียกกันว่าลิวคีเมีย มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งอัณฑะ เป็นต้น จะเป็นมะเร็งชนิดที่มีการแบ่งตัวอย่างรวดเร็วและบ่อย จึงถูกทำลายเป็นจำนวนมากด้วยยาคีโม จัดเป็นมะเร็งที่ไวต่อยาคีโมอย่างมาก ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้มีโอกาสหายได้ด้วยการรักษาด้วยยาคีโมถึงแม้ว่าจะอยู่ในขั้นที่มีการแพร่กระจายแล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุที่ยาคีโมออกฤทธิ์ต่อเซลล์ที่อยู่ในช่วงแบ่งตัวเป็นหลักจึงอาจมีผลต่อเซลล์ปกติของร่างกายที่มักจะมีการแบ่งตัวบ่อยๆ ได้

โดยปกติแล้วเซลล์ปกติของร่างกายส่วนใหญ่จะอยู่ในสภาพที่ไม่แบ่งตัว ยกเว้นในบางสภาวะหรือเซลล์บางชนิดที่มีการแบ่งตัวบ่อยๆ เช่น เซลล์ผิวหนัง ผม เล็บ เยื่อบุทางเดินอาหาร และเซลล์เม็ดเลือดต่างๆในไขกระดูก เป็นต้น จึงอาจตกเป็นเป้าหมายของยาคีโมได้ ทำให้เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยาคีโมขึ้นหรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่าอาการแพ้ยาคีโม ในส่วนนี้ที่เป็นเรื่องการแพ้ยาคีโมจะขอยกไปไว้ในบทความตอนต่อไป แล้วท่านจะได้เข้าใจว่ายาคีโมน่ากลัวจริงหรือ

ที่มา : นพ.สุรชัย สีตวาริน

Comments are closed.

Login