การรักษามะเร็งต่อมทัยรอยด์ ด้วยการกลืนน้ำแร่


cancer_thyroid02ในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามะเร็งต่อมทัยรอยด์ ด้วยการผ่าตัดต่อมทัยรอยด์ออกทั้งหมด แพทย์อาจให้อยู่โรงพยาบาล จนแน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะเลือดออก ภาวะการติดเชื้อ ภาวะการอุดกั้นทางเดินหายใจ รวมทั้งภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ เป็นต้น หลังจากนั้น แพทย์มักจะนัดผู้ป่วยมาตรวจแผลอีกครั้งประมาณ 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด แพทย์จะตรวจสอบรายงานผลการตรวจทางพยาธิวิทยาของต่อมทัยรอยด์ที่ตัดออก และจะพิจารณาให้การรักษาเพิ่มเติมด้วยการกลืนน้ำแร่ (Radioiodine Therapy) ในผู้ป่วยต่อไปนี้

  • ก้อนมะเร็งมีขนาดมากกว่า 4 เซ็นติเมตร
  • พบมีมะเร็งอยู่หลายจุดในต่อมทัยรอยด์
  • พบมีการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองรอบๆต่อมทัยรอยด์
  • ลักษณะเซลมีการทำลายชั้นห่อหุ้มทัยรอยด์ (capsule invasion) หรือมีการทำลายหลอดเลือดหรือทางเดินน้ำเหลือง (vascular or lymphatic invasion)
  • มะเร็งชนิด Follicular cell CA ทุกราย

น้ำแร่ ก็คือเกลือไอโอดินที่นำมาเคลือบสารกัมมันตภาพรังสี เพื่อเข้าไปทำลายเนื้อทัยรอยด์ที่อาจหลงเหลืออยู่ รวมทั้งเซลมะเร็ง ให้หมดไปจากร่างกาย โดยใช้สมบัติของไอโฮดิน ที่มักถูกจับโดยเนื้อเยื่อของทัยรอยด์เป็นส่วนใหญ่ ทำให้สารกัมมันตภาพรังสีที่เคลือบอยู่บนไอโอดิน ทำลายเฉพาะเนื้อทัยรอยด์และเนื้อร้ายอย่างตรงจุด เกิดผลข้างเคียงต่ออวัยวะอื่นๆน้อย

เราสามารถใช้ประโยชน์จากไอโอดีนที่เคลือบสารกัมมันตภาพรังสีได้ 2 แบบคือ

  • ใช้เพื่อตรวจหาเนื้อทัยรอยด์ที่หลงเหลือหลังการผ่าตัด หรือหาเซลมะเร็งที่อาจกระจายไปยังอวัยวะอื่น ด้วยการใช้ไอโอดีนเคลือบสารกัมมันตภาพรังสีในขนาดต่ำ โดยปกติ จะทำหลังการรักษาด้วยการผ่าตัดประมาณ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้เซลทัยรอยด์ที่อาจหลงเหลืออยู่ หิวไอโฮดีนเต็มที่ ทำให้สามารถจับไอโอดีนได้เต็มที่ ทำให้การตรวจมีความแม่นยำสูง
  • ใช้เพื่อทำการรักษามะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ จะใช้ไอโอดินเคลือบสารกัมมันตภาพรังสีที่มีขนาดสูงกว่าแบบแรก หลังให้การรักษาแบบนี้ หรือที่เรียกกันว่า กินน้ำแร่ ผู้ป่วยจำเป็นต้องอยู่โรงพยาบาล เพื่อป้องกันมิให้สารกัมมันตภาพรังสีในตัวผู้ป่วย มีผลกับญาติและผู้คนรอบข้าง ผู้ป่วยจะได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน เมื่อแพทย์ทำการตรวจสอบแล้วพบว่า สารกัมมันตภาพรังสีในตัวผู้ป่วย อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน โดยระหว่างอยู่โรงพยาบาล จะต้องอยู่ในห้องพิเศษที่มีการป้องกันสารรังสี และควรดื่มน้ำมากๆ เนื่องจากสารกัมมันตภาพรังสีเหล่านี้จะถูกขับออกทางทางเดินปัสสาวะ โดยปัสสาวะที่ออกจากตัวผู้ป่วย จะได้รับการทำลายเป็นกรณีพิเศษ เพื่อไม่ให้เกิดพิษกับสิ่งแวดล้อม

การกลืนน้ำแร่ มีวิธีการที่ไม่ยุ่งยาก ผลข้างเคียงน้อย ผู้ป่วยมักไม่มีผลค้างเคียงอะไร หลังให้การรักษา แพทย์จะนัดมาทำการตรวจด้วยน้ำแร่ซ้ำในอีก 6 เดือนถัดมา หากยังพบเซลมะเร็งหรือเนื้อทัยรอยด์หลงเหลืออยู่ อาจพิจารณาให้น้ำแร่ซ้ำอีกครั้ง

ในช่วงระหว่างให้การรักษามะเร็งต่อมทัยรอยด์ด้วยน้ำแร่นี้ แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยคุมกำเนิด เนื่องจากอาจมีผลให้เกิดความผิดปกติในเด็กที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ได้ ควรปรึกษาแพทย์ที่รักษา รวมทั้งปรึกษาสูตินรีแพทย์ เรื่องการคุมกำเนิด และระยะปลอดภัยที่จะมีบุตรได้อีกครั้ง

Comments are closed.

Login